"วิโรจน์" ฟาดหนัก "ชูวิทย์" มีวาระแอบแฝงวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนในทางเสียหายมาอย่างต่อเนื่อง นำข้อมูลมาจับแพะชนแกะปะติดปะต่อ ใช้จินตนาการส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายพรรคดื้อๆ อย่างเช่น การมีดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล มาเป็นรองนายกฯ
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แถลงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2569 ตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดพลาดของการโหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และได้วิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรรคเทพ พรรคมาร หรือการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านบทความ “เทส้ม” ก็ไม่ได้ติดใจอะไร
"แต่พอมาถึงบทความ 'มีทหารไว้ทำไม' ที่ข้อความปรากฏว่า 'มีเทาไม่เหลือใคร' โดยคุณชูวิทย์ได้อ้างอิงถึงโพสต์ของเจ้ากรมการข่าวทหารบก ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ พรรคประชาชนเองก็ได้ชี้แจงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้ผมสงสัยเป็นอย่างมากว่า เหตุใดคุณชูวิทย์ยังคงออกมากระจายข่าวในเรื่องนี้ไม่หยุด...
“การที่คุณชูวิทย์จะมีอคติกับพรรค ผมเองก็ยอมรับได้นะครับ เพราะอคติก็เป็นเรื่องที่ปุถุชนทั่วไปมีกันได้อยู่แล้ว เราคงไม่สามารถไปบังคับให้คุณชูวิทย์มาชอบ หรือไม่ชอบเหมือนกับเรา หรือเหมือนกับใครไม่ได้
"แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถยอมรับกับการกระทำของคุณชูวิทย์ ได้อีกต่อไป และไม่เชื่อว่าคุณชูวิทย์กระทำลงไปด้วยอคติส่วนตัว แต่เป็นการไตร่ตรอง และเล็งเห็นผลก็คือ การพยายามจะตีฟูวาทกรรม ‘พรรคส้มผสมน้ำเงิน’ โดยพยายามที่จะจับคู่พรรคประชาชนกับอีกพรรคหนึ่งให้ได้
“ทั้งๆ ที่คุณณัฐพงษ์ (เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.) ได้พูดเอาไว้อย่างชัดเจนในทุกรายการดีเบต และทุกโอกาสที่มีการสัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชนจะไม่มีการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด ทั้งๆ ที่คุณชูวิทย์ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังโหมกระพือข่าวจับคู่อยู่เรื่อยไป เพื่อมุ่งหมายจะสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับพรรคประชาชนให้ได้
"ลามมาถึงบทความ 'สงครามสั่งสอน' เป็นสิ่งที่ผมไม่อาจยอมรับในการกระทำของคุณชูวิทย์ได้เลย เพราะสิ่งที่คุณชูวิทย์นำมาเผยแพร่ เป็นการนำเอาข้อมูลมาจับแพะชนแกะ ปะติดปะต่อ แล้วก็ใช้จินตนาการส่วนตัวในการกล่าวหา ใส่ร้ายพรรคประชาชนดื้อๆ
“ไม่ว่าจะเป็นกรณีกล่าวหากว่าพรรคประชาชนมีดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่จะให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เหลวไหล ไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใดเลย
"ทำให้ผมต้องตั้งคำถามกับคุณชูวิทย์กลับบ้างว่า ท่าทีในระยะหลังของคุณชูวิทย์ที่พยายามโจมตีพรรคประชาชนนั้นเกี่ยวข้องกับกรณีที่นายทหารคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนรักของคุณชูวิทย์ มีภาพถ่ายกอดคอกับชาวต่างชาติ ที่ปรึกษาฮุน เซน ที่ถูกสันนิษฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่
“ถ้าผมจะทำแบบที่คุณชูวิทย์ทำ โดยเอาภาพถ่ายนั้น เอามาประกอบกับภาพถ่ายอื่นๆ ที่คุณชูวิทย์เคยถ่ายภาพร่วมกันกับนายทหารคนนั้น โดยเอามาโยงกับเรื่องของการพ้นจากตำแหน่งสำคัญหลังเกษียณของนายทหารคนนั้นมาสร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะ ใส่ร้ายคุณชูวิทย์ผมก็ทำได้ แต่ผมก็ไม่คิดจะทำอย่างนั้น
"ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผมมีมโนธรรม และยังคงมีความเคารพต่อคุณชูวิทย์ ผมทราบดีว่า ผมคงไปห้ามอะไรคุณชูวิทย์ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวคุณชูวิทย์ก็คงปั้นเรื่องเอาข้อมูลนั้นโน้นนี้มาโยงกันไปโยงกันมา แล้วก็เสริมเติมจินตนาการมาใส่ร้ายพรรคประชาชนอีก รวมทั้งอาจจะตอบโต้กล่าวหาผมด้วย เข้าใจว่าเวลา 14.00 น. ของวันนี้ คุณชูวิทย์ก็จะมีการแถลงอีก และก็เป็นไปได้ว่าคงจะมีการแถลงรายวัน" ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคส้ม ระบุ
นอกจากนั้น ได้อธิบายด้วยว่า เหตุที่ต้องมาออกชี้แจงในเรื่องนี้ เพราะต้องการให้สังคมตระหนัก และตั้งคำถามถึงการกระทำของนายชูวิทย์ว่า ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร พรรคการเมืองไหนที่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่นายชูวิทย์ทำ เพื่อให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณต่อการกระทำของนายชูวิทย์ และพิจารณาเองว่าควรจะให้ค่ากับจินตนาการของนายชูวิทย์ต่อไปหรือไม่
"คนที่เกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเสพติดกัญชางอมแงมไม่ได้นะครับ" นายวิโรจน์ กล่าว
ด้าน นายชูวิทย์ได้เปิดแถลงตอบโต้ในเวลาต่อมา เนื้อหามีใจความสรุปว่า สาเหตุที่ออกมาวิจารณ์พรรคส้ม เนื่องจากไปยกมือโหวตนายอนุทินเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นการทำลายระบบ "กับพรรคส้มผมรัก กับคุณวิโรจน์ก็รักกัน แต่ครั้งนี้ผมไม่เลือก...ถ้าเป็นพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลผมก็ไม่ขัดขวาง หลังเลือกตั้งผมหมดหน้าที่แล้ว"





