กสม. ร่วม OHCHR - APT จัดเวทีวันต่อต้านการทรมานสากล จับมือ 11 หน่วยงานรัฐ ทั้งกองทัพ- ตำรวจ-ราชทัณฑ์ ประกาศเจตนารมณ์ยกระดับคุ้มครองสิทธิมนุษยชน-ป้องกันการทรมาน-เยียวยาผู้เสียหาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ซึ่งตรงกับวันต่อต้านการทรมานสากล กสม. ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และสมาคมเพื่อการป้องกันการทรมาน (APT) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้แนวคิดการยืนหยัดเพื่อผู้เสียหายจากการทรมาน ครอบคลุมประเด็นการป้องกัน ความรับผิดชอบ และการเยียวยา ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นางสาวหรรษา กล่าวว่า ในงานดังกล่าวมีนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม. กล่าวเปิดงานมเนื้อหาสรุปว่า "ปัจจุบันหลายประเทศ รวมถึงไทย ยังพบการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ยังทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม"
เลขาธิการ กสม.กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กสม. เดินหน้าตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวบุคคลทั่วประเทศ ทั้งเรือนจำ ห้องควบคุมตัวในสถานีตำรวจ ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด และหน่วยฝึกทหาร ไม่ใช่เพื่อจับผิดแต่เน้นการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบควบคุมตัวให้โปร่งใสและลดความเสี่ยงละเมิดสิทธิมนุษยชน
ในงานดังกล่าว สำนักงาน กสม. ยังประกาศเจตนารมณ์เพื่อต่อต้านการทรมาน ร่วมกับผู้แทน 11 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมราชทัณฑ์, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด, สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยทุกหน่วยงานให้คำมั่นร่วมพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการเยียวยาผู้เสียหาย และสร้างหลักประกันสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็งขึ้นในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเสรีภาพบุคคล"นางสาวหรรษากล่าว
นางสาวหรรษา กล่าวว่า ภายในงานยังมีการอภิปรายบทบาทภาคประชาสังคมในการป้องกันการทรมาน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เสนอให้สร้างวัฒนธรรมไม่ยอมรับการทรมานอย่างจริงจัง ให้ผู้บังคับบัญชาติดตามและลงโทษผู้กระทำผิดเมื่อพบเหตุ รวมถึงผลักดันการตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวโดยหน่วยงานภายนอกภายใต้กรอบพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (OPCAT) ด้วย
“การทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นพัฒนาการสำคัญด้านการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานและคุ้มครองสิทธิผู้ถูกจำกัดเสรีภาพ แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การป้องกันการทรมานเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”นางสาวหรรษากล่าว




