News Logo
หน้าแรก
‘ปกรณ์’ย้ำต้องปฏิรูปขนานใหญ่ทั้งราชการ-กฎหมาย-ภาษีรับมือโลกเปลี่ยนเร็ว

‘ปกรณ์’ย้ำต้องปฏิรูปขนานใหญ่ทั้งราชการ-กฎหมาย-ภาษีรับมือโลกเปลี่ยนเร็ว

24 ก.ย. 2569 20:23
ผู้ชม 30 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘ปกรณ์’ห่วงคนไทยไม่สนใจโลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งเทคโนโลยี-ภูมิรัฐศาสตร์-สิ่งแวดล้อม ส่งกระทบต่อในประเทศ ต้องเร่งสร้างการตระหนักรู้เพื่อรับมือ ภาครัฐต้องปฏิรูปขนานใหญ่ทั้งระบบราชการ-กฎหมาย-การศึกษา-เรื่องสุขภาพ-ภาษี-การจัดทำงบประมาณ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาหัวข้อ "Do's and Don'ts: ประเทศไทยในเกมโลก" จัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ว่า เรื่องที่จะพูด เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทั้งโลก ใครติดตามฟังการประชุม UNGA จะพบว่าผู้นำเกือบทุกประเทศพูดคำว่า  Reform (การปฏิรูป)  และ World Order (ระเบียบโลก) จะมีสองคำนี้ เป็นผลกระทบของกฎหมายระหว่างประเทศ ของระบบระหว่างประเทศที่มีต่อกฎหมายไทย ระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของคนไทย ตามธรรมชาติมันขึ้นอยู่กับความต้องการของสังคมซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยภายในกับปัจจัยภายนอก

 นายปกรณ์กล่าวว่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ขอใช้คำของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เดี๋ยวนี้เป็นซูเปอร์ไดนามิก มันไวมาก เดี๋ยวนี้ สังคมออนไลน์ การติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก เพราะฉะนั้นปัจจัยภายนอกจะมีผลกระทบต่อความต้องการของภายในประเทศ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่เราต้องตามให้ทัน

 นายปกรณ์กล่าวว่า ระบบโลกแบบเก่ากำลังถูกเขย่าโดยภูมิรัฐศาสตร์ และมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม ระบบกฎหมาย สิ่งแวดล้อม ทั่วโลก สิ่งที่เราขาดไปคือการตะหนักในเรื่องนี้ เรื่องภาวะโลกร้อนก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และมีผลกระทบหมด รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ เราจะทำการค้ากันยังไง กฎเกณฑ์ที่เราเคยคุ้นเคยกันมา ตั้งแต่เรามีแกตต์ เรามี WTO ตอนนี้ใช้แทบไม่ได้แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเร็วมากในช่วงเวลาไม่กี่ปี ส่งผลกระทบมากมาย

 นายปกรณ์กล่าวว่า สิ่งที่เข้ามาอีกอันและมีผลมากๆ ก็คือเรื่อง Popular Culture (วัฒนธรรมสมัยนิยม) แอบแฝงมาในรูปของสื่อต่างๆ แต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงว่าจะมีผลกระทบอะไร ในส่วนที่ดีก็มี แต่ส่วนที่ไม่ดีก็มาก วิธีคิดของคน และพฤติกรรมเปลี่ยนไปมาก สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ที่สำคัญเราต้องเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

  นายปกรณ์กล่าวว่า สังคมไทยสนใจกับสิ่งเหล่านี้น้อยมาก เราจะสนใจเรื่องปัจจัยภายในมากกว่า เราสนใจเรื่องใกล้ตัว เราไม่สนใจเรื่องระหว่างประเทศ ว่าโลกจะเปลี่ยนไปยังไง นํ้ามันขึ้นเราก็ร้องจะทำยังไงให้ราคานํ้ามันเท่าเดิม ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้ เราต้องปรับพฤติกรรม แต่สิ่งที่เราปรับช้ามากทำให้เราเสียประโยชน์ไปเยอะ การเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงจะสามารถใช้ประโยชน์ให้เกิดสิ่งใหม่ได้ เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้

  “การเท่าทันโลก เราควรจะอยู่ในโลกอย่างไร ผมมองไปที่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมคิดว่าการที่เราจะเท่าทันคนอื่นได้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เราดูข่าว แต่เราต้องคิดวิเคราะห์ที่ดี มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน นอกจากความรู้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณธรรม ในยุคที่โลกกำลังแบ่งขั้ว ผลผลิตในประเทศ และการบริโภคในประเทศ ที่เราจะอุดหนุนกันเองเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเราต้องแข็งแกร่งจากภายในก่อน เป็นโจทย์ที่เราต้องคิดเพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น เรามัวแต่พึ่งพาคนอื่นก็จบ เราทำอะไรต่อไม่ได้”นายปกรณ์กล่าว

 นายปกรณ์กล่าวว่า ในเวทีระหว่างประเทศ justification หรือเหตุผลเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราจะใช้ความนิยมมาเป็นหลักไม่ได้ ไม่สามารถที่จะใช้ความนิยมมากำหนดนโยบาย เพื่อที่จะสร้างความนิยมโดยทิ้งอนาคตไว้เรื่อยๆ ไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการปฏิรูปต่างๆ ถึงเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องของกฎหมาย เรื่องของเทคโนโลยี มีส่วนสัมพันธ์กันอย่างมาก แต่เราไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้กันในชีวิตจริง เรากำลังขอเป็นสมาชิก OECD ก็มีการสำรวจพบว่าคนไม่รู้ว่า OECD คืออะไร และเราเข้าไปแล้วจะได้รับประโยชน์อะไร ทั้งที่จริงๆ แล้ว OECD เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1961ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใหม่สำหรับคนไทยเพราะว่าเราไม่สนใจเรื่องเวทีระหว่างประเทศ  เราจึงมองไม่เห็นวิวัฒนาการว่าแล้วมันเปลี่ยนไปทางไหน และมันจะเปลี่ยนไปในทางอะไรต่อไป

“ปัจจุบันระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงมันสั้นลง มันเตือนสติรัฐบาลว่า ทุกอย่างต้องปรับตัวให้เร็ว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จะต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน เราต้องสร้างความตระหนหักรู้กับประชาชนในเรื่องนี้ให้มากที่สุดว่า ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ไหน สงครามการค้าก่อให้เกิดอะไร เรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เราพูดกันมานาน แต่ว่ามันพัฒนาเร็วมาก เรากำลังพูดกันเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นจาก AI เราถึงพูดถึงเรื่องคุณธรรมในการใช้ ในการสร้าง แต่ในบ้านเรายังไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ จะมีเรื่องการใช้กำลังขนาดใหญ่เกิดขึ้น ไม่ใช่สงครามเต็มรูปแบบ แต่หมายถึงการปะทะด้วยกำลังขนาดใหญ่ ถ้ามันขยายวงไป และใช้อาวุธที่มันรุนแรง มากขึ้น เรามีมาตรการรองรับเรื่องนี้แล้วหรือยัง”นายปกรณ์กล่าว

 นายปกรณ์กล่าวว่า เราต้องบอกให้พี่น้องประชาชน บอกให้ทุกภาคส่วนเข้าใจว่า ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง  เราพูดกันถึง AI แต่เทคโนโลยีควอนตัมกำลังเข้ามา และจะเกิดอะไรขึ้น ภาคธนาคาร จะทำยังไงกับเรื่องความปลอดภัย เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องคิด AI เข้ามายังแคะข้อมูลได้ขนาดนี้ ถ้าควอนตัมเข้ามาช่วย ทำให้ AI มันทรงประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลต่างๆ ของเราจะทำยังไง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระบบระหว่างประเทศที่มันเกิดขึ้น ขณะนี้ระเบียบโลกยังไม่ชัดเจน สิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดก็คือยึดยึดมั่นในข้อตกลง ที่เรามีกับต่างประเทศให้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเรากก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่มันอาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดหวังด้วย ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรืออะไรต่างๆ ต้องพร้อม แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ

  “บทบาทของภาครัฐจะต้องเปลี่ยน โลกเปลี่ยนมานานแล้ว ระบบกฎหมายต้องเปลี่ยนใหม่หมด ระบบเศรษฐกิจต้องเปลี่ยนใหม่หมด เพิ่มการพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด ในเรื่องของความมั่นคงด้านอาหาร เราไม่รู้ว่าเราจะเกิดอะไรขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงานจะต้องมี  บทบาทของรัฐอีกอย่างที่ต้องทำคือการปฏิรูปโครงสร้าง ในมิติต่างๆ โดยตนรับผิดชอบในเรื่องของกฎหมาย เรื่องระบบราชการ จะต้องเปลี่ยน เราอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว การศึกษาต้องเปลี่ยน  ภาษีจะต้องปฏิรูปใหม่ เพราะระบบภาษีที่มีอยู่เป็นผลพวงของระบบเศรษฐกิจในอดีต  ระบบงบประมาณก็ต้องปฏิรูปขนานใหญ่ ระบบสุขภาพก็ต้องปฏิรูป โครงสร้างเดิมมันใช้ไม่ได้แล้ว แต่ตอนนี้เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก ตนอยากให้เรามีการตระหนักรู้ เรื่องนี้เยอะๆ และเราจะได้อยู่บนเวทีโลก ได้อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริง”นายปกรณ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลขีดเส้นภายใน 30 ก.ย.คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ
รัฐบาลขีดเส้นภายใน 30 ก.ย.คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ