News Logo
หน้าแรก
ตร.คุมตัว'อุทัย'ชี้จุดทิ้งเป้เฮโรอีน รวบเพื่อนทำลายหลักฐาน คดีแอร์มีนา

ตร.คุมตัว'อุทัย'ชี้จุดทิ้งเป้เฮโรอีน รวบเพื่อนทำลายหลักฐาน คดีแอร์มีนา

5 ก.ค. 2569 12:33
ผู้ชม 18 คน

ตำรวจคุมตัว "อุทัย" ชี้จุดทิ้งเป้เฮโรอีน ณ อยุธยา รวบเพื่อนร่วมแก๊งช่วยทำลายหลักฐาน ล่าไลน์ปริศนา "รินริน" บงการข้ามจังหวัด โยงคดี "แอร์มีนา" ขนของเข้าออสเตรเลีย ก่อนฝากขังพรุ่งนี้

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีพนักงานต้อนรับหญิงสายการบินไทย ขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย หรือที่เรียกกันว่าคดีแอร์มีนา โดยวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่ขนกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติด โดยเบื้องต้น นายอุทัย ยังคงให้การรับสารภาพ และถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลในเชิงลึกที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เตรียมยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) 

พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบทางเทคนิค พบว่านายอุทัยมีความชำนาญและรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดในครั้งนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่า ทันทีที่มีการนำเสนอข่าวกรณีการจับกุมตัว "นางสาวมีนา" นายอุทัยได้รีบทำการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือใหม่ทันที รวมถึงมีการทำลายยาเสพติดบางส่วนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานในการเชื่อมโยงทางคดี 

แม้ว่านายอุทัยจะอ้างว่าเพิ่งลักลอบทำมาเพียง 3 ครั้ง แต่พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามหลบเลี่ยงการสืบสวนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างแกะรอยข้อมูลดึงหลักฐานที่ถูกทำลายกลับคืนมา 

จากการสอบปากคำเพิ่มเติม นายอุทัยให้การรับสารภาพว่า ได้ไปรับกระเป๋าลายช้างบรรจุเฮโรอีนมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยได้รับค่าจ้างสูงถึงเที่ยวละ 60,000 บาท จากนั้นจะนำยาเสพติดมาพักไว้ที่หอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อจัดลงกล่องพัสดุ ก่อนจะว่าจ้าง นายอติราช หรือ "นายเป้" ให้ขับรถเก๋งนำพัสดุจากอยุธยาไปส่งยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา โดยให้ค่าจ้างเป็นเงิน 1,600 บาท ซึ่งคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับนายเป้ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ โดยนายอุทัยยอมรับว่าเคยจ้างนายเป้ส่งของมาแล้วรวม 3 ครั้ง 

นายอุทัยยังให้การว่า หลังจากที่นำพัสดุไปส่งให้กับเหยื่อภายในซอยเสือใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ฝ่ายเหยื่อไหวตัวทันและปฏิเสธที่จะรับพัสดุดังกล่าว นายอุทัยจึงเดินทางกลับไปรับพัสดุคืนมาในวันที่ 26 มิถุนายน ก่อนจะนำกระเป๋าผ้าลายช้างบรรจุเฮโรอีนยัดใส่ถุงดำ และนำไปโยนทิ้งไว้ริมถนนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่  นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติมได้อีก 1 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายอุทัย ที่ทำหน้าที่รับฝากพัสดุกระเป๋าลายช้างที่ถูกตีกลับมาจากซอยเสือใหญ่ 

สำหรับต้นตอของยาเสพติดที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายอุทัยอ้างว่าเพิ่งรู้จักกับกลุ่มผู้ส่งยาเป็นครั้งแรก โดยได้รับคำสั่งผ่านไลน์ที่ใช้ชื่อว่า "แป้งที่แปลว่าแป้ง" ซึ่งเป็นบุคคลที่บงการให้นายอุทัยนำพัสดุยัดไส้ยาเสพติดไปส่งให้แก่ "แอร์มีนา" ที่คอนโดย่านบางนา โดยประเด็นนี้กำลังเร่งขยายผลทางเทคโนโลยีอย่างเร่งด่วนเพื่อเชื่อมโยงไปให้ถึงตัวการใหญ่ 

พล.ต.ต.สมบูรณ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการขยายผลหาตัวการใหญ่ที่ใช้ชื่อบัญชีปริศนาว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ที่มีพฤติกรรมชักชวนเหยื่อให้ “รับหิ้วของไปออสเตรเลีย” นั้น จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า บัญชีดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาคนหิ้วของไปส่งยังประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับนายอุทัยที่ทำหน้าที่กระจายและส่งของในประเทศไทย ขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ซึ่ง บช.ปส. อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลขยายผลร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

รอง ผบช.ปส. ยังกล่าวถึงข้อมูลภูมิศาสตร์เส้นทางลำเลียงที่มีกระแสข่าวว่าส่งตรงมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา ยืนยันว่าเป็นความจริง ซึ่งในอดีตพื้นที่ อ.เชียงคำ เคยเป็นจุดที่มีการจับกุมยาเสพติดบิ๊กล็อตหลายล้านเม็ดมาแล้ว เนื่องจากมีภูมิประเทศเป็นแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้นทางส่วนใหญ่ของยาเสพติดยังคงมาจากประเทศเมียนมา แต่ขบวนการนี้เลือกใช้วิธีแยบยลด้วยการเลาะตัดผ่านเข้ามาทางประเทศลาว ก่อนทะลวงข้ามฝั่งเข้ามาทาง อ.เชียงคำ เนื่องจากช่องทางตรงเข้าสู่ประเทศไทยด่านอื่นมีมาตรการสกัดกั้นที่หนาแน่น ทำได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) และกองกำลังทหารร่วมดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด 

"จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรม ขบวนการนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านนั่งแท่นเป็นตัวการใหญ่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง แต่ลักษณะการทำงานของเครือข่ายนี้จะใช้วิธี 'ตัดตอน' เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวไปถึงหัวเรือใหญ่ เช่น การว่าจ้างขนส่งผ่านระบบพัสดุโลจิสติกส์, การจ้างบุคคลสลับสับเปลี่ยนหน้ากันทำ, มีคนคอยรับช่วงต่อส่งไม้เป็นทอด ๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่โอนเงินก็จะเป็นอีกชุดหนึ่งแยกต่างหาก ทำให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแต่ละคนไม่ได้ทำงานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งนี่คือโจทย์สำคัญที่ชุดสืบสวนกำลังไล่ทลาย" รอง ผบช.ปส. กล่าวทิ้งท้าย 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีแอร์ขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดสถาปนา ‘พระพรหมวชิรเวที’ เป็น 'สมเด็จพระญาณวชิโรดม'
โปรดสถาปนา ‘พระพรหมวชิรเวที’ เป็น 'สมเด็จพระญาณวชิโรดม'