News Logo
หน้าแรก
ยกฟ้อง! สภาผู้บริโภคสงขลาช่วยสู้คดีถูกหลอกกดลิ้งก์ดูดเงิน

ยกฟ้อง! สภาผู้บริโภคสงขลาช่วยสู้คดีถูกหลอกกดลิ้งก์ดูดเงิน

4 ก.ค. 2569 12:54
ผู้ชม 2 คน

หน่วยงานประจำจังหวัดสงขลา สภาผู้บริโภค ช่วยผู้บริโภคสู้คดีหนี้บัตรเครดิต หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกกดลิงก์จนถูกดูดเงิน ล่าสุดศาลแขวงสงขลาพิพากษายกฟ้อง ชี้สถาบันการเงินต้องรับผิดชอบระบบความปลอดภัย ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้บริโภคฝ่ายเดียว

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ศาลแขวงสงขลามีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ยื่นฟ้องผู้บริโภครายหนึ่ง ให้รับผิดชำระหนี้จากการทำธุรกรรมกู้ยืมเงินผ่านบัตรเครดิต ทั้งที่ตัวผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ทำรายการด้วยตนเอง โดยเรื่องราวเกิดขึ้นหลังผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองคลัง เทศบาลเมืองคอหงส์ ก่อนใช้กลอุบายและหลอกให้กดลิงก์ จนนำไปสู่การทำธุรกรรมกู้ยืมเงินผ่านบัตรเครดิตของผู้บริโภคโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เห็น กระทั่งต่อมาบริษัทเจ้าของบัตรได้ยื่นฟ้องเรียกให้ผู้บริโภคชำระหนี้ตามสัญญาบัตรเครดิต โดยอ้างว่าผู้บริโภคเป็นผู้ทำรายการ จำนวนหนี้ที่เรียกร้องรวม 30,544 บาท ซึ่งภายหลังผู้บริโภคได้รับความช่วยเหลือด้านคดีจากหน่วยงานประจำจังหวัดสงขลา สภาผู้บริโภค จนสามารถต่อสู้คดีได้สำเร็จ

​นายวัชระ ชันวิจิตร ทนายความผู้รับผิดชอบคดี กล่าวว่า ในการพิจารณาคดี ศาลแขวงสงขลามีประเด็นวินิจฉัยสำคัญหลายประการ เริ่มจากโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าจำเลยหรือผู้บริโภคเป็นผู้ทำรายการกู้ยืมเงินผ่านบัตรเครดิตด้วยตนเอง ขณะเดียวกันข้อกำหนดในสัญญาที่ระบุว่า หากบัตรเครดิตถูกโจรกรรม สูญหาย หรือเกิดเหตุอื่นใด ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งอายัดภายใน 5 นาที ไม่เช่นนั้นต้องรับผิดชอบเอง ศาลเห็นว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

​นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกันยังปรากฏว่ามีการปฏิเสธการทำรายการของบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) ซึ่งเป็นบัตรอีกใบหนึ่งของผู้บริโภค เป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าการทำธุรกรรมในขณะนั้นมีลักษณะผิดปกติ จึงเป็นสาเหตุที่สนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจริง ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ก้อนดังกล่าว

​“คดีนี้สะท้อนหลักคิดสำคัญที่ว่า เงินในวงเงินบัตรเครดิตนั้นเป็นเงินของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินจึงมีหน้าที่ต้องวางระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอเพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ไม่ใช่ผลักภาระความระมัดระวังทั้งหมดไปไว้ที่ผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว” นายวัชระ ระบุ

​ทั้งนี้ นายวัชระ ยังฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา และหากตกเป็นผู้เสียหายหรือถูกฟ้องร้องในลักษณะเดียวกันนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ที่เว็บไซต์สภาผู้บริโภค tcc.or.th หรือสายด่วน 1502 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.-ปค.-ป.ป.ท.-DSI ร่วมบุกทลายเครือข่าย ‘โรฮิงญา’ สวมบัตรหัวศูนย์
ตร.-ปค.-ป.ป.ท.-DSI ร่วมบุกทลายเครือข่าย ‘โรฮิงญา’ สวมบัตรหัวศูนย์