โผตั้งปลัดอุตฯ-พลังงาน ฝุ่นตลบ ล็อบบี้กันวุ่น ลุ้น ครม. 18 ‘ณัฐพล’ จะข้ามห้วยไปกระทรวงพลังงาน หรือพลิกเข้ากรุสำนักนายกฯแทน
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ว่า จากกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดความวุ่นวายเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เนื่องจากเดิมจะมีการโยกนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่อยู่ครบวาระ 4 ปี ข้ามห้วยไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน แทนนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ไม่ขัดข้อง เพราะเคยทำงานร่วมกันมาสมัยนายเอกนัฏ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะเสนอนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ โดยจะเสนอเรื่องเข้าครม.พร้อมกัน แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวาระประชุม กลับมีแค่เรื่องการโยกนายณัฐพล ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน เท่านั้น แต่การเสนอชื่อนายภาสกร เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กลับไม่ถูกส่งเรื่องเข้าพิจารณา เนื่องจากนายณัฐพล ไม่ได้ลงนามเสนอชื่อนายภาสกร ทำให้นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่าหาก ครม.พิจารณาต่อไป อาจมีปัญหาข้อกฎหมาย แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องให้ปลัดลงนามเสนอ เพราะเป็นแค่แนวปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย หากปลัดไม่ลงนามเสนอชื่อ ก็เป็นสิทธิที่รัฐมนตรีต้นสังกัดจะเสนอชื่อตั้งปลัดคนใหม่ได้ แต่นายกฯ ไม่มั่นใจว่าจะผิดหรือไม่ จึงให้คนที่เกี่ยวข้องกับไปเคลียร์กันให้เรียบร้อยก่อนนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อครม.ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่าต่างฝ่ายต่างพยายามล็อบบี้กับผู้มีบารมีในแวดวงต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้รัฐมนตรี นายกฯและผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ช่วยเหลือฝ่ายตนเอง อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวว่า หลังจากนายณัฐพล ไม่เซ็นรับรองชื่อนายภาสกร โดยเสนอให้นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) หรือนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ หรือ ดร.ยี่ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ที่คุ้นเคยกันดีข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแทนตัวเอง แต่หากฝ่ายการเมืองอยากได้คนในกระทรวงอุตสาหกรรมขึ้นแทน ก็จะเสนอชื่อนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ฝ่ายการเมืองไม่ยอมรับและยืนยันว่าต้องเป็นนายภาสกร
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อนายณัฐพล ยังตั้งเงื่อนไขที่จะเสนอคนที่ตัวเองคุ้นเคยขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจนายณัฐพล และอาจมีการเปลี่ยนโผกันใหม่ มีกระแสข่าวว่าจะไม่ให้นายณัฐพล ข้ามห้วยไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงานแล้ว แต่จะให้ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักนายกรัฐมนตรีแทน
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ คนในกระทรวงงพลังงานก็ไม่ค่อยพอใจที่จะโยกนายณัฐพล ข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน เพราะที่ผ่านมามีการข้ามห้วยมานั่งปลัดกระทรวงพลังงานหลายครั้ง อาทิ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่มที่ข้ามมาจากกระทรวงการคลัง และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และนายกุลิศ สมบัติศิริ ข้ามมาจากกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะมีลูกหม้ออย่างนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน แต่เมื่อจะเกษียณแล้ว ก็ควรให้โอกาสลูกหม้อกระทรวงพลังงานขึ้นปลัด ไม่ใช่ให้ข้ามห้วยมาจากที่อื่นอีก จึงเริ่มมีกระแสต่อต้านคนนอกข้ามห้วย ทำให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่อยากมีปัญหาในกระทรวงพลังงาน ดังนั้นอาจพิจารณาให้ลูกหม้อขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน
รายงานข่าวแจ้งว่า หากนายณัฐพล ไม่ได้ข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน จะมีแคนดิเดต 3 คนที่มีลุ้นได้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน ได้แก่นายวรากร พรหมโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
รายงานข่าวแจ้งว่า ต้องรอดูว่าในการประชุม ครม.วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นี้จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะไม่ได้เป็นประธานการประชุม ครม. เนื่องจากมีภารกิจเดินทางไปเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 17-22 สิงหาคม 2569 แต่จะมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม ครม.แทน หากมีเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม จะต้องมีการเคลียร์กับทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ต้องรอดูว่าปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่จะเป็นใคร และนายณัฐพล จะได้ข้ามห้วยไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงานตามโผเดิม หรือจะเข้ากรุเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแทน




