พ้นข้อกล่าวหา! สำนักงาน ป.ป.ช. บุรีรัมย์ เผยมติคณะกรรมการชุดใหญ่ ตีตกคดี “วิมล ชอบสุข” อดีตท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ กับพวก กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานฯ ปี 2560 กำหนดเงื่อนไขการจัดจ้างมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยเห็นว่าพฤติการณ์ยังไม่เพียงพอจะฟังได้ว่ากระทำความผิด ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ตกไป
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหา นางสาววิมล ชอบสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ กับพวก กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จากการกำหนดเงื่อนไขการจัดจ้างโครงการฯ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
โดยเห็นว่าพฤติการณ์ยังไม่เพียงพอจะฟังได้ว่ากระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุรายละเอียดว่า คดีนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้น เพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหานางสาววิมล ชอบสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ กับพวก ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงโดยสรุป และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติ ดังนี้
ข้อเท็จจริงโดยสรุปจากการไต่สวนเบื้องต้น ปรากฏว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ งบประมาณจำนวน 6,000,000 บาท และได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
มีผู้เสนอราคา 5,692,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางจำนวน 308,000 บาท แต่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ได้คัดเลือกให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสทีเอ็น เซ็นเตอร์บิวดิ้ง ซึ่งเสนอราคาสูงกว่า (เสนอราคา 5,986,000 บาท) โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา และยังกำหนดให้มีการส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการให้ความสนับสนุนด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการทางการเงินเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจการประกันภัยตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
กำหนดให้อายุหนังสือรับรองดังกล่าวไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ออกหนังสือถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา ทั้งที่ตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กพว) 1305/ว7914 ลงวันที่ 22 กันยายน 2543 กำหนดว่า การประกวดราคาจ้างก่อสร้าง มิให้กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้เสนอราคาในลักษณะต่าง ๆ เช่น การกำหนดให้เป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนจำนวนหนึ่ง เป็นผู้มีผลประกอบการมีกำไร มีบุคลากรหรือเครื่องมืออยู่ก่อนหรือขณะเข้าเสนอราคา และมีหนังสือรับรองทางการเงินมาแสดงตั้งแต่ขณะเสนอราคา เป็นต้น
นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ยังกำหนดอายุของผลงานโดยให้คะแนนตามอายุของผลงาน อันเป็นการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม หรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางราย ทำให้รัฐต้องจัดจ้างในราคาแพงขึ้น เป็นเงินจำนวน 335,527.99 บาท และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงเสียหายต่อระบบราชการ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e-Market) และวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e-Bidding) ข้อ 13 กำหนดให้ส่วนราชการสามารถเลือกใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price) หรือหลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ได้
ทั้งนี้ หากเลือกใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาตามข้อ 32 และข้อ 33 และในขั้นตอนการประกาศร่าง TOR ก็ไม่มีผู้วิจารณ์หรือโต้แย้งว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ถูกต้องแต่อย่างใด
ดังนั้น จึงถือเป็นดุลพินิจของหน่วยงานที่สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในการพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาได้
พฤติการณ์จึงยังไม่เพียงพอจะฟังได้ว่า นางสาววิมล ชอบสุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายจิรวัฒน์ ศกุนะสิงห์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวสินนภา รุกขชาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายสุรเศรษฐ์ คุณมาศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป





