News Logo
หน้าแรก
ข้าราชการอินเดียใกล้เกษียณสูญเงิน 34 ล้าน ถูกหลอกจับกุมออนไลน์

ข้าราชการอินเดียใกล้เกษียณสูญเงิน 34 ล้าน ถูกหลอกจับกุมออนไลน์

10 มิ.ย. 2569 16:49
ผู้ชม 10 คน

ข้าราชการอินเดียวัย 59 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างคดีอาญาจับกุมออนไลน์ หลอกโอนเงิน ขายทอง และแปลงทรัพย์สินเป็นคริปโต สูญเงินรวมกว่า 34 ล้านบาท

รายงานของ Indian Express เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 เผยว่า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำของรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย วัย 59 ปี ซึ่งใกล้เกษียณอายุราชการภายในปีนี้ ตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์ในรูปแบบที่เรียกว่า “การจับกุมออนไลน์” (Digital Arrest) สูญเงินรวม 83.22 ล้านรูปี หรือประมาณ 34 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน

คดีดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้ในเอกสารคำร้องทุกข์ของสถานีตำรวจ Bagalkot CEN Police Station โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 หลังเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ Telecom Regulatory Authority of India (TRAI) หรือหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของอินเดีย

มิจฉาชีพอ้างว่ามีซิมการ์ดที่ผูกกับข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายถูกนำไปใช้ส่งข้อความลามกอนาจาร และมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่นครมุมไบ จากนั้นได้ส่งเอกสารปลอมผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp ไม่ว่าจะเป็นหนังสือราชการ หัวกระดาษหน่วยงานของรัฐ ตราสัญลักษณ์ และเอกสารที่มีลักษณะคล้ายเอกสารทางการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

หลังจากนั้นการติดต่อถูกย้ายไปยังแอปพลิเคชัน Signal โดยมิจฉาชีพอ้างว่าผู้เสียหายอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีอาญาและต้องเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่าการควบคุมตัวออนไลน์ ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐและไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามคำสั่งได้

ตามรายงานของ Times of India มิจฉาชีพยังใช้การสนทนาผ่านวิดีโอคอล พร้อมฉากหลังที่จัดให้ดูคล้ายสถานีตำรวจ ห้องพิจารณาคดี และสำนักงานของผู้พิพากษา รวมถึงแอบอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงกำลังติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาแก่ผู้เสียหายและครอบครัว

การควบคุมตัวแบบออนไลน์ไม่ใช่มาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่จริง แต่เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่กำลังแพร่ระบาดในอินเดีย โดยมิจฉาชีพจะสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตำรวจ หน่วยงานสืบสวน หรือหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ แล้วกล่าวหาว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาญา การฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี หรืออาชญากรรมร้ายแรง จากนั้นจะสั่งห้ามติดต่อบุคคลอื่น ห้ามออกจากที่พัก ห้ามเปิดเผยรายละเอียดของคดี และบังคับให้เปิดกล้องหรือรับสายตลอดเวลาเพื่อให้เชื่อว่ากำลังถูกควบคุมตัวอยู่จริง

เป้าหมายสำคัญของกลโกงลักษณะนี้คือการสร้างความหวาดกลัว ความสับสน และความเร่งด่วน จนเหยื่อเชื่อว่าการโอนเงินเป็นวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีหน่วยงานรัฐใดสามารถสั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองได้

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว ผู้เสียหายได้โอนเงินหลายครั้งระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ถึง 13 เมษายน 2569 โดยโอนเงิน 14.61 ล้านรูปีจากบัญชีธนาคาร SBI ไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพระบุ ต่อมาถูกกดดันให้ขายทองคำและถอนเงินจากแผนการลงทุนแบบสะสมเงินเป็นงวด หรือ SIP ก่อนโอนเพิ่มอีก 30.61 ล้านรูปีไปยังบัญชีของ IDFC First Bank

Indian Express รายงานว่า ส่วนที่ทำให้ตำรวจมองว่าคดีนี้มีความผิดปกติและซับซ้อนกว่าคดีทั่วไป คือการที่มิจฉาชีพบังคับให้ผู้เสียหายเปิดกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีบนแพลตฟอร์ม Binance และโอนเงินในรูปแบบเหรียญดิจิทัล USDT เพิ่มอีก 38 ล้านรูปี ระหว่างวันที่ 18 มีนาคมถึง 15 เมษายน 2569

หลังจากตกอยู่ภายใต้การควบคุมและข่มขู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ผู้เสียหายตัดสินใจเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ส่งผลให้คดีถูกดำเนินการภายใต้กฎหมาย Information Technology Act และ Bharatiya Nyaya Sanhita ซึ่งเป็นประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ของอินเดีย

ตำรวจ Bagalkot ระบุว่า วิธีการในคดีนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมิจฉาชีพไม่ได้ใช้เพียงบัญชีธนาคารในการรับโอนเงิน แต่ยังผลักดันให้ผู้เสียหายเข้าสู่ระบบคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งทำให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากกว่าเดิม

ข้อมูลที่รวบรวมโดยหน่วยงานด้านอาชญากรรมไซเบอร์ของอินเดียระบุว่า ความเสียหายจากกลโกงการกักตัวดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2567 มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 1,935 ล้านรูปีจากคดีจำนวนหลายหมื่นคดี และยังคงมีรายงานเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายรัฐทั่วประเทศ

คดีที่เกิดขึ้นในรัฐกรณาฏกะครั้งนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนารูปแบบอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับการกดดันทางจิตวิทยา เพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังเผชิญคดีอาญาจริง ก่อนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล

ขณะนี้ตำรวจ Bagalkot CEN อยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อติดตามเส้นทางการเงินและระบุตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ดำเนินการข้ามรัฐหรือข้ามประเทศต่อไป

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Anthropic ปล่อย AI เสี่ยงสูงให้คนทั่วไปใช้งานครั้งแรก
Anthropic ปล่อย AI เสี่ยงสูงให้คนทั่วไปใช้งานครั้งแรก