News Logo
หน้าแรก
“5 วันอันตราย”กับอนาคตของสงครามอิหร่าน

“5 วันอันตราย”กับอนาคตของสงครามอิหร่าน

25 มี.ค. 2569 19:42
ผู้ชม 64 คน

ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีโรงงานไฟฟ้าอิหร่านหากไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุสภายใน 48 ชม. โดยแจ้งว่าขณะนี้มีการการหารือ (ไม่เป็นทางการ)ระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ กับผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งการหารือเป็นไปอย่างคืบหน้า จึงขอยุติการโจมตีออกไปอีก 5 วัน เพื่อให้มีเวลาหารือในรายละเอียดกันสมบูรณ์ โดยหวังว่า 2 ฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงและยกเลิกการโจมตีระหว่างกันได้ในเร็ววัน

คำประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงทันที 10% และสร้างความหวังในตลาดพลังงานและการเงินโลกว่า สงครามใกล้จะจบแล้ว แม้ว่าต่อมาไม่นานประธานรัฐสภาอิหร่าน ที่ถูกเดากันว่าเป็นผู้แทนเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งนี้ออกมาแก้ข่าวว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ข่าวที่ออกมา (จากนายทรัมป์)เป็นข่าวปลอมซึ่งก็ทำให้ราคาน้ำมันดีดกลับมาต่ำกว่าราคาเดิมเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงว่า มีการหารือกันจริงแต่เป็นการหารือผ่านประเทศที่สาม โดยมีปากีสถาน อิยิปต์ และตุรกี ทำหน้าที่คนกลาง โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารของปากีสถาน (จอมพล อาสิม มูเนียร์) ซึ่งเป็นผู้ที่สนิทสนมส่วนตัวกับนายทรัมป์ มีบทบาทมากที่สุด และล่าสุดปากีสถานก็เสนอตัวเป็นผู้จัดให้มีการประชุมเจรจาเป็นทางการที่ปากีสถาน

@ ปัจจัยสำคัญที่ชี้ว่าการเจรจายุติสงครามมีความเป็นไปได้สูง

•เป็นที่รับทราบกันว่า ขณะนี้สงครามได้พัฒนาเลยขอบเขตการคาดหมายของสหรัฐฯไปมากและก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงทั้งทางเศรษฐกิจและคลังสำรองอาวุธที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯประเมินไว้ก่อนสงครามว่า เมื่อบุกโจมตีอย่างรุนแรงและรวดเร็วเหมือนปฏิบัติการที่เวเนซุเอลาหรือในช่วงสงคราม 12 วัน เมื่อมิ.ย. 2568 (ทำลายศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ 3 แห่ง) อิหร่านคงจะต้องยอมแพ้และนำไปสู่การปฏิวัติประชาชนเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอิสลาม แต่ปรากฏว่า อิหร่านมีศักยภาพทางทหารและจิตใจมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศมากกว่าที่สหรัฐฯและอิสราเอลคาดการณ์ ทำให้การสู้รบยืดเยื้อบานปลายจนหาจุดจบไม่ได้

•การปิดช่องแคบฮอร์มุส การโจมตีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลกที่เซาท์พาร์ส (South Pars) การโจมตีเมืองดิโมนา (Dimona)ใกล้ศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ของอิสราเอล รวมถึงการยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพร่วมอังกฤษ-สหรัฐฯ ที่ดิเอโกการ์เซีย(ระยะยิง 4,000 กม.) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าสงครามขยายตัวออกไปเกินกว่าการควบคุม การเอาชนะอย่างเด็ดขาดอย่างที่ทรัมป์เคยประกาศ ถ้าจะเกิดก็ต้องใช้เวลาเป็นปีและไม่สามารถเลี่ยงการใช้กำลังทางบกต่อสู้กัน ซึ่งจะหมายถึงการสูญเสียกำลังทหารจำนวนนับพัน/หมื่นและจะเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองของทรัมป์

•แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ผลการหารือกับอิหร่านที่ผ่านมามีรายละเอียดย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดก็รวมถึงการยอมที่จะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยมีการตรวจสอบที่เข้มข้น(โดยสหรัฐฯ หากเป็นไปได้) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทรัมป์ใช้อ้างว่าเป็นชัยชนะที่สวยงามของตน แม้ว่าตามข้อเท็จจริงจะเป็นสิ่งที่อิหร่านยินยอมในการเจรจาก่อนสงครามแล้วก็ตาม

•ข้อเรียกร้องสำคัญของฝ่ายอิหร่าน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นได้ยากได้แก่ การเรียกร้องค่าเสียหายจากสงคราม และการรับประกันจากนานาชาติว่าการรุกรานอิหร่านเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก นั้น

ตามข้อเท็จจริง สหรัฐฯ เพิ่งอนุญาตให้ยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เฉพาะที่อยู่ในเรือกลางทะเล (ไม่ต่ำกว่า 120-140 ล้านบาเรล)เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในตลาดโลก ก็เท่ากับสหรัฐฯ เปิดทางให้อิหร่านมีรายได้เพิ่มขึ้นแทนการจ่ายค่าเสียหายจากสงครามอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่วิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุส(1-2 ล้านดอลลาร์/ลำ)ที่อิหร่านเรียกเก็บอยู่ตอนนี้ก็จะเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งคิดว่าสหรัฐฯไม่น่ามีข้อขัดข้อง แม้ว่าตามกฎหมายระหว่างประเทศอิหร่านไม่มีสิทธิเรียกเก็บ

ส่วนการรับประกันจากนานาชาติว่า จะไม่มีการรุกรานอิหร่านอีกในอนาคตนั้น ในชั้นนี้คาดว่า ในเบื้องต้นสหรัฐฯ น่าจะยืนยันให้สหรัฐฯเป็นผู้ให้การรับรองเอง เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เปิดเผย ตามที่ทรัมป์ได้กล่าวเป็นนัยๆว่า จะมีการเสนอผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจำนวนมากให้อิหร่านด้วย ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะมาจากการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจ

แต่ถ้าอิหร่านยืนยันจะต้องได้รับการรับรองจากนานาชาติจริง บรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯ จากยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอาหรับกว่า 20 ประเทศที่รวมตัวกันเสนอตัวเป็นผู้ให้การคุ้มกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุส ก็น่าที่จะให้การช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ (แลกกับความปลอดภัยการเดินเรือ)

@ อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลให้การเจรจายุติสงครามต้องสะดุดลงมี 2 ประเด็น คือ การคัดค้านโดยอิสราเอล และการไม่ให้ความร่วมมือโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

ในส่วนของอิสราเอลที่ประกาศยืนยันมาตลอดว่า ต้องการเห็นการเปลี่ยนระบอบการปกครองแบบรัฐอิสลามของอิหร่าน แต่ก็ดูเหมือนจะเริ่มยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องมาจากการลุกฮือขึ้นโดยประชาชนเท่านั้น ดังนั้น เป้าหมายของอิสราเอลตอนนี้จึงเปลี่ยนไปอยู่ที่การตัดทอนการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งการโจมตีทางอากาศเพื่อทำลายฐานยิงและโรงงานผลิตก็ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว

นอกจากนี้ ปัจจุบันอิสราเอลก็เริ่มเบี่ยงเบนความสนใจไปยังการรบกับฮิสบุลลาห์ในเลบานอน และการขยายอาณาเขตของประเทศให้ครอบคลุมพื้นที่ Greater Israel ที่เป็นดินแดนในคัมภีร์ไบเบิล ครอบคลุมไปถึงเลบานอนและบางส่วนของอียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย

ดังนั้น การยินยอมตามความประสงค์ของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามเพื่อแลกกับการสนับสนุนการเงินและการทหารอย่างต่อเนื่องน่าจะให้ประโยชน์อิสราเอลในระยะยาวได้มากกว่า

สำหรับท่าทีของกองกำลัง IRGC นั้น ขึ้นกับว่า บุคคลที่สหรัฐฯ ร่วมหารือด้วยนั้นเป็นใคร หากเป็นคนของ IRGC หรือเป็นสายตรงของผู้นำสูงสุด ก็น่าที่จะหาข้อสรุปกันไม่ยาก เพราะ IRGC ไม่ได้ขึ้นกับประธานาธิบดี แต่ขึ้นตรงกับผู้นำสูงสุดและเลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุด (เพิ่งแต่งตั้งคนใหม่แทนนาย อาลี

ลาริจานี)

@ บทสรุป

แนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านหลัง

เส้นตาย 5 วันน่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะสอดคล้องกับผลประโยชน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่จะใช้เวลาเจรจานานเท่าไหร่และราคาพลังงานโลกจะปรับตัวสู่ภาวะปรกติได้เร็วแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องคอยติดตามกันต่อไป เพราะความเสียหายต่อแหล่งผลิตและความปลอดภัยในการเดินเรือ ย่อมส่งผลต่อปริมาณการผลิต ราคาสินค้าและค่าประกันภัยในการขนส่งสินค้าต่อไปอีกหลายเดือนหรือเป็นปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เนรมิตประปาแม้นศรี เป็นที่อาศัยคนไร้บ้าน
เนรมิตประปาแม้นศรี เป็นที่อาศัยคนไร้บ้าน