News Logo
หน้าแรก
กมธ.ถกแก้ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส 'วันชัย' เผย สตง.ตรวจเข้มผิดปกติช่วงต้นปี

กมธ.ถกแก้ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส 'วันชัย' เผย สตง.ตรวจเข้มผิดปกติช่วงต้นปี

22 ต.ค. 2569 14:50
ผู้ชม 34 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ถกปมแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ด้าน สศค.-สรรพสามิต หนุนยกเลิกเก็บภาษีตรง 1.5% เปลี่ยนไปขอรับจัดสรรงบฯ รายปีตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ขณะที่กฤษฎีกาชี้กฎหมายเดิมยังคุ้มครอง ด้าน 'วันชัย' ผอ.ไทยพีบีเอส ยัน 'ที่มารายได้' คือหัวใจคุ้มครองความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ พร้อมเผย สตง. ส่งคนตรวจเข้มผิดปกติตั้งแต่ต้นปี

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาโครงสร้างรายได้ กรณีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง อาทิ คณะผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าให้ข้อมูล

น.ส.วรรณา แพรศรี ผู้อำนวยการกองนโยบายการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอให้ยกเลิกการจัดสรรเงินบำรุงองค์กรจากภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 1.5 (เพดานไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี) แล้วเปลี่ยนมาขอรับจัดสรรงบประมาณผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน

น.ส.วรรณา อ้างอิงถึง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 ที่กำหนดห้ามตราบัญญัติกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีเฉพาะองค์กร ซึ่งในอนาคตจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน พร้อมเห็นว่าการนำเงินกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินจะช่วยให้รัฐบาลบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความโปร่งใสผ่านการตรวจสอบของรัฐสภา

ขณะที่ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ให้ความเห็นเบื้องต้นว่า การเปลี่ยนมาใช้วิธีขอรับงบประมาณโดยตรงจะช่วยให้ Thai PBS สามารถได้รับการจัดสรรงบประมาณผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สอดคล้องกับภารกิจและความจำเป็นจริง

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงข้อกฎหมายว่า แม้ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 มาตรา 26 จะห้ามการออกกฎหมายใหม่เพื่อจัดเก็บภาษีเฉพาะองค์กร แต่ใน มาตรา 82 มีบทเฉพาะการ คุ้มครองกฎหมายที่มีอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การที่ พ.ร.บ. Thai PBS พ.ศ. 2551 จัดเก็บเงินบำรุงองค์กรจากภาษีสุราและยาสูบ จึงยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ระบุว่า องค์การได้งบประมาณไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาทต่อปี และเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2551 ทั้งนี้งบประมาณแผ่นดินเติบโตขึ้นกว่า 100% หากคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อ เงิน 2,000 ล้านบาทในปัจจุบันมีมูลค่าจริงเหลือเพียงประมาณ 1,500 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ หากต้องขอรับงบประมาณรายปีไทยพีบีเอสอาจได้เงินเกิน 2,000 ล้าน 

นายวันชัย  ย้ำว่า ภาษีจัดสรรเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) คือแกนหลักในการคุ้มครองความเป็นอิสระขององค์กรจากการแทรกแซงทางการเมืองและกลุ่มทุน พร้อมยกตัวอย่างงานข่าวสืบสวนสอบสวน (Investigative News) ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ต้นทุนสูงและสื่อเชิงพาณิชย์มักไม่ดำเนินการ เช่น ข่าวการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สารพิษในแม่น้ำกก และโครงการแลนด์บริดจ์

นอกจากนี้ การดำเนินภารกิจสื่อสาธารณะ ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และการวางแผนผลิตเนื้อหาเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว (Multi-year Investment) การจัดสรรงบประมาณรายปีที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต่อเนื่องในการลงทุนเทคโนโลยีและการบริการประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่การสื่อสารต้องพึ่งพาอาศัยแพลตฟอร์มต่างประเทศ จนทำให้ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล รวมทั้งข้อมูลสำคัญให้ตกไปอยู่ในมือของบริษัทข้ามชาติ การสนับสนุนผ่านระบบงบประมาณประจำปีจะทำให้สื่อสาธารณะของประเทศขาดความคล่องตัวและไม่สามารถตอบสนองต่อภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้

ยิ่งไปกว่านั้น สื่อสาธารณะมีพันธกิจสำคัญในการเป็นพื้นที่สะท้อนปัญหา และเป็นกระบอกเสียงให้แก่กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้เสียเปรียบ และกลุ่มด้อยโอกาสต่างๆ ในสังคม ซึ่งมักเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขยายตัวของกลุ่มทุน ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม หากโครงสร้างทางการเงินของสื่อสาธารณะ ต้องขึ้นกับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายปีของรัฐ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง ในการทำหน้าที่ป้องปกสิทธิ และทำให้เสียงของกลุ่มคนเหล่านี้ถูกละเลยหรือไม่ได้รับการได้ยินในพื้นที่สาธารณะ

"ไทยพีบีเอสพร้อมรับการตรวจสอบและปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างคุ้มค่า แต่การพิจารณาเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนควรคำนึงถึงผลกระทบต่อความเป็นอิสระ ความต่อเนื่องของภารกิจระยะยาว และบริการสาธารณะที่ไม่สามารถสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้" นายวันชัยกล่าว

หากถามว่ามีกระบวนการตรวจสอบไทยพีบีเอสเป็นอย่างไร เมื่อเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่นไทยพีบีเอสถูกตรวจสอบหลายหน่วยงาน ทั้งจาก สตง. บริษัทที่ สตง.รับรองในการตรวจสอบบัญชี กรรมการตรวจสอบภายใน อนุกรรมการร้องเรียน สภาผู้ชมและผู้บริโภคของไทยพีบีเอส และต้องรายงานต่อสภาฯ ทุกปีปีละ 2 ครั้ง

สำหรับกระบวนการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นั้น นายวันชัย ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา สตง. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 30 คน เข้ามาตรวจสอบเชิงลึกอย่างเข้มงวดผิดปกติ ทั้งที่หน่วยงานราชการทั่วประเทศมีกว่า 8,000 แห่ง ส่งผลให้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดส่งเอกสารและทำหนังสือชี้แจง

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดยังไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจงตามขั้นตอนปกติ แต่กลับมีการเรียกเก็บเงินย้อนหลังเป็นจำนวน 85 ล้านบาท รวมถึงมีการจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งก่อให้เกิดข้อสังเกตว่าเป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนปกติหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา สตง. ได้เข้ามาตรวจสอบเป็นประจำทุกปีและไม่เคยพบข้อสังเกตหรือประเด็นผิดปกติแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายวันชัย เปิดเผยด้วยว่า พ.ร.บ. ขององค์กรมีการกำหนดให้ทบทวนทุกๆ 10 ปี โดยเคยทบทวนไปแล้วเมื่อปี 2561 และมีกำหนดทบทวนอีกครั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภายนอกและภาคประชาชนว่ามีความเห็นต่อไทยพีบีเอสอย่างไร เพื่อเปิดโอกาสให้วิพากษ์วิจารณ์และพัฒนามุ่งสู่การเป็นสื่อสาธารณะของทุกคนอย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เบรก'สรรพาพร'เล็งเก็บภาษีบินออกนอกประเทศ
'เอกนิติ'เบรก'สรรพาพร'เล็งเก็บภาษีบินออกนอกประเทศ