News Logo
หน้าแรก
'ไตรรัตน์' ปฏิเสธข่าวยุบ กสทช.-ชี้ 6 กก.ประชุมไร้รายงาน-หวั่นกระทบ ITU

'ไตรรัตน์' ปฏิเสธข่าวยุบ กสทช.-ชี้ 6 กก.ประชุมไร้รายงาน-หวั่นกระทบ ITU

22 ต.ค. 2569 13:49
ผู้ชม 21 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"ไตรรัตน์" แถลงเปิดใจ ปฏิเสธข่าวรัฐบาลยุบ กสทช. ชี้แค่จินตนาการ ยันทำงานตาม ก.ม. ยึดหลักถูกต้อง เผย 6 กสทช. ประชุมไร้รายงาน ซ้ำยังลบเทปประชุม ยอมรับสถานการณ์สุญญากาศทำประเทศเสี่ยงหลุดเวทีโลก ชูคติ "คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ" ยืนยันพร้อมทำงานท่ามกลางความขัดแย้ง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะรักษาการเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แถลงข่าวเพื่อชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งภายในองค์กร และปฏิเสธข่าวลือที่ว่ารัฐบาลกำลังเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยุบ กสทช. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคณะกรรมการบอร์ดที่เกิดขึ้นซ้ำซาก นายไตรรัตน์กล่าวอย่างหนักแน่นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และเป็นเรื่องของจินตนาการ

"ผมเองอาจจะไม่ใช่คนที่ใครหลายคนรัก และข่าวลือต่างๆ ที่ออกมาก็เป็นเพียงการคาดเดา ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ก็เหมือนกับคติที่ว่าคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ" นายไตรรัตน์กล่าว

นายไตรรัตน์ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของสำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานราชการที่ต้องยึดมั่นในหลักความถูกต้องและกฎหมายในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะหัวหน้าส่วนราชการและรักษาการเลขาธิการ กสทช. ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานและขึ้นตรงต่อประธาน กสทช. อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภายในสำนักงานขณะนี้อยู่ในภาวะที่ยากลำบาก ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น ไม่ว่าจะขยับไปทางซ้ายหรือทางขวา ก็ล้วนแต่เผชิญกับความเหนื่อยล้าและความไม่ชัดเจน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างว่าตนเองถูกต้อง ซึ่งในมุมมองของสำนักงานแล้ว สิ่งที่ยึดถือคือหลักกฎหมายและผลการหารือจากฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน

ประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยังคงมีหนังสือสั่งการในฐานะประธาน กสทช. ในขณะที่กรรมการ กสทช. อีก 6 คน ก็ต้องการจัดการประชุมแยกต่างหาก ซึ่งนายไตรรัตน์เองก็พยายามอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมเท่าที่จะทำได้ แต่ปัญหาหลักคือการประชุมของกรรมการ 6 คนที่ผ่านมาหลายครั้ง ไม่เคยมีการส่งรายงานการประชุมหรือเทปบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการมายังสำนักงานเลย ซึ่งตามระเบียบแล้ว การประชุมที่เป็นทางการจะต้องมีทั้งบันทึกและเทปอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่น่าตกใจว่ามีการสั่งให้ลบเทปบันทึกการประชุม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ได้เข้าไปชี้แจงข้อมูล

นายไตรรัตน์ย้ำว่า มติของ กสทช. ทุกอย่างล้วนมีสภาพเป็นคำสั่งทางปกครอง ซึ่งหากสำนักงานต้องนำไปปฏิบัติโดยปราศจากความชัดเจนและความชอบธรรมทางกฎหมาย อาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องได้ง่ายดาย ซึ่งเคยหารือกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานตรวจสอบแล้ว และได้รับคำเตือนว่าหากเลขาธิการดำเนินการจ่ายเงินหรือสั่งการใดๆ ตามมติที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความถูกต้อง สำนักงานอาจถูกตรวจสอบทันที ซึ่งนายไตรรัตน์ระบุว่าตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่มีความกังวลถึงความรับผิดชอบที่จะตามมาหลังเกษียณอายุราชการ ซึ่งเหลืออีกไม่กี่ปี รวมถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ไม่ต้องการเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายเช่นกัน

สำหรับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. นั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน แม้จะมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นออกมา แต่คดียังอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งนายไตรรัตน์ให้ความเห็นว่า โดยหลักการแล้ว การอุทธรณ์ควรจะทำให้สภาพบังคับของคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นายไตรรัตน์เองก็ยอมรับว่าไม่ทราบแน่ชัดว่า นพ.สรณ ยังดำรงตำแหน่งอยู่หรือไม่ ตามข้อบทต่างๆ ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งระบุคำเรียกแตกต่างกันไปก่อนและหลังการมีคำสั่งแต่งตั้ง หากประธานพ้นจากตำแหน่งจริงตามคำสั่งศาล หรือคณะกรรมการสรรหาแจ้งให้ทราบชัดเจน สำนักงานได้เสนอแนะแนวทางที่ควรจะเป็นตามมาตรา 20 วรรค 5 คือกรรมการที่เหลือควรจะต้องเลือกประธานคนใหม่ เพื่อให้การประชุมมีองค์ประกอบที่ถูกต้องและมติที่ออกมามีผลบังคับใช้ได้ แต่ข้อเสนอดังกล่าวกลับไม่ได้รับการตอบสนอง ทำให้สำนักงานต้องเผชิญกับภาวะสุญญากาศที่ไร้ทิศทาง

สถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนและไร้ข้อยุติเช่นนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. ซึ่งนายไตรรัตน์เปรียบเทียบว่าเหมือนการติดไฟแดงที่ไม่รู้จะไปทางไหน เป็น "เส้นบางๆ" ระหว่างการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายกับการกระทำที่อาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต ทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ เป็นไปอย่างล่าช้าและต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมาก เนื่องจากทุกมติที่ออกมาล้วนมีผลผูกพันทางกฎหมาย

นอกจากปัญหาภายในประเทศแล้ว ความไม่ชัดเจนนี้ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และตำแหน่งของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าร่วมการประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารของ ITU ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำกับดูแลเรื่องการเงิน นโยบาย ของ ITU ในระดับโลก ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีตำแหน่งที่สูงขนาดนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ และสำนักงาน กสทช. ได้สร้างผลงานจนประเทศไทยติดอันดับที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย การที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะใครเป็นหัวหน้าคณะทำงานและไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลในการเข้าร่วม อาจทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเสนอชื่อเข้าร่วมแข่งขันได้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีที่ประเทศไทยอาจหลุดจากตำแหน่งสำคัญนี้ หากเกิดขึ้น จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียอำนาจต่อรอง และอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางอ้อมในอนาคต เช่น การเจรจาเรื่องวงโคจรดาวเทียม เป็นต้น

นายไตรรัตน์ ได้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้รายงานข่าวอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม เพื่อสะท้อนความจริงและความยุติธรรมต่อสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีบุคลากรเกือบ 2,000 คน ที่ไม่ควรต้องมารับความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเน้นย้ำว่าสำนักงานทำงานอย่างเป็นทีม ไม่ได้แบ่งพรรคแบ่งพวก และพยายามทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของระเบียบและกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่และรักษาความถูกต้องขององค์กร

ในท้ายที่สุด นายไตรรัตน์กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ยังคงยืนหยัดที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและไร้ทิศทาง โดยหวังว่าจะมีคำวินิจฉัยที่ชัดเจนจากศาล เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และนำพาสถานการณ์ของ กสทช. กลับคืนสู่ความสงบและสามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเต็มที่ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาขัดแย้งใน กสทช.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกนัฏ’เล็งใช้เงินสะสม-ปันผลบริษัทน้ำมัน อุ้มกองทุนน้ำมันติดลบแสนล้าน
‘เอกนัฏ’เล็งใช้เงินสะสม-ปันผลบริษัทน้ำมัน อุ้มกองทุนน้ำมันติดลบแสนล้าน