"...อีกทั้งบัญชีนวัตกรรมไทยยังมีช่องทางที่เสี่ยงต่อการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากการกำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอาจเอื้อให้เกิดการกำหนด คุณลักษณะเฉพาะ อันเป็นการจำกัดการแข่งขันและมีแนวโน้มก่อให้เกิดการผูกขาดในตลาด จากการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อสินค้าและบริการในบัญชีดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความต้องการใช้งาน ตลอดจนเกณฑ์การพิจารณาสัดส่วนวัตถุดิบภายในประเทศ การควบคุม คุณภาพชิ้นส่วนนำเข้า และการพิจารณาสัญชาติของผู้ถือหุ้นไม่ได้กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้ประกอบการต่างชาติตั้งตัวแทนอำพราง (Nominee) เข้ามาสวมสิทธิเพื่อรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย..."
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 สำนักข่าว Next News รายงานข้อมูลไปแล้วว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อปรับปรุงกระบวนการขึ้นทะเบียนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าบางรายการที่อาจเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจที่ไม่ได้เป็นนักนวัตกรรมอย่างแท้จริง หรือผลิตภัณฑ์ที่เคยขึ้นบัญชีนวัตกรรมแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามารถผลิตเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปได้

ครม.เคาะปรับเกณฑ์บช.นวัตกรรม แค่เปลี่ยนหีบห่ออุปกรณ์ขึ้นทะเบียนไม่ได้
ผู้สื่อตรวจสอบเอกสารสรุปข่าวการประชุมครม. พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
เรื่อง ข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย (ข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางฯ) ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) [รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธานกรรมการ] เสนอ และให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) และกรมบัญชีกลาง รับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เรื่องเดิม คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) (รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธานกรรมการ
จากเดิม ตามมติคณะรัฐมนตรี (22 กันยายน 2558)
1) มอบหมายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียน
2) มอบหมาย สงป. เป็นหน่วยตรวจสอบราคาของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ผ่านการตรวจสอบ คุณสมบัติ ตามข้อ 1) รวมทั้งจัดทำและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย
ปรับเป็น มติคณะรัฐมนตรี (26 พฤษภาคม 2569)
1) มอบหมายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สนช. เป็นหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย และให้ สวทช. สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
2) มอบหมาย สงป. เป็นหน่วยตรวจสอบราคาของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อ 1) รวมทั้งจัดทำและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย
ชี้ปัญหา 'บัญชีนวัตกรรมไทย' เสี่ยงทุจริตเหตุให้ใช้วิธีจัดซื้อแบบเจาะจง-มีช่องให้นอมินีสวมสิทธิ
สาระสำคัญของเรื่อง
ก.พ.ร. รายงานว่า
1. ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเงินและงบประมาณ (อ.ก.พ.ร.ฯ) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางฯ และมีความเห็นว่า สินค้าบางรายการในบัญชีนวัตกรรมไทยในปัจจุบันอาจไม่เข้าข่ายเป็นนวัตกรรมอีกต่อไป เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตจำนวนมากและเป็นเทคโนโลยีแพร่หลายแล้ว (เช่น เสาไฟบางประเภท) ประกอบกับพบกรณีมีข้อร้องเรียนว่าสินค้าบางรายการในบัญชีนวัตกรรมไทยอาจไม่ใช่นวัตกรรมที่แท้จริงในเชิงคุณภาพหรือเทคโนโลยี เช่น ได้รับสิทธิขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมเพราะการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์หรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังคงได้รับสิทธิพิเศษในการจัดซื้อพัสดุตามบัญชีนวัตกรรมเป็นระยะเวลาสูงถึง 8 ปี และไม่มีกลไกการพิจารณาทบทวนรายการสินค้าอย่างสม่ำเสมอ
อีกทั้งบัญชีนวัตกรรมไทยยังมีช่องทางที่เสี่ยงต่อการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากการกำหนดให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอาจเอื้อให้เกิดการกำหนด คุณลักษณะเฉพาะ อันเป็นการจำกัดการแข่งขันและมีแนวโน้มก่อให้เกิดการผูกขาดในตลาด จากการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อสินค้าและบริการในบัญชีดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความต้องการใช้งาน ตลอดจนเกณฑ์การพิจารณาสัดส่วนวัตถุดิบภายในประเทศ การควบคุม คุณภาพชิ้นส่วนนำเข้า และการพิจารณาสัญชาติของผู้ถือหุ้นไม่ได้กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้ประกอบการต่างชาติตั้งตัวแทนอำพราง (Nominee) เข้ามาสวมสิทธิเพื่อรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย
จากเหตุข้างต้น อ.ก.พ.ร.ฯ จึงมีมติเห็นชอบให้เสนอ ก.พ.ร. พิจารณาข้อเสนอทบทวนหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยโดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรการตรวจสอบสำหรับสินค้าในบัญชีนวัตกรรมไทยใน 3 มิติสำคัญ ประกอบด้วย
1) การเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริการเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมไทย
2) การสุ่มตรวจสอบคุณภาพของสินค้าในบัญชีนวัตกรรมไทยเป็นประจำทุกเดือน
3) การบังคับใช้มาตรการลงโทษ ตลอดจนเน้นย้ำให้การขึ้นทะเบียนสินค้าในบัญชีนวัตกรรม มีเงื่อนไขการพิจารณาจากผลงานที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนต้องมีข้อมูลครบถ้วน ชัดเจน และเพียงพอ ต่อการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติไว้เท่านั้น
แนะทางแก้ ปรับนิยาม 'นวัตกรรม-สิ่งใหม่'-มีกลไกตรวจสอบเชิงรุก-ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น
2. ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 จึงได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางฯ ตามที่ อ.ก.พ.ร.ฯ เสนอ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาและมอบหมาย สนช. สงป. และกรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์และแนวทางการขึ้นทะเบียน บัญชีนวัตกรรมไทยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสินค้าที่เป็นนวัตกรรมอย่างแท้จริงและป้องกันผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
ข้อเสนอหลักเกณฑ์และแนวทางฯ
1) แนวทางการกำหนดคุณสมบัติผลงานนวัตกรรม
(1) ทบทวนและแก้ไขปรับปรุงนิยามทางกฎหมาย ของคำว่า “นวัตกรรม” และ “สิ่งใหม่” เพื่อให้เกิดความชัดเจนของคำว่านวัตกรรมไทย โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละกลุ่มประเภทผลิตภัณฑ์ ลดการใช้ดุลยพินิจและป้องกันไม่ให้สินค้าที่ปรับปรุงเพียงรูปลักษณ์ภายนอกหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เข้าสู่บัญชีนวัตกรรม โดยไม่มีการพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมไทย
(2) สนช. ควรมีกลไกการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยเชิงรุก โดยต้องมีการสุ่มตรวจสอบ คุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าในบัญชีนวัตกรรมไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่ได้รับสิทธิประโยชน์
(3) กรณีตรวจพบว่าผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้ใช้งาน ให้หน่วยงานตรวจสอบ (ได้แก่ สนช.) มีอำนาจสั่งระงับสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราวหรือเพิกถอนสิทธิและถอดถอนออกจากบัญชีนวัตกรรมไทยโดยทันที เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของรัฐ สุขอนามัยของประชาชน และความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้จ่ายงบประมาณ
2) แนวทางกำหนดเกณฑ์การพิจารณาความเป็นนิติบุคคลไทย
การปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการประเมินอำนาจควบคุมนิติบุคคลที่แท้จริง ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาเป็นแนวทางในการคัดกรอง เพื่อปิดช่องว่างการหลีกเลี่ยงกฎหมายผ่านตัวแทนอำพราง และช่วยคัดกรองให้เฉพาะกิจการที่เป็นของคนไทยที่สร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศอย่างแท้จริงและได้รับสิทธิประโยชน์เชิงนโยบาย
3) แนวทางการจัดให้มีการอุทธรณ์สำหรับกระบวนการขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย
กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายชื่อสินค้า รายชื่อผู้ประกอบการ คุณลักษณะจำเพาะพื้นฐานและขอบเขตประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอขึ้นทะเบียนต่อสาธารณะล่วงหน้าก่อนการอนุมัติ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คู่แข่งทางการค้า หรือสาธารณชนสามารถตรวจสอบและยื่นข้อโต้แย้งหรือคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรได้ในกรณีที่พบว่าสินค้านั้นไม่มีความสอดคล้องกับนิยามนวัตกรรมไทย มีเทคโนโลยีแพร่หลายทั่วไปแล้วในท้องตลาด หรือมีลักษณะที่เสี่ยงต่อการผูกขาดทางการค้า ควบคู่ไปกับการกำหนดหลักเกณฑ์การยื่นอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองกรณีผู้ประกอบการถูกปฏิเสธการขึ้นทะเบียนหรือถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกลั่นกรองและเยียวยาข้อพิพาทในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นเชิงระบบอย่างยั่งยืน
4) แนวทางทบทวนและปรับปรุงระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ในบัญชีนวัตกรรมไทย
ควรเสนอให้มีการทบทวนและปรับกรอบระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับกลุ่มของแต่ละอุตสาหกรรมนวัตกรรม โดยแบ่งตามกลุ่มประเภทของนวัตกรรม เช่น (1) กลุ่มนวัตกรรมดิจิทัล ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว อาจกำหนดให้สิทธิ 3 ปี (2) กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานหรือสินค้าสาธารณูปโภค ที่ใช้เวลาคืนทุนนาน อาจให้สิทธิสูงสุดไม่เกิน 5 ปี
ทั้งนี้ ควรพิจารณาจากข้อมูลสถิติด้านวงจรชีวิตเทคโนโลยีระยะเวลาการคุ้มทุนของผู้ประกอบการ และข้อมูลโครงสร้างการแข่งขันในตลาดมาคำนวณร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลดทอนความคุ้มค่าของงบประมาณ (ปัจจุบันสภานโยบายการอุดมศึกษาฯ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับลดระยะเวลาการให้สิทธิในบัญชีนวัตกรรมจากเดิมสูงสุด 8 ปี เหลือเพียง 6 ปี ด้วยแล้ว โดยควรมีเกณฑ์การพิจารณาแบบยืดหยุ่น อาจไม่จำเป็นต้องให้สิทธิ 6 ปี เท่ากันในทุกผลงาน)
5) การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
สนช. จะต้องจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน เนื่องจากกระบวนการพิจารณาอนุมัติและประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อสินค้าหรือผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยมีลักษณะเป็นการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตหรือการจดทะเบียนขึ้นบัญชีตามกฎหมายและอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว
3. ประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวทางฯ จะส่งผลให้ระบบ
การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้านวัตกรรมภาครัฐมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพตลาดและระดับการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า นอกจากนี้ ในส่วนของการกำหนดระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์และระยะเวลาการคุ้มครองให้สอดคล้องกับวงจรชีวิตของเทคโนโลยีในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้มาตรการสนับสนุนนวัตกรรมมุ่งเน้นไปยังผลิตภัณฑ์ที่ยังมีความใหม่และมีความจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างแท้จริง ลดความเสี่ยงกรณีสินค้าที่มีเทคโนโลยีแพร่หลายแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นและเกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมมากขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดราคาอ้างอิงให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าแต่ละประเภท จะช่วยให้การกำหนดราคากลางมีความเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของสินค้า ทำให้ภาครัฐสามารถจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
4. อว. กระทรวงพาณิชย์ สงป. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเห็นควรให้ความเห็นชอบ/เห็นควรให้ความเห็นชอบในหลักการ/เห็นด้วย/ไม่ขัดข้องตามที่ ก.พ.ร. เสนอ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร โดยมีความเห็นและข้อสังเกตเพิ่มเติม เช่น (1) การกำหนดเกณฑ์การพิจารณาความเป็นนิติบุคคลไทย เช่น ควรพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อไม่ให้เป็นการปิดโอกาสผู้ประกอบการไทยที่อยู่ระหว่างการร่วมทุน (สศช.) (2) การจัดให้มีการอุทธรณ์สำหรับกระบวนการขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เช่น ควรกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการให้ชัดเจน (สงป. และ สศช.) (3) การทบทวนและปรับปรุงระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ในบัญชีนวัตกรรมไทย เช่น ควรหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมในลำดับต่อไป (สศช.)
อ่านประกอบ
ครม.เคาะให้สนง.นวัตกรรมฯ ตรวจคุณสมบัติ 'บัญชีนวัตกรรม' แทน สวทช.
รื้อบัญชีนวัตกรรม! แก้เกณฑ์บังคับรัฐซื้อ-ของแพง-ผูกขาด รับมาตรฐาน OECD




