News Logo
หน้าแรก
สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอผู้ว่าฯ กทม. ดันระบบสุขภาพคนเมืองไร้รอยต่อ

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อเสนอผู้ว่าฯ กทม. ดันระบบสุขภาพคนเมืองไร้รอยต่อ

9 มิ.ย. 2569 19:51
ผู้ชม 14 คน

สภาผู้บริโภคยื่น 4 ข้อปฏิรูปโครงสร้างสุขภาพต่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มุ่งแก้ปัญหาระบบส่งต่อผู้ป่วยและการขาดการบูรณาการ พร้อมเสนอ กทม. เป็นเจ้าภาพหลักขับเคลื่อนบริการสาธารณสุขทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้แถลงข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของคนเมือง โดยเฉพาะประเด็นการส่งต่อผู้ป่วย โดยเสนอแนะแนวทางใน 4 ประเด็นหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การเสนอให้ กทม.  เป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลระบบสาธารณสุขทั้งหมด การยกระดับศักยภาพศูนย์บริการสาธารณสุข การเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการงบประมาณ ตลอดจนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพกลาง 

มลฤดี โพธิ์อินทร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนด้านบริการสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากต้องรองรับประชากรรวมกว่า 8 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วยผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 3.57 ล้านคน สิทธิประกันสังคม 3.5 ล้านคน สิทธิข้าราชการอีกกว่า 6 แสนคน และประชากรแฝงที่เข้ามาอาศัยหรือทำงานในพื้นที่

ปัญหาสำคัญคือระบบหลักประกันสุขภาพของคนกรุงเทพฯ มีความหลากหลายและขาดการบูรณาการร่วมกัน ส่งผลให้การส่งต่อผู้ป่วยขาดความต่อเนื่อง เกิดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และประชาชนเข้าไม่ถึงบริการอย่างทั่วถึง 

นอกจากนี้ การจัดการงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัวในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการจริงในกรุงเทพฯ ที่สูงกว่าหลายพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยบริการจำนวนหนึ่งแบกรับภาระต้นทุนสูง และกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาระบบส่งต่อผู้ป่วยในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขของกรุงเทพฯ

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่สภาองค์กรของผู้บริโภคมีต่อ ผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 

1.  กทม. เป็นเจ้าภาพหลักขับเคลื่อนบริการสุขภาพทั้งระบบ : เนื่องจากประชากรในกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้สิทธิการรักษาที่หลากหลาย แต่ระบบปัจจุบันยังขาดกลไกกลางที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและเชื่อมโยงหน่วยบริการทั้งหมดเข้าด้วยกัน 

ดังนั้น กรุงเทพฯ จึงควรทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุข โดยให้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในสังกัด กทม. โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ เพื่อสร้างเครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ มีการกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน และพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 

2. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข : ศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพฯ ควรได้รับการยกระดับ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างครอบคลุมทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงระบบฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยิ่งไปกว่านั้น ควรพิจารณายกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขบางแห่งให้สามารถให้บริการในระดับทุติยภูมิ รูปแบบผู้ป่วยนอก โดยสามารถให้บริการสาธารณสุขที่มีการตรวจวินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ป่วยโรคพื้นฐานจนถึงระดับที่จำเป็นต้องใช้แพทย์เฉพาะทาง เพื่อลดภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการใกล้บ้านได้อีกด้วย

3. กทม. ร่วมบริหารงบประมาณสุขภาพเมือง : เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีต้นทุนการให้บริการสุขภาพสูง แต่ยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณและกฎหมายบางประการ ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรไม่สอดคล้องกับภาระงานที่แท้จริง ดังนั้น กรุงเทพฯ ควรเข้ามามีบทบาทร่วมบริหารจัดการงบประมาณด้านสุขภาพกับกองทุนสุขภาพต่างๆ เพื่อให้เกิดความเพียงพอและเหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ พร้อมศึกษามาตรการเพิ่มรายได้ด้านสุขภาพของเมืองในระยะยาว และนำรายได้กลับมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

 4. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพกลาง : กรุงเทพฯ ควรเร่งดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพกลาง เพื่อให้การส่งต่อการรักษาและการติดตามอาการผู้ป่วยสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อระหว่างหน่วยบริการ นอกจากนี้ การมีฐานข้อมูลดังกล่าวยังจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการรักษา และช่วยลดภาระในการเข้าถึงบริการของประชาชน ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ต่อเนื่อง ตลอดจนช่วยให้ผู้บริหารเมืองสามารถนำข้อมูลจริงมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาระบบบริการสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ระบบสุขภาพถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควรให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นการขอใบส่งตัวและการรอรับบริการพยาบาล ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครควรให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติอื่นควบคู่กันไปด้วย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย ผังเมือง และระบบขนส่งสาธารณะ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคนเมืองเช่นกัน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก คกก.กฤษฎีกาแจงไม่เคยได้หนังสือ กกต.ปม 'แสวง' ขาดคุณสมบัติเลขาฯ
โฆษก คกก.กฤษฎีกาแจงไม่เคยได้หนังสือ กกต.ปม 'แสวง' ขาดคุณสมบัติเลขาฯ