News Logo
หน้าแรก
'เพื่อไทย' เปิดร่างแก้ รธน. ชูสูตร สสร. 152 คน-ขีดเส้นยกร่าง 300 วัน

'เพื่อไทย' เปิดร่างแก้ รธน. ชูสูตร สสร. 152 คน-ขีดเส้นยกร่าง 300 วัน

26 พ.ค. 2569 13:12
ผู้ชม 14 คน

'พรรคเพื่อไทย' เปิดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชูสูตร สสร. 152 คน ยึดโยงประชาชน ขีดเส้นยกร่างให้เสร็จสิ้นภายใน 300 วัน พร้อมเตรียมยื่นเสนอต่อรัฐสภาภายในสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนการแก้ไขมาตราดังกล่าวเพื่อเสนอต่อรัฐสภา โดยคาดว่าจะสามารถยื่นเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า

นายชูศักดิ์ ระบุว่า สาระสำคัญของการแก้ไขคือ การเปิดทางให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และไม่ขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ยังคงยึดหลักการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการคัดเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด จากนั้นให้รัฐสภาโหวตเลือกจาก 300 คน ให้เหลือ 100 คน เพื่อเป็น สสร. ตัวแทนประชาชนที่ผ่านการคัดสรรโดยรัฐสภา นอกจากนี้จะมี สสร. อีกส่วนหนึ่งที่มาจากการแต่งตั้งโดยเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน ทำให้มี สสร. รวมทั้งสิ้น 152 คน

สำหรับการเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ เสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเห็นว่าควรมีความหลากหลาย จึงเปิดกว้างให้องค์กรทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรวิชาชีพ องค์กรทางการเมือง ภาคธุรกิจ สมาคม มูลนิธิ สื่อมวลชน รวมถึงสภานักศึกษา สามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ามาเป็น สสร. ได้ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญสะท้อนมุมมองที่หลากหลายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ร่างของพรรคเพื่อไทยยังยืนยันหลักการสำคัญคือ ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะเดียวกันได้เพิ่มเติมบทบัญญัติว่า สสร. ที่ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมีข้อกำหนดที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และหลักการสำคัญของการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกเหนือจาก สสร. 152 คนแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ 35 คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น 35 คน โดยใช้เวลายกร่างรัฐธรรมนูญรวม 300 วัน และใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการเห็นชอบขั้นสุดท้าย

เพื่อไืน

แผนภูมิการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรคเพื่อไทย

ส่วนขั้นตอนการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมนั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือคิดเป็น สส. จำนวน 100 คน (จากทั้งหมด 500 คน) ซึ่งปัจจุบันพรรคเพื่อไทยมี สส. อยู่ 74 คน จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นมาร่วมลงชื่อให้ครบ 100 คน โดยขณะนี้ได้เริ่มประสานงานเพื่อขอความร่วมมือแล้ว เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของส่วนรวม พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าไม่ควรแบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอร่างดังกล่าวต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า

ด้านนายจาตุรนต์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในการยกร่างของพรรคเพื่อไทยได้คำนึงถึงข้อกังวลที่ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ควรทำเสมือนว่ารัฐสภาจัดทำกันเอง แต่ต้องมีองค์กรเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งในที่นี้คือ สสร. เป็นหลัก ร่วมกับคณะกรรมาธิการอีก 2 คณะ เพื่อให้องค์กรที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหลักสำคัญที่พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันหลักการเดิม

นอกจากนี้ จากการสังเกตการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการครั้งที่แล้ว ที่พบว่าเสียงในกรรมาธิการมีความพลิกผันสลับกันไปมา แต่ภายหลังการเลือกตั้ง เสียงข้างมากในรัฐสภามีความชัดเจนและมั่นคงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแล้ว ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากที่สุดตามที่กำหนดไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร
‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร