News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' หารือ 'มาครง' เดินหน้าความร่วมมือไทย–ฝรั่งเศส

'อนุทิน' หารือ 'มาครง' เดินหน้าความร่วมมือไทย–ฝรั่งเศส

26 พ.ค. 2569 12:35
ผู้ชม 9 คน

'อนุทิน' หารือ 'มาครง' เดินหน้าความร่วมมือ ความมั่นคง-เศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศส ยันไทยใช้หลักกฎหมายสากล 'UNCLOS' ภายใต้การพูดคุยไทย-กัมพูชา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าหารือกับ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส กรุงปารีส โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายกรัฐมนตรีไทยและคณะ

การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมขยายความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และประเด็นระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน

ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานทางเลือก อวกาศ การบิน ระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Data Center ซึ่งเป็นสาขาที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง

ภายหลังการหารือกับ MEDEF International และภาคเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศส พบว่าหลายบริษัทแสดงความสนใจลงทุน หรือขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสได้ชื่นชมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส และต้องการเห็นการลงทุนจากไทยในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นเช่นกัน

อีกประเด็นสำคัญคือการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป หรือ Thailand–EU FTA ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และมุ่งผลักดันให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณฝรั่งเศสที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า ความตกลงดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนให้แก่ไทย ฝรั่งเศส และสหภาพยุโรปโดยรวม

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการต่อยอดความร่วมมือจากการฝึกร่วมทางทหาร เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ ไปสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไทยในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือภัยออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายสแกมเมอร์

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาไทยสามารถดำเนินคดี ส่งกลับตัวผู้ต้องหา และจับยึดทรัพย์สินผิดกฎหมายได้จำนวนมาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศหุ้นส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและปราบปรามภัยลักษณะนี้

สำหรับประเด็นสถานการณ์ไทย–กัมพูชา นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยยึดมั่นในหลักอธิปไตย สันติภาพ และกฎหมายสากล โดยกรณีการยกเลิก MOU 44 นั้น เป็นผลจากการที่ตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี ไม่เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกใช้หลักกฎหมายสากล โดยเฉพาะกรอบ UNCLOS ภายใต้การพูดคุยระหว่างสองประเทศ

ส่วนปัญหาชายแดนทางบก ไทยจะดำเนินการตาม Joint Statement ที่ได้มีการลงนามไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง กฎหมาย และการพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงสถานการณ์เมียนมา โดยไทยย้ำบทบาทในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยและฝรั่งเศสเตรียมเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย–ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026–2028 หรือ Joint Action Plan to strengthen the Thai-French Partnership 2026–2028 ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม

การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส ทั้งในมิติการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขยายความร่วมมือให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2026–2028

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร
‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบายหลัก ชิงผู้ว่าฯ-เสนอโอน ขสมก. ให้ กทม. บริหาร