กฤษฎีกาคณะ 1 นัดประชุมพิเศษ วาระด่วน 3 ส.ค.นี้ 'หมอสุภัทร' ปูด 'ปกรณ์' ' ยื้อ 'นพ.สรณ' พ้น กสทช.ส่งเรื่องให้ตีความปมมีชื่อ 'เศรษฐพุฒิ' อดีตผู้ว่าธปท. เป็นกรรมการสรรหา กสทช. แต่วันมีมติให้ 'นพ.สรณ' หลุดเก้าอี้เป็นชื่อ 'วิทัย'
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ว่าจากกรณีที่คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) มีมติเอกฉันท์ 4:0 เสียงว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อวุฒิสภาแจ้งผลมาเมื่อไร ตนก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีทางทำอะไรผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อเรื่องจากวุฒิสภามาถึง ตนก็จะต้องลงนาม(เพื่อทูลเกล้าฯให้นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง) ใช้ดุลพินิจไม่ได้
รายงานข่าวแจ้งว่า นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "เกมส์ยื้อให้ นพ.สรณ ของรัฐบาลอนุทิน"
โดยมีข้อความว่า "รองนายกปกรณ์ นิลประพันธ์ เนติบริกรประจำรัฐบาลอนุทิน พยายามจะยื้อเวลาช่วย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อดีตประธาน กสทช.ที่ยังไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ทราบว่ารองนายกปกรณ์ได้ส่งเรื่องอย่างลับๆ ไปหารือกฤษฎีกาว่า ท่านวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิในการเป็นกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.หรือไม่ โดยกฤษฎีกาจะนัดประชุมในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 นี้"
นพ.สุภัทร์ระบุว่า "อาจารย์นิติศาสตร์ท่านสำคัญท่านหนึ่งได้ติวผมว่า “ถึงคำสั่งจะระบุชื่อเศรษฐพุฒิ แต่เมื่อเป็นองค์ประกอบตามตำแหน่ง เมื่อเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ พ้นจากการเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ต้องเป็นวิทัย รัตนากร ตรงไปตรงมา แต่ตำแหน่งอีก 6 ท่านนั้น เป็นตัวบุคคลที่ต้องผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ขององค์กร จะเปลี่ยนคนไม่ได้”
มาตรา 14 ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ขึ้นมาคณะหนึ่ง จำนวน 7 คน ประกอบด้วย
(1) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ จำนวนหนึ่งคน
(2) ผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนหนึ่งคน
(3) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวนหนึ่งคน
(4) กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำนวนหนึ่งคน
(5) กรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวนหนึ่งคน
(6) ผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวนหนึ่งคน
(7) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเรียนกฎหมายว่า กรรมการท่านที่ 1-6 นั้น คือกรรมการที่ต้องผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ขององค์กรส่งชื่อมา ยกเว้นท่านที่ 7 คือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโดยตำแหน่ง โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือกเช่นกรรมการ 6 ท่านแรก ดังนั้นเมื่อท่านเศรษฐพุฒิ เกษียณอายุ และท่านวิทัย รัตนากร มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการสรรหาจึงเป็นท่านวิทัย รัตนากร โดยอัตโนมัติ เป็นไปตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนดตามตำแหน่ง ตรงไปตรงมา
“นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่า รองนายกปกรณ์หยิบยกเรื่องนี้ขอหารือกฤษฎีกาเองได้หรือไม่ เพราะยังเห็นมีใครร้องเรียนเลย อีกประการหนึ่ง คนที่จะวินิจฉัยว่ากรรมการสรรหาทำไม่ถูกต้องคือศาลปกครอง ไม่ใช่คณะกรรมการกฤษฎีกา ประเด็นนี้จึงต้องชวนกันติดตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาคือที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล จะตีความออกมาเพื่อช่วยอุ้มรัฐบาลอนุทินในการยื้อตำแหน่งประธาน กสทช.ให้กับนายแพทย์สรณหรือไม่" นพ.สุภัทรระบุ
นอกจากนี้ นพ.สุภัทรยังระบุรายชื่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้แก่
1. นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล
(ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) ประธานกรรมการสรรหา
2.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต
(ผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน)
รองประธานกรรมการสรรหา
3.นายนภดล เทพพิทักษ์
(ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ)
กรรมการสรรหา
4.นายณรงค์ รัฐอมฤต
(กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ)
กรรมการสรรหา
5.นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์
(กรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน)
กรรมการสรรหา
6.นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
(ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย)
กรรมการสรรหา
7.นายวิษณุ วรัญญู
(ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด)
กรรมการสรรหาและเลขานุการและโฆษกคณะกรรมการสรรหา
"ส่งกฤษฎีกาตีความ คำสั่งมีชื่อนายเศรษฐพุฒิ แล้วนายวิทัยเป็น กก.สรรหาโดยชอบหรือไม่" นพ.สุภัทรระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 เรียกประชุมด่วนนัดพิเศษจริง ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 ซึ่งตามปกติคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 จะประชุมกันในวันอังคารกับวันพฤหัสบดี แต่ไม่ยืนยันว่าวาระด่วนในการประชุมวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นั้นเป็นเรื่องการตีความประเด็นเกี่ยวกับสถานะของนพ.สรณ และกรณีที่มีชื่อนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นกรรมการสรรหา กสทช. แต่ในวันที่คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติว่านพ.สรณ สละสิทธิการเป็นกรรมการ กสทช.นั้น เป็นชื่อนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่า ธปท.คนปัจจุบัน จะทำให้มีปัญหาในการตีความมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. หรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 คณะกรรมการกฤษฏีกา (คณะที่ 1 ) เคยมีคำวินิจฉัยกรณีข้อร้องเรียนคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าส่อเข้าลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) เนื่องจากยังมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ว่าเป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ชุดเดิมซึ่งจะต้องเป็นผู้ดําเนินการตามมาตรา 16 วรรคห้า ประกอบกับ มาตรา 18 ต่อไป และเมื่อเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กรณีจึงเป็นเรื่องที่ยังอยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมนั้น และเป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมนั้นที่จะต้องตรวจสอบและวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามหรือการกระทําอันเป็นการฝ่าฝืนนั้นต่อไปตามนัยมาตรา 15/1 โดยคำวินิจฉัยดังกล่าว ลงนามโดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในขณะนั้น เมื่อเดือนสิงหาคม 2568
สำหรับรายชื่อคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ประกอบด้วย 1.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ 2.นายอารีย์ วงศ์อารยะ รองประธานกรรมการ 3.นายปรีชา วัชราภัย กรรมการ 4.นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ กรรมการ 5.นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ กรรมการ 6.นายประสพสุข บุญเดช กรรมการ 7.นายดิสทัต โหตระกิตย์ กรรมการ 8.หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์กรรมการ 9.นายกฤษฎา บุญราช กรรมการ และ 10.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กรรมการ




