‘พริษฐ์’ แถลงเปิด 5 หลักฐาน คลิปเสียง-โพยรายชื่อ มัดปมฮั้วเลือกตั้ง ‘สว.สายสีน้ำเงิน’ จ.นครพนม พร้อมจี้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เร่งยื่นเรื่องส่งศาลวินิจฉัยตามมติของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แถลงเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ โดยระบุถึงหลัก 5 ฐานต่างที่อาจเชื่อมโยงกับคดีทุจริตการเลือกตั้ง สว. (ฮั้ว สว.) ใน จ.นครพนม พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคดีดังกล่าวไปยังศาลตามมติของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26
นายพริษฐ์ ระบุว่า หลักฐานชิ้นที่ 1 คือ คลิปวิดีโอของ 'นายศุภชัย โพธิ์สุ' อดีต สส. และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ซึ่งระบุชัดเจนว่า สว. ทั้ง 3 คนของจ.นครพนม เป็น ‘สว.สายสีน้ำเงิน’ คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งขั้วหรือกลุ่มก้อนภายในวุฒิสภา ทั้งยังแต่ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่นำไปสู่การตั้งคำถามสำคัญว่า นายศุภชัยอาจมีบทบาทและความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นเพียงผู้ให้กำลังใจตามที่กล่าวอ้าง
หลักฐานชิ้นที่ 2 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 1-2 วันก่อนการเลือกตั้ง สว. โดยพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สมัคร สว. รวมถึงผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. จาก จ.นครพนม ที่ไปรวมตัวกัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในโรงแรมแห่งนั้น ปรากฏตัวของนายศุภชัย, สว. จาก จ.นครพนมทั้ง 3 คน และอาจารย์อักษรย่อ ป.ซึ่งถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำโพยรายชื่อร่วมอยู่ด้วย โดยในวันดังกล่าวมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 2 ประการ
ประการแรก พบว่ามีการจัดทำ ‘โพยรายชื่อ’ บริเวณด้านหลังเอกสาร สว.3 ในระหว่างการประชุม และประการที่สอง พยานในเหตุการณ์ระบุว่า มีผู้สมัครบางส่วนแสดงความไม่พอใจเนื่องจากไม่พบหมายเลขของตนเองในโพยดังกล่าว จนทำให้ผู้สมัคร สว. รายหนึ่ง (ซึ่งท้ายที่สุดได้รับเลือกเป็น สว.) ต้องกล่าวปลอบใจไม่ให้กังวล โดยอ้างว่าจะมีผู้สมัครจากจังหวัดอื่นมาร่วมลงคะแนนให้ พร้อมทั้งสัญญาว่าหากใครไม่ได้รับคะแนนเสียง สามารถมารับเงินสดหลักแสนบาทจากตนเองได้ นอกจากนี้ นายศุภชัยยังได้เข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย โดยเสนอแนวทางให้เวียนกันดำรงตำแหน่งผู้ช่วย สว. และจะให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้า รวมถึงแจ้งว่าห้องที่พูดคุยกันมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพและเสียงเอาไว้อยู่ด้วย
นายพริษฐ์ ย้ำว่า ข้อมูลเหล่านี้มาจากคำกล่าวอ้างของพยาน ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ รวมถึงคาดว่าคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ได้ไต่สวนในบางประเด็นไปแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ การพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวสามารถทำได้ไม่ยาก เนื่องจากภายในโรงแรมมีระบบกล้องวงจรปิด อีกทั้งเจ้าของโรงแรมก็เป็นบุคคลในครอบครัวของนักการเมืองในพื้นที่
หลักฐานชิ้นที่ 3 คือ ข้อมูลการสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบินเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ซึ่งพบข้อบ่งชี้ว่า มีผู้สมัครรายหนึ่ง (ซึ่งท้ายที่สุดได้รับเลือกเป็น สว.) ได้ดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินให้แก่ผู้สมัครรายอื่น 9 คน เพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ พร้อมกันก่อนวันเลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ
ทั้งนี้ นายพริษฐ์เชื่อมั่นว่า กกต. และ DSI จะสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น โดยพิจารณาจากรายชื่อผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและตัวแทนผู้ดำเนินการจัดซื้อตั๋วเครื่องบิน
หลักฐานชิ้นที่ 4 คือ มีพยานอ้างว่าในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 พบกลุ่มผู้สมคร สว. รวมตัวหารือกันที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม และหลักฐานชิ้นที่ 5 คือ คลิปเสียงการสนทนาระหว่างผู้สมัคร สว. รายหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 สว. ของ จ.นครพนม กับผู้สมัครในจังหวัดเดียวกัน โดยเนื้อหาบรรยายถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. อย่างชัดเจน
นายพริษฐ์ ระบุว่า รายละเอียดในคลิปเสียงนี้ยืนยันข้อเท็จจริงและคำบอกเล่าของพยาน ดังนั้น เมื่อสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและหนักแน่นเช่นนี้ ตนจึงเชื่อว่า กกต. และ DSI รวมถึงคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ต้องเข้าถึงหลักฐานที่ชัดเจนและหนักแน่นกว่านี้ได้แน่นอน อีกทั้ง หลักฐานทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่า หาก กกต. ทำงานตรงไปตรงมา ควรส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลเพื่อดำเนินคดีกับทั้ง 229 ราย ตามมติคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26




