โฆษกสำนักงาน คกก.กฤษฎีกา แจงผ่านเฟซ เผยข่าว กกต.ส่งหนังสือขอความเห็นประเมินผลงาน ตอนนี้ ยังไม่เห็นหนังสือหารือจาก กกต.เข้ามายังสำนักงานฯ ขณะประธาน กกต. ยืนยันส่งเรื่องแล้ว ด้านเลขาฯ กกต. ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องประเมิน แต่ไม่เสียกำลังใจทำงาน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กของสำนักงานฯ ถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยนายนพดลยืนยันว่า จากการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีหนังสือจากสำนักงาน กกต. ขอหารือมายังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ตีความและชี้ขาดประเด็นปัญหาข้อกฎหมายการประเมินผลงานของนายแสวง ดังนั้น ข่าวที่นำเสนอในประเด็นนี้จึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
ก่อนหน้าการชี้แจงของนายนพดล ทางด้านของ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยระบุว่า กกต. ไม่ทราบว่าข่าวการประเมินรั่วไหลออกไปได้อย่างไร และเพื่อความรอบคอบ เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น กกต. จึงมีมติส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่ากรรมการชุดใดมีอำนาจในการประเมินผลงานของเลขาธิการ กกต. ในกรณีนี้ และขณะนี้กำลังรอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่
สำหรับความคืบหน้าในคดีฮั้วเลือก สว. ประธาน กกต. เปิดเผยว่า กกต. ได้เริ่มพิจารณาคดีแล้ว โดยมีการวางกรอบแผนการปฏิบัติงานตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูล และอาจจะแบ่งการตรวจสอบตามกลุ่มจังหวัดหรือตามข้อกล่าวหาเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เบื้องต้นมีการวางกรอบเวลาการประชุมไว้ทั้งหมด 12 ครั้ง แม้จะต้องการทำให้เสร็จเร็ว แต่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบเพื่อไม่ให้ถูกสังคมมองว่าไม่รอบคอบ การพิจารณาแต่ละคดีใช้เวลานาน เช่น คดีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดเดียวใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง นายณรงค์ย้ำว่าการทำคดีฮั้วเลือก สว. เป็นความคาดหวังของสังคม ดังนั้น กกต. ชุดใหม่จะดำเนินการด้วยความรอบคอบและทำตามกรอบของกฎหมาย โดยจะนำผลกรุปการพิจารณาของ กกต. แต่ละคนมาลงมติร่วมกันอีกครั้ง
เลขาฯ กกต. ไม่กังวลใจ-ยังรู้สึกดีกับการทำงาน
ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากมีกระแสข่าวการ "ประเมินไม่ผ่าน" ในตำแหน่งดังกล่าว โดยนายแสวงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับขั้นตอนการประเมิน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของกฎหมายและสัญญา อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยืนยันว่ารู้สึกดีๆ กับการทำงานที่ กกต. มาโดยตลอด และทำหน้าที่อย่างเต็มที่และดีที่สุดในภารกิจที่ผ่านมา
เมื่อถูกถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่ นายแสวงตอบว่าไม่ และยังคงรู้สึกดีๆ กับทุกสิ่งที่นี่ โดยย้ำว่าตนภูมิใจที่เป็นคนของ กกต. และไม่กังวล
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับที่มาของกระแสข่าวเรื่องนายแสวงไม่ผ่านคุณสมบัติเลขาธิการ กกต.นั้น เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 56 มีการกำหนดเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของเลขาธิการ กกต. ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง ซึ่งมีการระบุเรื่องผลการประเมินการทำงานไว้ทุกปี และต้องได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 60 ขึ้นไป
ขณะที่ในการประเมินผลการดำเนินงานของนายแสวง บุญมี ในช่วงปี 2568 โดยคณะกรรมการ กกต.ชุดเดิม ที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ได้ประเมินผลการทำงานของนายแสวงว่า การปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน มีคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ไม่บรรลุเป้าหมายตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งและยกเลิกสัญญาจ้างตามระเบียบ

'แสวง บุญมี' จ่อหลุดเก้าอี้ เลขาฯ กกต. เหตุประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์




