News Logo
หน้าแรก
3 ผู้ว่าฯ กทม. ครองแชมป์ 2 สมัยซ้อน

3 ผู้ว่าฯ กทม. ครองแชมป์ 2 สมัยซ้อน

9 มิ.ย. 2569 16:42
ผู้ชม 48 คน

ย้อนรอย 3 ผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับเลือก 2 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ยุค 'พล.ต.จำลอง' กับภาพลักษณ์สมถะที่ชนะใจคนกรุง 'อภิรักษ์' กับการแสดงความรับผิดชอบลาออก คดีรถดับเพลิง จนถึง 'ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์' กับวาทกรรมพลิกโพลโค้งสุดท้าย

ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ที่กำลังเข้มข้น หนึ่งคำถามสำคัญที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้งคือ ‘ความท้าทายในการรักษาแชมป์’ เพราะในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่น การรักษาเก้าอี้บริหารเมืองหลวงไว้ถึง 2 สมัยติดต่อกันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยเท่าไหร่นัก

สำนักข่าว Next News จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสำรวจอดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่เคยสร้างปรากฏการณ์คว้าชัย 2 สมัยซ้อน พร้อมทำความเข้าใจบริบททางการเมืองในห้วงเวลานั้น ว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง 

พล.ต. จำลอง ศรีเมือง 

สมัยที่ 1 : 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 - 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
สมัยที่ 2 : 7 มกราคม พ.ศ. 2533 - 22 มกราคม พ.ศ. 2535

ย้อนกลับไปในปี 2528 หลังจากที่ได้รับพระราชทานยศ พล.ต. ได้เพียง 2 วัน พล.ต. จำลอง ศรีเมืองก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการ และกระโดดลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนามของกลุ่มรวมพลัง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นเขาสามารถคว้าชัยชนะไปได้กว่า 408,237 คะแนน 

ทั้งนี้ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ชัยชนะในครั้งนั้นเกิดจากบุคลิกภาพที่ดูสมถะ เรียบง่าย และความเคร่งครัดในศาสนาของ พล.ต.จำลอง ประกอบกับการลงสมัครในนามกลุ่มอิสระไม่สังกัดพรรคการเมือง ซึ่งตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ ที่เริ่มเบื่อหน่ายกับปัญหาคอร์รัปชันในระบบพรรคการเมืองแบบเดิม 

ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายหาเสียงในปีนั้นยังเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนรายประเด็นที่ใกล้ตัวประชาชน เช่น การจัดการสุนัขจรจัด ปราบปรามทุจริต และการรักษาความสะอาดถนน โดยหลีกเลี่ยงการมุ่งเน้นโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เนื่องจากมองว่าโครงการเหล่านั้นอาจกลายเป็นช่องโหว่ที่นำไปสู่การคอร์รัปชันในระบบราชการได้ 

หลังจากดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ในปี 2533 พล.ต.จำลอง ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ในนาม ‘พรรคพลังธรรม’ ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีกลุ่มสันติอโศกเป็นฐานสำคัญ และด้วยผลงานที่จับต้องได้ตลอดระยะเวลา 4 ปีในวาระแรก ส่งผลให้ พล.ต.จำลอง คว้าชัยชนะเป็นสมัยที่ 2 ได้อย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงถึง 703,671 คะแนน ก่อนที่ต่อมาจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 22 มกราคม 2535 เพื่อผันตัวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ 

Chamlong_Srimuang_2008_(cropped)

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม.

อภิรักษ์ โกษะโยธิน

สมัยที่ 1 : 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สมัยที่ 2 : 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จนครบวาระ ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ก็เปิดฉากขึ้นในปี 2547 โดยในครั้งนั้น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถคว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ ซึ่งสวนทางกับกระแสการเมืองระดับชาติในขณะนั้นที่อยู่ภายใต้การนำอย่างเบ็ดเสร็จของพรรคไทยรักไทย

โดยในวาระแรก นายอภิรักษ์ได้นำเสนอนโยบายหลากมิติ อาทิ การจัดระบบรถรับส่งนักเรียนในกรุงเทพฯ การยกระดับคุณภาพบริการขนส่งมวลชน การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ตลอดจนการผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางสำหรับจัดตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถัดมาในการลงศึกสมัยที่ 2 นายอภิรักษ์ยังคงได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่น โดยผลสำรวจจากหลายสำนักต่างชี้ตรงกันว่าเขามีคะแนนนำโด่งเป็นอันดับ 1 เช่น สวนดุสิตโพลที่ระบุว่า นายอภิรักษ์มีคะแนนนิยมทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นอย่างชัดเจน โดยมี นายประภัสร์ จงสงวน ตามมาเป็นอันดับ 2 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อันดับ 3 นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ อันดับ 4 และนางลีนา จังจรรจา ในอันดับที่ 5

และผลการเลือกตั้งก็เป็นไปตามที่โพลคาดการณ์ ส่งผลให้นายอภิรักษ์คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ โดยในระหว่างดำรงตำแหน่งวาระนี้ เขาได้เดินหน้าผลักดันระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการจัดการผังเมือง 

ทว่าหลังจากบริหารงานไปได้ระยะหนึ่ง นายอภิรักษ์กลับต้องเผชิญมรสุมการเมืองจากข้อครหากรณีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท และทันทีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายอภิรักษ์ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองทันที ส่งผลให้เก้าอี้พ่อเมืองหลวงต้องว่างลง อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำตัดสินให้อภิรักษ์พ้นข้อกล่าวหาในคดีรถดับเพลิงเนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาซึ่งมีผลก่อนหน้าที่จะเข้ารับตำแหน่งแล้ว  

ประชุมพรรคประชาธิปัตย์_วันที่_4_มิถุนายน_2553_(The_Official_Site_of_The_Prime_Minister_of_Thailand_P_-_Flickr_-_Abhisit_Vejjajiva_(2)

อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

สมัยที่ 1 : 11 มกราคม พ.ศ. 2552 - 9 มกราคม พ.ศ. 2556
สมัยที่ 2 : 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559 

ภายหลังจากที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประกาศลาออกเพื่อแสดงสปิริตทางการเมือง สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จึงได้เริ่มต้นอีกครั้งในวันที่ 11 มกราคม 2552 ซึ่งในศึกครั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถคว้าชัยชนะไปได้อย่างเด็ดขาดด้วยคะแนนเสียง 934,602 คะแนน ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ยังคงรักษาอำนาจสนามการเมืองท้องถิ่นเอาไว้ได้อย่างไร้รอยต่อ

แต่การบริหารงานในวาระแรกของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในแง่ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเมือง และข้อครหาด้านความโปร่งใสในหลายโครงการ ข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ในการลงสู้ศึกสมัยที่ 2 เมื่อปี 2556 ในตอนนั้นกระแสของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับคู่ชิงกระแสแรงอย่าง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งในเวลานั้นผลสำรวจจากทุกสำนักโพลต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เก้าอี้พ่อเมืองหลวงจะตกเป็นของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน

แต่เกมการเมืองพลิกผันอย่างสิ้นเชิงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันหย่อนบัตร เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ ‘นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ได้ปลุกกระแส “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” เพื่อปลุกเร้าให้คนกรุงตัดสินใจเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Voting) หวังไม่ให้ขั้วอำนาจของพรรคเพื่อไทยแผ่อิทธิพลเข้าคุมกลไกบริหารทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ผลปรากฏว่ายุทธวิธีนี้จุดติดในใจคนเมืองอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแรงส่งให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พลิกโพลกลับมาป้องกันแชมป์ นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 ปี 202 วัน

Sukhumbhand_Paribatra_2013_portrait_-_cropped_2

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.

ทั้งนี้ ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 กระแสการแข่งขันกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อแชมป์เก่าอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต้องเผชิญมรสุมข้อครหากรณีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องออกกำลังกายราคาแพงเกินจริง ควบคู่ไปกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง 'ระบอบอากง' ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ปัญหาความโปร่งใสในระบบอุปถัมภ์และการเรียกรับผลประโยชน์ภายในหน่วยงานของ กทม. จึงเป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างยิ่งว่า ผลการเลือกตั้งท่ามกลางข้อกังขาเหล่านี้จะออกมาในทิศทางใด 

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
เลือกตั้ง69
ผู้ว่ากทม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯชงนายกฯ 3 ข้อฟื้นเศรษฐกิจไทย ย้ำขอให้เร่งปราบคอร์รัปชัน
หอการค้าฯชงนายกฯ 3 ข้อฟื้นเศรษฐกิจไทย ย้ำขอให้เร่งปราบคอร์รัปชัน