News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' ร่างนโยบาย 19 หน้า แถลงสภาฯ 9-10 เม.ย.เน้น 23 ข้อรับโลกผันผวน

'อนุทิน' ร่างนโยบาย 19 หน้า แถลงสภาฯ 9-10 เม.ย.เน้น 23 ข้อรับโลกผันผวน

5 เม.ย. 2569 21:29
ผู้ชม 33 คน

อนุทินเผยร่างนโยบายรัฐบาล 19 หน้าพร้อมแล้ว เตรียมแถลงต่อสภาฯ 9-10 เม.ย.นี้ย้ำ 3 หลักการสำคัญ ชู 23 นโยบายเร่งด่วน ฟื้นฟูเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกิล นายกรัฐมนตรี  ได้ร่างนโยบายเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 19 หน้ากระดาษเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปิดประชุมสภาฯ แถลงนโยบายอย่างเป็นทางการในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ มีเนื้อหาระบุโดยย่อว่า รัฐบาลจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

2. ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ในเอกสารแถลงนโยบายนายกรัฐมนตรียังระบุด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส การจัดทำมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน การแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ-ภัยผูกขาดและการปกป้องสิทธิประโยชน์ของประเทศ การปราบปรามยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลอย่างเข้มข้น การสร้างความปลอดภัยและการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเร่งเจรจาการค้าและการลงทุนตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อนและเป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับนักลงทุนต่างประเทศ โดยรัฐบาลสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มให้กลับมาขยายตัวได้สูงขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 4 ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว

อย่างไรก็ดี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิต การขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลง สวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงานโดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการจัดหาพลังงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด

ย้ำรัฐบาลทำงานเต็มที่แล้ว

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทยผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อาทิ การยกระดับบริการกงสุลเพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งโดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม และวัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ การบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชนโดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่างๆ ให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ การหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้า-ส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤติของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศและการเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศในการเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

เสนอนโยบายด่วน 23 ข้อ อ้างช่วยประเทศให้แข่งขันดีขึ้น

เอกสารยังได้มีกรระบุถึงนโยบายเร่งด่วน 23 ข้อ ควบคู่กับการสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ได้แก่

1. สร้างโอกาสเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย

2. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

3. เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า

4. เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และยั่งยืน

5. สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง

6. เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก

7. เสริมสร้างเสถียรภาพ

8. ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะ “ทีมประเทศไทย”

9.ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค

10. สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

11. พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อม, เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต

12. พัฒนาระบบทหารอาสาและการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร

13. เรียนฟรีมีจริง, เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

14. พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที

15. เสริมสร้างสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมและสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย

16. บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ

17. พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

18. ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593

19.การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล

20. ราชการทันใจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเป็นธรรม

21. ปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ

22. การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

23. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พร้อมแก้ 'ว658'! กรมบัญชีกลางไม่ให้ตั้งงบเผื่อขาดสัญญาก่อสร้างล่าช้า
พร้อมแก้ 'ว658'! กรมบัญชีกลางไม่ให้ตั้งงบเผื่อขาดสัญญาก่อสร้างล่าช้า