News Logo
หน้าแรก
'จีดีพี'ไตรมาส 2 โต 1.9% สภาพัฒน์แนะเร่งแก้หนี้เสีย SME พุ่ง

'จีดีพี'ไตรมาส 2 โต 1.9% สภาพัฒน์แนะเร่งแก้หนี้เสีย SME พุ่ง

17 ส.ค. 2569 17:38
ผู้ชม 16 คน

สภาพัฒน์เผยจีดีพี ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% สูงกว่าคาดการณ์เดิมจะโต 1.5% จากพิษสงครามตะวันออกลาง คาดทั้งปีจะขยายตัว 2.2% จี้เร่งแก้หนี้เสีย'เอสเอ็มอี'พุ่ง ชี้จะกระทบเศรษฐกิจวงกว้าง แนะบริหารนโยบายมหภาค 5 ด้าน

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์  แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 และแนวโน้มทั้งปีของปีนี้ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโต 1.9% ชะลอลงจากไตรมาส 1 ที่ขยายตัว 2.8% แต่ก็สูงกว่าที่ สศช.คาดการณ์ว่าไตรมาส 2 จะขยายตัวแค่ 1.5 เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4%
นายดนุชากล่าวว่า ในไตรมาสที่ 2 มีปัจจัยสนับสนุนมาจากการลงทุนทที่ขยายตัว 9.1% โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวถึง 13.4% สูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ส่วนการส่งออกในไตรมาส 2 ก็ขยายตัว
17.6% อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเพิ่มสูงถึง 42.3% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส ส่งผลให้ไตรมาส 2 ขาดดุลการค้า 12.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส ที่ 17.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 12% ต่อจีดีพี
นายดนุชากล่าวว่า สำหรับภาคบริการชะลอตัวลง โดยเฉพาะสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารที่ขยายตัว 1.5% ชะลอลงจาก 2.2% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 6.557 ล้านคน ลดลง 4.4% สำหรับหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 12.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ของจีดีพี ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569  อยู่ที่ 279.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นายดนุชากล่าวว่า คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 จะขยายตัวในช่วง 2.0– 2.5% ค่ากลางอยู่ที่ 2.2% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก การลงทุนที่คาดว่าจะขยายตัว 7.9% เป็นการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัว 9.6% ส่วนการลงทุนภาครัฐขยายตัว 3.1% รวมทั้งการการส่งออก คาดว่าจะขยายตัว 15.1% ขณะที่การนำเข้าจะขยายตัวที่ 25.5% คาดว่าจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 1.2% ของจีดีพี สำหรับเงินเฟ้อคาดว่าทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 1.5-2%
นายดนุชากล่าวว่า หนี้เสีย SME อยู่ที่ 9% ขณะที่สินเชื่อ SME ในสาขาสำคัญยังลดลง ต้องมีการดูแลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพราะว่า SME เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
  นายดนุชากล่าวว่า ส่วนการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีอยู่ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ดูแลการเติบโตภาคการเกษตร จากที่เราคาดว่าจะเกิดภัยแล้ง โดยเฉพาะการปรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ  รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร เช่น ปุ๋ย เพื่อรองรับความเสี่ยงของความขัดแย้งในภาคในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ 2.การรักษาระดับการเติบโตภาคการส่งออกให้มีความต่อเนื่อง ต้องดูเรื่องผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐ (มาตรา 301) แต่มีสินค้าไทยประมาณ 2,000 รายการที่ยังคงส่งออกได้ดีอยู่ ไม่ได้รับผลกระทบแต่ว่าก็ยังวางใจไม่ได้ว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มขึ้น 3.การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน เป็นตัวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้ยังคงแข่งขันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกในแง่การลงทุน
นายดนุชากล่าวว่า 4.รักษาระดับการใช้จ่ายภาครัฐในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเร่งการเบิกจ่าย การเตรียมความพร้อมในแง่การลงทุนโครงการต่างๆ ให้เร็วขึ้นเพื่อให้เกิดการลงทุนให้มากขึ้นในช่วงถัดไป รวมทั้งเรื่องผลักดันการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP และ 5.เตรียมการรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เรื่องของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ต้องเร่งมาดำเนินการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายสุชาติ' เดินหน้าฟ้องอาญา-จริยธรรม 'สส.ไอซ์' ลั่นไม่มีไกล่เกลี่ย!
'ทนายสุชาติ' เดินหน้าฟ้องอาญา-จริยธรรม 'สส.ไอซ์' ลั่นไม่มีไกล่เกลี่ย!