โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดดีลเขย่าโลกด้วยการจัดตั้ง "Board of Peace" คณะกรรมการเพื่อสันติภาพและการบูรณะฉนวนกาซา แต่มาพร้อมเงื่อนไขที่ไม่มีใครคาดคิด คือการเรียกเงินสมทบทุนสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) สำหรับประเทศที่ต้องการ "ที่นั่งถาวร" ในองค์กรนี้
ท่ามกลางการจับตามองว่าเหตุการณ์คือความพยายามสร้างองค์กรระหว่างประเทศทางเลือกใหม่ที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อลดบทบาทของสหประชาชาติ (UN) หรือไม่
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า แม้จะไม่มีข้อบังคับว่าทุกประเทศต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วม แต่ประเทศที่ไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) จะมีวาระการเป็นสมาชิกเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้จะถูกส่งตรงไปใช้ในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในฉนวนกาซาทั้งหมด เพื่อตัดปัญหา "ความเทอะทะของระบบบริหาร" และเงินเดือนที่สูงเกินจริงซึ่งมักเกิดขึ้นในองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ
โครงสร้างอำนาจของ Board of Peace ถูกออกแบบมาให้ทรัมป์มีอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยจะมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจว่าใครจะได้เข้าร่วม และมีอำนาจ "วีโต้" (Veto) หรือยับยั้งมติใดๆ ก็ตาม แม้มติส่วนใหญ่จะมาจากการลงคะแนนของสมาชิกก็ตาม ซึ่งรายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดแรกที่เปิดตัวออกมาล้วนเป็นคนใกล้ชิดและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล อาทิ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยทรัมป์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก
ในส่วนของความเคลื่อนไหวระดับโลก มีรายงานว่าทรัมป์ได้ส่งเทียบเชิญไปยังผู้นำกว่า 60 ประเทศ รวมถึง วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งทางเครมลินเผยว่ากำลังพิจารณารายละเอียดอยู่
ขณะที่ เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ตอบรับเข้าร่วมในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง โดยประธานพรรค โต เลิม ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางตามมติของ UN อย่างไรก็ตาม ผู้นำยุโรปหลายส่วนยังคงสงวนท่าทีเพราะไม่อยากถูกบีบให้ต้องจ่ายเงินก้อนโตภายใต้วิสัยทัศน์ "ระเบียบโลกใหม่" ของทรัมป์
แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อิสราเอลโดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงอาการ "ไม่เล่นด้วย" และคัดค้านการดึงตุรกีและกาตาร์เข้ามามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหาร
นอกจากนี้ยังมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากนักวิชาการปาเลสไตน์ว่า แผนการสร้างสันติภาพครั้งนี้ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่เอ่ยถึงสิทธิหรือความต้องการของชาวปาเลสไตน์ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางการเมืองและตัวเลขเงินสนับสนุนเป็นหลัก
อดีตนักการทูตสหรัฐฯ อารอน เดวิด มิลเลอร์ ให้ความเห็นอย่างเผ็ดร้อนว่า Board of Peace เป็นเพียง "การแสดง" ที่ห่างไกลจากความจริงบนโลก เพราะการแก้ไขความขัดแย้งที่ซับซ้อนอย่างฉนวนกาซาหรือยูเครน ไม่สามารถทำได้เพียงแค่การตั้งคณะกรรมการและระดมทุนจากประเทศต่างๆ แต่ต้องอาศัยการทูตในพื้นที่จริงและการเจรจากับคู่ขัดแย้งโดยตรง ซึ่งบอร์ดนี้ยังไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ
สุดท้ายแล้ว การใช้โมเดล "จ่ายเงินซื้อที่นั่ง" เพื่อบริหารจัดการสันติภาพโลก จะกลายเป็นนวัตกรรมทางการทูตยุคใหม่หรือเป็นเพียงการขยายอำนาจแบบนักธุรกิจของทรัมป์ ยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: washingtonpost, Viet Nam News, CNN





