News Logo
หน้าแรก
นายกฯย้ำ‘แผน 14’ต้องปลดล็อกข้อจำกัด ยกระดับ‘ศก.–คน–รัฐ’สู้โลกเปลี่ยน

นายกฯย้ำ‘แผน 14’ต้องปลดล็อกข้อจำกัด ยกระดับ‘ศก.–คน–รัฐ’สู้โลกเปลี่ยน

30 ก.ย. 2569 13:38
ผู้ชม 23 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

นายกฯย้ำ‘แผน 14’ต้องปลดล็อกข้อจำกัดประเทศที่ขวางการพัฒนา พร้อมยกระดับเศรษฐกิจ–คน–รัฐ รับมือทุกความเปลี่ยนแปลงของโลก

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ โดยมีคณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม/เทียบเท่า รัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาคธุรกิจ กลุ่มองค์กรภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) หรือแผน 14

 นายอนุทินกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” ว่า แผน 14 ต้องปลดล็อกข้อจำกัดของประเทศไทย ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนการพัฒนาให้เป็นรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมสูงวัย และสภาพภูมิอากาศ โดยเหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ สะท้อนว่าการพัฒนาประเทศคือการทำให้ประชาชนใช้ชีวิต และประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งในวันที่สถานการณ์เป็นปกติ และในวันที่เกิดวิกฤต 

 นายกฯกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรและอาหาร บริการ การแพทย์ และการท่องเที่ยว แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าศักยภาพ เผชิญข้อจำกัดจากผลิตภาพ การเข้าถึงทุนและเทคโนโลยีของธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่ระบบราชการและกฎระเบียบบางส่วนยังเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางเศรษฐกิจ ในเวลาเดียวกัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว จำนวนคนวัยทำงานลดลง แต่ภาระในการดูแลสุขภาพและสวัสดิการเพิ่มขึ้น ขณะที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ก็กำลังเปลี่ยน

 “ถ้าเรายังใช้วิธีคิดและวิธีทำงานแบบเดิม ผลลัพธ์ก็จะถดถอย ใขณะที่ประเทศอื่นกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว การยืนอยู่ที่เดิม ก็เท่ากับการเดินถอยหลัง ฉะนั้น คำถามสำคัญของแผน 14 ไม่ใช่เพียงว่าอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไรในอีกห้าปีข้างหน้า แต่ อะไรคือข้อจำกัด ที่ทำให้ประเทศไทยไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร และจะปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านั้นอย่างไร”นายกฯกล่าว

 นายอนุทินกล่าวว่า โอกาสของประเทศไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่เชื่อถือได้ มีกติกาชัดเจน มีพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ มีกำลังคนที่มีทักษะ มีห่วงโซ่อุปทาน ที่เข้มแข็ง และมีรัฐบาลที่ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ในสภาวะที่ทั่วโลกกระจายฐานการผลิตและจัดระบบห่วงโซ่อุปทานใหม่ เป็นโอกาสในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยการลงทุนใหม่ต้องเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างงานที่มีคุณค่า และต้องทำให้คนไทยกับธุรกิจไทยขยับขึ้นไปอยู่ในส่วนที่มีมูลค่าสูงขึ้น ของห่วงโซ่การผลิต

 “เราจะไม่แข่งขันด้วยแรงงานราคาถูก ทรัพยากรราคาถูก หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะแข่งขันด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี มาตรฐาน และความสามารถของคนไทย  ใช้ประโยชน์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่ได้เปรียบ” นายอนุทินกล่าว

 นายกฯกล่าวว่า เสาหลักทั้ง 5 ด้านของแผน 14 ได้แก่ 1) การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2) การปฏิรูปภาครัฐ 3) การพัฒนาทุนมนุษย์ 4) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 5) การลงทุน ถ่ายทอด และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ต้องเป็นระบบเดียวกันที่มีเป้าหมาย เดียวกัน คือทำให้ประเทศไทยสร้างมูลค่าได้สูงขึ้น และทำให้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนั้นกลับไปเป็นรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ขณะที่ภาครัฐต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเอง ต้องทบทวนภารกิจที่จำเป็น ลดความซ้ำซ้อน  และเปิดให้ภาคเอกชน ท้องถิ่น หรือประชาชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 “ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไปสู่ระบบที่เชื่อมข้อมูล เป็นชุดเดียวกัน โดยที่ทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานตัวเอง ในขณะที่ต้องเข้าใจด้วยว่า หน่วยงานอื่นต้องการอะไรมาเติมเต็ม เพื่อให้บรรลุผล ที่เป็นเป้าหมายเดียวกันของทุกหน่วยงาน คือคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ผมขอย้ำว่า เราต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ แผนพัฒนาประเทศ คือประเทศที่น่าลงทุนและประเทศที่ประชาชนอยู่อย่างมั่นคง ประเทศที่มีระบบพร้อม มีรัฐที่ทำงานได้ และเป็นประเทศที่บริหารทรัพยากรด้วยความรับผิดชอบ”นายกฯกล่าว

 นายอนุทินกล่าวว่า แผน 14 ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันของประเทศ มีเจ้าภาพ กรอบเวลา ตัวชี้วัดผลลัพธ์ และข้อมูลเปิดเผยให้ประชาชนติดตาม โดยวัดความสำเร็จจากผลิตภาพ รายได้ ทักษะของคนไทย ความสะดวกในการติดต่อภาครัฐ ต้นทุนพลังงาน การใช้ทรัพยากร และความสามารถในการรับมือวิกฤต ทั้งนี้ แผนต้องไม่ผูกอยู่กับรัฐบาลหรือพรรคการเมืองใด แต่เป็นทิศทางร่วมที่ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

 “ผมขอย้ำภาพวิสัยทัศน์ที่พวกเราทุกคนต้องทำให้เกิด ขึ้นสำเร็จ ในช่วงปลายของแผน 14 คือ ประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศที่มีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ต้องเป็นประเทศที่คนทำงานมองเห็นอนาคตตัวเอง ผู้ประกอบการไทยมีพื้นที่เติบโต เด็กและเยาวชนของเราจะต้องได้รับความรู้ พัฒนาทักษะอย่างจริงจัง ผู้สูงอายุยังคงเป็นผู้ที่มีคุณค่าและมีความมั่นคงในชีวิต ประชาชนมองเห็นรัฐเป็นเครื่องอำนวยความสะดวก ที่ทำให้ทุกคนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของตัวเองได้ในระดับที่สูง และทุกพื้นที่ของประเทศคือพื้นที่แห่งโอกาสที่พร้อมจะรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง”นายกฯกล่าว

 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ ทำให้แผน 14 สร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน หน้าที่ของเราในวันนี้ก็คือปลดล็อกทุกสิ่งที่กีดขวางการพัฒนา ทำให้เราเดินขึ้นสู่ระดับถัดไปได้ เราจำเป็นต้องมีเครื่องมือใหม่ๆ เชื่อมโยงสิ่งที่ยังแยกจากกันอยู่ และลงมือทำเรื่องสำคัญอย่างต่อเนื่องจนเห็นผล หากเราทำสำเร็จ ประเทศไทยก็จะไม่เป็นเพียงเดินตามโลกได้ทัน แต่จะสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งข้อมูล1แสนบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นถึง43สถานทูตร่วมดูแล-สกัดนอมินี
ส่งข้อมูล1แสนบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นถึง43สถานทูตร่วมดูแล-สกัดนอมินี