กระทรวงการคลังประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบทบทวนสิทธิ พบผู้ผ่านเกณฑ์ 1.75 ล้านราย เช็กผลได้ตั้งแต่ 30 ก.ย. ก่อนเริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ต.ค. 2569
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) ในการประชุมครั้งที่ 12/2569เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 รอบทบทวนสิทธิ ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิได้ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม -31 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านราย และจากการตรวจสอบ มีผู้ผ่านคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิ1.75 ล้านราย
ซึ่งได้ประกาศผลดังกล่าว ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ))
สำหรับผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพียงดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง และที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 หรือที่ ธ.ก.ส.ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. ได้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 (เฉพาะผู้มีบัตรฯ รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน)
สำหรับผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ เพียงกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2569 โดยจะต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเล็งเห็นความสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อบูรณาการข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่การจัดสรรสวัสดิการที่ถูกฝาถูกตัวลดหลั่นกันไปอย่างเหมาะสมต่อไป
นายวินิจฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการฯ ปี 2569 มีผู้ได้รับสิทธิ รวมทั้งสิ้น 11.25 ล้านคนโดยการลงทะเบียนรอบใหม่นี้ได้ขยายการเข้าถึงกลุ่มตกหล่นจากฐานข้อมูลของ พม. และ มท. รวมถึงการลงพื้นที่เชิงรุกทั่วประเทศ ทำให้ภาครัฐสามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและคัดกรองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่งผลให้พบผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในภาวะยากลำบากและเดือดร้อนจริง เพิ่มเติมกว่า 2.66 ล้านคน
ตรวจสอบผล
เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th
แอปพลิเคชันเป๋าตัง
แอปพลิเคชันทางรัฐ
5. หน่วยรับลงทะเบียน ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย
ผ่านคุณสมบัติต้องทำอย่างไร
ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อย ผ่านช่องทางดังนี้
ธนาคารออมสิน/ธ.ก.ส./ธอส. /ธ.อิสลาม
ธนาคารกรุงไทย และ แอปฯ เป๋าตัง
ได้สิทธิอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 สามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด หรือ แอปพลิเคชันเป๋าตังซึ่งในเดือน ต.ค. 2569 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 ต.ค. 2569 ได้รับวงเงินสิทธิเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าเดินทาง (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ประกอบด้วย
วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือน (ต.ค. 69)
วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท ต่อคนต่อ 3 เดือน (ต.ค. – ธ.ค. 69)
วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท ต่อคนต่อเดือน (ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า รถโดยสารเอกชน และเรือโดยสารที่เข้าร่วมโครงการ)
วันที่ 20 ต.ค. 2569
ได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท หรือบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก)
ไม่ผ่านคุณสมบัติต้องทำอย่างไร
สามารถเข้า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) รับเงิน 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน ต.ค.- พ.ย. 2569 โดยจะต้องกดรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569

ผูู้ไม่ผ่านโครงการ

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”




