สภาผู้บริโภคจี้! ตรวจสอบ "โรงงานขยะ" รุกพื้นที่เกษตรกรรม หลัง คสช. เคยปลดล็อก หวั่นซ้ำรอยปราจีนบุรี ชี้ผังเมือง กทม. ใหม่ยังเปิดช่องโรงงานสร้างผลกระทบแหล่งอาหาร
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สภาผู้บริโภคได้ออกแถลงการณ์ระบุถึงปัญหาของคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งส่งผลถึงปัญหาการปลดล็อกผังเมืองให้โรงงานจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมเข้าไปตั้งในพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน เช่น น้ำท่วม น้ำเน่าเสีย ปลาตาย และสารพิษปนเปื้อนในพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำ โดยสภาผู้บริโภคได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
วิกฤตปราจีนบุรี บทเรียนจากคำสั่ง คสช. 4/2559
ปัญหาการปลดล็อกผังเมืองเริ่มต้นจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเว้นการบังคับใช้ข้อกำหนดผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท รวมถึงโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียและกากอุตสาหกรรม (ประเภท 101, 105, 106) คำสั่งนี้ทำให้พื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งเดิมมีข้อห้ามโรงงานบางประเภท สามารถขออนุญาตตั้งโรงงานจัดการของเสียได้โดยไม่ต้องแก้ไขสีผังเมืองก่อน
บทเรียนที่ชัดเจนปรากฏขึ้นในวิกฤตน้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรีช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 เมื่อน้ำท่วมได้พัดพาคราบน้ำมันและสารพิษจากโรงงานขยะวัตถุอันตรายออกสู่ชุมชนและปนเปื้อนแหล่งน้ำอย่างกว้างขวาง ทำให้ปลาตายจำนวนมาก และผู้บริโภคกังวลเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร กรณีโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมในตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เข้าตรวจสอบและพบร่องรอยน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารปนเปื้อนไหลออกจากบ่อฝังกลบหลังถูกน้ำท่วมขัง ยิ่งตอกย้ำถึงปัญหาจากการตั้งโรงงานจัดการของเสียในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นต้นทางของอาหารและแหล่งน้ำสำหรับประชาชน แม้คำสั่ง คสช. 4/2559 จะถูกยกเลิกในปี 2568 แต่โรงงานที่ได้รับอนุญาตภายใต้ข้อยกเว้นดังกล่าวยังคงดำเนินกิจการได้เนื่องจากมีบทเฉพาะกาลรองรับ
ผังเมือง กทม. ฉบับใหม่ยังน่าห่วง เปิดช่องโรงงานขยะรุกพื้นที่สีเขียว
ข้อกังวลเรื่องการใช้กฎหมายผังเมืองยังเชื่อมโยงกับร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งสภาผู้บริโภคและภาคีเครือข่ายเรียกร้องให้ทบทวน นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค ชี้ว่า ร่างผังเมืองใหม่ยังคงมีข้อกำหนดที่อาจเปิดทางให้กิจการกำจัดขยะหรือสารพิษอยู่ในพื้นที่สีเหลืองและสีเขียวได้ ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่สีเขียวบางประเภทของกรุงเทพมหานครยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งผลิตอาหาร และพื้นที่รองรับน้ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดโดยไม่ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน อาจกระทบต่อระบบระบายน้ำ ความปลอดภัยจากการปนเปื้อนของพื้นที่เพาะปลูก และคุณภาพชีวิตของประชาชน
รศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การจัดทำผังเมืองจำเป็นต้องคำนึงถึงระบบน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมควบคู่กัน ไม่ใช่มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มพื้นที่พัฒนาเมือง เพราะเมื่อพื้นที่เกษตรกรรมถูกเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์อื่นแล้ว การฟื้นฟูทำได้ยาก
ข้อเสนอของสภาผู้บริโภค
จากปัญหาที่เกิดขึ้น สภาผู้บริโภคได้เสนอให้หน่วยงานรัฐดำเนินการดังนี้:
เปิดเผยข้อมูลโรงงาน: เร่งเปิดเผยข้อมูลโรงงานจัดการของเสียประเภท 101, 105 และ 106 ที่ได้รับอนุญาตในช่วงคำสั่ง คสช. 4/2559 โดยระบุที่ตั้ง ประเภทกิจการ วันที่อนุญาต และข้อกำหนดผังเมืองเดิม เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าโรงงานใดตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่รับน้ำ หรือใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ
ประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยง: จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการรั่วไหลของสารปนเปื้อน ตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน ตะกอน และผลผลิตทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยผลตรวจต่อสาธารณะ และกำหนดมาตรการเยียวยาหากพบความเสียหาย
คุ้มครองพื้นที่สีเขียวในผังเมืองใหม่: การจัดทำผังเมืองใหม่ โดยเฉพาะร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ปรับปรุงครั้งที่ 4 ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพื้นที่สีเขียว พื้นที่รับน้ำ และพื้นที่ผลิตอาหาร พร้อมเปิดเผยข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เงื่อนไข และข้อยกเว้นทั้งหมดให้ประชาชนรับรู้ ตรวจสอบ และมีสิทธิ์แสดงความเห็นก่อนประกาศบังคับใช้
สภาผู้บริโภคยังได้แนะนำประชาชนที่สงสัยว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับร่างผังเมือง กทม. สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://vengkhuen-bkk.pages.dev/ หรือ ณ สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. และสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ที่ https://bmaplanning.bangkok.go.th/ ตั้งแต่วันนี้ - 9 พฤศจิกายน 2569




