News Logo
หน้าแรก
จนท.ทลายวงจรเน็ตเถื่อนข้ามชาติ กาญจนบุรี-สมุทรปราการ ยึดของกลาง 24 ราย

จนท.ทลายวงจรเน็ตเถื่อนข้ามชาติ กาญจนบุรี-สมุทรปราการ ยึดของกลาง 24 ราย

16 ต.ค. 2569 15:25
ผู้ชม 21 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ทลายเครือข่ายส่งเน็ตข้ามชาติ! ACSC-ตำรวจสอบสวนกลาง-กสทช.-AIS-กองกำลังสุรสีห์ ผนึกกำลังบุก 4 จุด ตัดวงจรเถื่อนชายแดนกาญจนบุรี ยึดของกลาง 24 รายการ ฟันผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม-โทรคมนาคม สกัดส่งสัญญาณถึง "พญาตองซู" เมียนมา ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐได้แก่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สังกัด ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.), ทหาร กองกำลังสุรสีห์, และเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) ได้ผนึกกำลังร่วมกันตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด เพื่อตัดวงจรอินเทอร์เน็ตข้ามชาติ และทลายจุดลักลอบนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนจากประเทศไทยไปยังประเทศเมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อหยุดยั้งการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

ผลการตรวจค้นพบการกระทำผิดอย่างชัดเจน โดยที่จุดที่ 1 บ้านแห่งหนึ่งในหมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องวิทยุคมนาคม 2 เครื่อง และสาย LAN CAT5e ยาว 71 เมตร รวม 3 รายการ ส่วนที่จุดที่ 2 ซึ่งอยู่ในหมู่เดียวกัน พบการติดตั้งวงจรอินเทอร์เน็ตถึง 3 วงจร พร้อมหลักฐานการลากสายสัญญาณข้ามไปยังประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตัดสายสัญญาณและยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, อุปกรณ์ Ethernet Media Converter 10 เครื่อง, Router 5 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และอื่นๆ รวม 18 รายการ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจค้นเพิ่มเติมที่จุดที่ 3 บ้านใน ต.แพรกใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และจุดที่ 4 บ้านใน ต.บางแก้ว อ.บางพลี พบโทรศัพท์มือถือ iPhone 16 อีก 1 เครื่อง

สรุปผลการตรวจค้นทั้ง 4 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางรวมทั้งสิ้น 24 รายการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 “ร่วมกันมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต” และมาตรา 11 “ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต” รวมถึงพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 67(3) “ผู้ใดประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยมิได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. ได้ร่วมกับสำนักงาน กสทช. และ AIS ในการตรวจสอบผู้ขอใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีพฤติกรรมและการขอติดตั้งต้องสงสัยว่ามีการลักลอบนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่อนุญาตให้บริการเฉพาะในประเทศไทยส่งข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย โดยพบข้อมูลการขอติดตั้งวงจรอินเทอร์เน็ตแบบ Fixed IP มากกว่า 3 วงจร ณ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งตรงข้ามคือชุมชนขนาดใหญ่ "พญาตองซู" หรือ "พะย่าโต้นซุ" ที่มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงมาก จึงเชื่อว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลักลอบนำไปใช้งานในประเทศเมียนมา

การตรวจค้นในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ดำเนินการตามหมายค้นของศาลจังหวัดทองผาภูมิ และศาลจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจากการตรวจค้นพบอุปกรณ์โครงข่ายระดับองค์กร อาทิ Router และ Switch ประสิทธิภาพสูง (Mikrotik) พร้อมชุดแปลงสัญญาณ, โครงข่ายสายสัญญาณความเร็วสูง (Fiber Optic), ชุดคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์บันทึกข้อมูล และยังพบการเดินสายส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Fiber Optic) ลากไปยังประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทลายเครือข่ายเน็ตเถื่อนข้ามชาติ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไตรรัตน์’แจ้งนายกฯหนุนประชุม'6กสทช.'แต่ยังทำตาม‘นพ.สรณ’นัดซ้อน21ต.ค.
‘ไตรรัตน์’แจ้งนายกฯหนุนประชุม'6กสทช.'แต่ยังทำตาม‘นพ.สรณ’นัดซ้อน21ต.ค.