สภาผู้บริโภคออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขพ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ที่ให้ยกเลิกการส่งภาษีบาปเป็นเงินบำรุงองค์กร แล้วเปลี่ยนเป็นการเสนอของบฯแต่ละปีแทน หวั่นถูกการเมืองแทรกแซง ชวนประชาชนลงชื่อคัดค้าน-ร่วมปกป้องสื่อสาธารณะ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พร้อมชวนประชาชนลงชื่อคัดค้านและร่วมปกป้ององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ให้เป็นสื่อสาธารณะ มีอิสระ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน
แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอการแก้ไข พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยมีสาระสำคัญในการยกเลิกเงินบำรุงองค์การที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ (ยกเลิกมาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 และ มาตรา 16) และเปลี่ยนรูปแบบเป็นการรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 นั้น
สภาองค์กรของผู้บริโภค ฐานะเป็นผู้แทนผู้บริโภคและประชาชน ตามพ.ร.บ.จัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 และพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 กำหนดไว้ว่าผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ จึงขอแสดงจุดยืนและขอเรียกร้อง ดังต่อไปนี้
1.การมี“สื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระ” คือสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 41 (1) บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ และ ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ได้จัดตั้งองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่เป็นองค์การสื่อสาธารณะด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่องค์การมีวัตถุประสงค์ผลิตรายการทางด้านข่าวสาร สารประโยชน์ทางด้านการศึกษา และสาระบันเทิง ที่มีสัดส่วนอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพสูง เน้นความหลากหลายในมิติต่างๆ โดยมุ่งดำเนินการอย่างปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยึดถือผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไทยพีบีเอส เสนอข้อมูลข่าวสารที่ตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริง รอบด้าน เชื่อถือได้ ไม่เสียค่าบริการในการรับชม และปราศจากการครอบงำของพรรคการเมือง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค โดยเฉพาะวิกฤตภัยพิบัติ ผลประโยชน์สาธารณะ และการคุ้มครองผู้บริโภค ฉะนั้น สื่อสาธารณะถือเป็นหลักประกันสำคัญในการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐและปกป้องประโยชน์ของประชาชนโดยไม่ถูกกดดันจากกลุ่มทุนหรือผู้ใช้อำนาจรัฐ
2.การเปลี่ยนแหล่งที่มารายได้ ทำให้ทีวีสาธารณะ กลายเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
ตามกฎหมายกำหนดให้ ส.ส.ท. หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้รับเงินตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละ1.5 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ โดยให้มีรายได้สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกิน 2 พันล้านบาท เพื่อสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงทางการเงินและความเป็นอิสระจากกลุ่มทุน แต่หากมีการแก้ พ.ร.บ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 มาใช้ “ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี” จะทำให้องค์กรสื่อสาธารณะต้องตกอยู่ภายใต้กระบวนการขอรับ การอนุมัติ การตัดลด หรือการต่อรองงบประมาณโดยฝ่ายบริหารและนักการเมืองในแต่ละปี ซึ่งอาจนำไปสู่การแทรกแซงการเสนอข่าว และสุ่มเสี่ยงทำให้สื่อสาธารณะถูกลดทอนกลายเป็นเพียง “สื่อของรัฐ” ในที่สุด
3.ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น ระบบขนส่งสาธารณะทุกจังหวัด อาคารสูงในซอยแคบ น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 อาหารปลอดภัย อาชญากรรมไซเบอร์
ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในฐานะสื่อสาธารณะ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้บริโภคผ่านการรับเรื่องร้องเรียนและเป็นสื่อกลางแก้ปัญหา เช่น รายการสถานีประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น การหลอกลวงออนไลน์ สินค้าไม่ตรงปก สัญญาไม่เป็นธรรม หรือภัยมิจฉาชีพ ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางประสานงานระหว่างผู้บริโภคกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น สภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เครือข่ายภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาและติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเชื่อมโยงและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างให้นำไปสู่การเสนอปรับปรุงกฎหมาย สัญญามาตรฐาน หรือมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค
“สภาผู้บริโภค ขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงชื่อคัดค้านพร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เสนอร่างกฎหมายถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อคงไว้ซึ่งสื่อสาธารณะ มีอิสระ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน”แถลงการณ์ระบุ




