คดีจริยธรรม 44 อดีต สส.ก้าวไกล ลงชื่อแก้ 112 ศาลฎีกาไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องเข้มข้น 3 ปากเป็นอดีตข้าราชการสภาฯ ชี้แจงขั้นตอนเสนอ-ตรวจสอบกฎหมาย นัดหน้า 20 ต.ค. จ่อสอบอดีต สส. ไม่ร่วมลงชื่อ ม.112
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลฎีกาได้นัดไต่สวนพยานในคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน โดยการไต่สวนในวันนี้ถือเป็นนัดที่ 2 จากทั้งหมด 4 นัด ซึ่งมีพยานที่จะต้องเข้าไต่สวนทั้งหมด 9 ปาก ส่วนการไต่สวนพยานนัดต่อไป ศาลได้นัดหมายในวันที่ 20 ต.ค.2569 เวลา 09.30 น. คาดว่าพยานที่จะเข้าให้การในวันดังกล่าวจะเป็นกลุ่มอดีต สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
สำหรับการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในวันนี้ มีพยานเข้าเบิกความจำนวน 3 ปาก ซึ่งล้วนเป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ นายสุวัฒน์ คีรีวิเชียร นิติกรสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, นางสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และว่าที่ ร.ต.อาพัทธ์ สุขนันท์ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
พยานทั้งสามปากได้เบิกความให้ข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารและบันทึกข้อความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบลายมือชื่อของผู้เสนอร่างแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่มีการแจ้งว่าร่างกฎหมายที่เสนอมานั้นอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาคดีการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของอดีต สส. ทั้ง 44 คน
ภายหลังการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องทั้ง 3 ปากเสร็จสิ้น ศาลได้แจ้งนัดหมายการไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 20 ต.ค.2569 ซึ่งจะมีการเรียกอดีต สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงชื่อในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้ามาให้ถ้อยคำ เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในการประกอบการพิจารณาคดีให้ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป




