News Logo
หน้าแรก
นิด้าโพล ชี้ 3 ปมร้อนเขย่ารบ. ‘อนุทิน’ ทุจริตสอบท้องถิ่นนำโด่ง 62.75%

นิด้าโพล ชี้ 3 ปมร้อนเขย่ารบ. ‘อนุทิน’ ทุจริตสอบท้องถิ่นนำโด่ง 62.75%

23 ส.ค. 2569 13:28
ผู้ชม 49 คน

'นิด้าโพล' เผยผลสำรวจประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกฯ เรื่อง “ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย” พบทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น คะแนนนำโด่งร้อยละ 62.75 รองลงมา ถูกกล่าวหา คดีฮั้ว สว. กรณีสอบคดีเขากระโดง อันดับ 3 เผยร้อยละ 37.86 เชื่อไม่รอดแน่ ๆ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย” พบว่าประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี พบปัญหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น คะแนนนำอับดับหนึ่งร้อยละ 62.75 รองลงมาร้อยละ 55.88 กรณีถูกกล่าวหา คดีฮั้ว สว. ส่วนกรณีสอบคดีเขากระโดง อันดับ 3 ชี้การรับมือ ร้อยละ 39.69 เห็นว่าสามารถรับมือได้ บางประเด็น แต่ร้อยละ 37.86 เชื่อจะไม่รอดแน่ ๆ

สำหรับการทำโผลสำรวจครั้งนี้ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 62.75 ระบุว่า การทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นรองลงมา
ร้อยละ 55.88 ระบุว่า การถูกกล่าวหา คดีฮั้ว สว.
ร้อยละ 42.29 ระบุว่า การโดน สส. ตรวจสอบคดีเขากระโดง
ร้อยละ 37.33 ระบุว่า ความผันผวนในราคาพลังงาน
ร้อยละ 33.36 ระบุว่า ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ร้อยละ 28.78 ระบุว่า แผนการใช้งบประมาณตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ร้อยละ 28.17 ระบุว่า ความผันผวนในราคาพืชผลทางการเกษตร
ร้อยละ 25.27 ระบุว่า การจำกัดการถือครองอาวุธปืน
ร้อยละ 24.27 ระบุว่า หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
ร้อยละ 22.98 ระบุว่า การกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติในประเทศไทย
ร้อยละ 18.17 ระบุว่า การถูกตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และร้อยละ 5.34 ระบุว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากลัวมาก จนอาจถึงขั้นสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้

ด้านการรับมือกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 39.69 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ บางประเด็น
รองลงมา ร้อยละ 31.99 ระบุว่า จะไม่สามารถรับมือได้เลย
ร้อยละ 16.26 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ ทั้งหมด
ร้อยละ 11.68 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ กับประเด็นส่วนใหญ่
และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

สำหรับความอยู่รอดของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 37.86 ระบุว่า จะไม่รอดแน่ ๆ
รองลงมา ร้อยละ 26.03 ระบุว่า รอด แต่จะบอบช้ำมาก
ร้อยละ 17.94 ระบุว่า รอด แต่จะบอบช้ำเล็กน้อย
ร้อยละ 17.71 ระบุว่า รอดแบบสบาย ๆ แน่นอน
และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ก้มกราบที่ตัก อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 41.45 ระบุว่า เป็นแค่การแสดงความเคารพของผู้น้อยที่มีต่อผู้ใหญ่
รองลงมา ร้อยละ 29.62 ระบุว่า เป็นแค่ฉากดรามาทางการเมือง
ร้อยละ 21.60 ระบุว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร
ร้อยละ 17.48 ระบุว่า เป็นการกระทำเพื่อขอการสนับสนุนจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
ร้อยละ 12.21 ระบุว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงบารมีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
ร้อยละ 9.62 เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงสนับสนุนนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 9.31 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 4.73 ระบุว่า เห็นด้วยกับการกระทำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
และร้อยละ 3.82 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.47 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.78 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.21 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.89 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.94 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 11.98 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.56 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.71 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.80 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.95 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.65 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.36 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 36.87 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.92 สมรส และร้อยละ 2.21 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.46 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 12.75 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 30.23 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 9.92 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 38.24 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 8.40 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.67 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 19.31 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.22 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 7.94 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 12.60 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.99 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.27 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ตัวอย่าง ร้อยละ 18.40 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.60 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 12.14 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 30.99 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 14.12 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 7.25 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 4.66 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 2.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 1.45 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 4.81 ไม่ระบุรายได้

ข้อมูลประกอบ

ข้อมูลประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
นิด้าโพล
รัฐบาลอนุทิน
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ม.บูรพาแจง กมธ.ฯแฉพิรุธประกวดราคาสอบท้องถิ่น-กดดันฝากชื่อ ขอซื้อรถให้
ม.บูรพาแจง กมธ.ฯแฉพิรุธประกวดราคาสอบท้องถิ่น-กดดันฝากชื่อ ขอซื้อรถให้