News Logo
หน้าแรก
ม.บูรพาแจง กมธ.ฯแฉพิรุธประกวดราคาสอบท้องถิ่น-กดดันฝากชื่อ ขอซื้อรถให้

ม.บูรพาแจง กมธ.ฯแฉพิรุธประกวดราคาสอบท้องถิ่น-กดดันฝากชื่อ ขอซื้อรถให้

24 ส.ค. 2569 06:00

ผู้อำนวยการจาก ม.บูรพา ยังเปิดเผยว่าคนที่มาเรียกร้องและเสนอผลประโยชน์นั้นมีเจ้าหน้าที่ในกรมในระดับผู้อำนวยการอีกส่วนหนึ่ง โดยเสนอข้อเรียกร้องที่ชัดเจนว่า "เป็นไปได้ไหม ที่ ม.บูรพาจะซื้อรถให้เราซื้อรถให้ โดยที่ไม่ต้องปรากฏในในระบบพัสดุ เพื่อใช้รถในการไปตรวจสอบสนามสอบต่างๆ” แล้วก็มีการประสานนอกรอบจะขอนั่นขอนี่ คือเขาใจว่าเราต้องเปย์ทุกอย่าง

หมายเหตุสำนักข่าว Next News: เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ CA 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมี นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใส

โดยทางคณะกรรมาธิการได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเชิญผู้เกี่ยวข้องและบุคคลสำคัญเข้าร่วมให้ข้อมูลและชี้แจงรายละเอียด จำนวน 16 ราย ดังนี้

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ติดภารกิจไปต่างประเทศ)2.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 3.ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 4.พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา 6.อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 7.นายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 8.พันตำรวจเอก อุเทน นุ้ยพิน 9.ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ 10.นายมนัส สุวรรณรินทร์ 11.นายขจร ศรีชวโนทัย 12.นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ 13.นายทรงศักดิ์ ทองศรี14.นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล (อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่อนท้องถิ่น) 15.นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ16.นายวันชัย จันทร์พร

ในการประชุมคณะกรรมาธิการมี นายรังสิมันต์ โรม ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ โดยมี รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ร่วมเป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ในส่วนของกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนคือ นางสาวภครมน สิทธิตานนท์ ,นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ,พลโท พงศกร รอดชมภู ,พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ,นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ร่วมเป็นกรรมาธิการในคณะชุดนี้ด้วยเช่นกัน

ประเด็นการจ้างช่วงของ มศว และการอนุญาตจากหน่วยงาน 

นายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า การที่ตนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในการรับรองผลคะแนนนั้น เป็นไปในฐานะผู้รับจ้างที่ได้รับการแจ้งจากฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการ กสถ. โดยมีหนังสือเชิญประชุมอย่างเป็นทางการ

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามถึงประเด็นการจ้างช่วงว่ามีการได้รับอนุญาตจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หรือไม่ เนื่องจากเอกสารข้อตกลงและเงื่อนไข (ทีโออาร์) ระบุห้ามจ้างช่วงบางส่วน มิฉะนั้นจะมีค่าปรับ นายเรืองเดชชี้แจงว่ามีการทำหนังสือขออนุญาตจาก 3 ส่วน ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,บริษัท ไปรษณีย์ไทย ซึ่งทำการขนส่ง และศูนย์สอบซึ่งได้รับการอนุญาตจากกรมก่อนดำเนินการจัดสอบเรียบร้อยแล้ว

ประเด็นการเข้าประชุม กสถ. และการรับรองรายชื่อผู้สอบผ่านที่ผิดปกติ 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามนายเรืองเดชถึงเหตุผลที่ต้องเข้าประชุม กสถ. ครั้งที่ 16/2568 (วันที่ 23 ธันวาคม 2568) และครั้งที่ 4/2569 (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำรายชื่อของผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่านจำนวน 5,960 คน ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเหตุใดนายเรืองเดชจึงเป็นผู้เสนอยืนยันรายชื่อดังกล่าว ซึ่งเท่ากับเป็นการเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ

นายเรืองเดชชี้แจงว่าตนเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้รับจ้างและได้รับการแจ้งจากฝ่ายเลขาฯ กสถ. ให้เข้าร่วม โดยเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนปกติที่ทางหน่วยงานผู้ว่าจ้างจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งไปอีกครั้ง

นายเรืองเดชยืนยันว่าข้อมูลชุดแรกที่ มศว ส่งไปนั้นถูกต้องแน่นอน และได้ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว ส่วนเอกสารปลอมที่ถูกนำเสนอในการประชุม ตนไม่ทราบในขณะนั้นว่าเป็นการปลอมแปลง และย้ำว่าหากข้อมูลมาจากชุดที่ มศว ส่งไปตั้งแต่แรก จะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องอย่างแน่นอน ในการประชุมเพื่อรับรองผลคะแนน ตนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ และไม่ได้พิจารณารายชื่อผู้สอบเป็นรายบุคคล แต่พิจารณาจากจำนวนที่ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งยืนยันกลับมา โดยเข้าใจว่าข้อมูลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากคณะกรรมการของกรมฯ แล้ว

นายรังสิมันต์  ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามเพิ่มเติมถึงผู้ที่สั่งให้นายเรืองเดชรับรองข้อมูลดังกล่าว ซึ่งนายเรืองเดชระบุว่ามีทั้งประธาน กสถ. นายวันชัย จันทร์พร ฝ่ายเลขานุการ นายปิยะ คังกัน และ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและคัดเลือก น.ส.บุรณี แพรโรจน์ และตนก็แจ้งยืนยันไปตามความสุจริตใจว่าถ้าเป็นข้อมูลที่ มศว ส่งไปตั้งแต่แรกนั้นถูกต้อง

ประเด็นการจัดการกระดาษคำตอบและการเล็ดลอดของข้อมูล 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ยังได้สอบถามถึงกระบวนการเก็บรักษากระดาษคำตอบและวิธีการที่ข้อมูลสามารถรั่วไหลออกไปได้ นายเรืองเดชชี้แจงว่าไฟล์ที่เป็นข้อมูลดิจิทัลจะถูกเก็บที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่วนกระดาษคำตอบตัวจริงและแบบทดสอบจะเก็บไว้ที่ห้องมั่นคงของโรงพิมพ์จันทร์วานิชย์ โดยมีกุญแจ 2 ชุด ชุดหนึ่ง มศว ถือ และอีกชุดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถือ การเปิดต้องทำโดยทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ส่วนการเล็ดลอดของข้อมูล ตนยืนยันว่าไม่ได้มาจากส่วนที่ มศว สำรองข้อมูลไว้ แต่ไม่ทราบว่าหลุดไปได้อย่างไร

ประเด็นความพยายามแทรกแซงและการฝากชื่อ 

น.ส.ภครมน สิทธิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ได้สอบถามนายเรืองเดชเกี่ยวกับความพยายามในการติดต่อจากหลายทางเพื่อจุดประสงค์ในการฝากชื่อ นายเรืองเดชยอมรับว่า "ตั้งแต่ผมทำงานมา ผมไม่เคยมีประสบการณ์รูปแบบนี้มาก่อน คือมีความพยายามในการที่ติดต่อเข้ามาหลายทางหลายหลายรูปแบบ"

โดยมีทั้งระดับผู้บริหารที่พยายามส่งรายชื่อประมาณหลักร้อยราย แต่ตนได้ปฏิเสธและไม่ได้ดำเนินการใดๆ มีเอกสารหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ ซึ่งได้ส่งมอบให้ ป.ป.ช. แล้ว นอกจากนี้ มศว ยังเคยถูกหน่วยงานอื่นติดต่อมาเพื่อขอร่วมงานหลังจากมหาวิทยาลัยบูรพาไม่ได้รับการเซ็นสัญญา แต่ทาง มศว ก็ปฏิเสธไปเช่นกัน

ความสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกกล่าวหา

 นายรังสิมันต์ ได้สอบถามนายเรืองเดชเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดี และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ

 นายเรืองเดชชี้แจงว่าไม่เคยรู้จักนายวินมาก่อน จนกระทั่งวันที่ 16 ธันวาคม ได้รับโทรศัพท์จากอธิบดีแจ้งว่าจะมีผู้ประสานงานเข้าพบ ซึ่งคือนายวินในวันที่ 17 ธันวาคม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอสงวนไว้เนื่องจากมีผลทางคดี และได้ส่งมอบข้อมูลให้ ป.ป.ช. แล้ว

ส่วนพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ ตนได้รับการแนะนำให้รู้จักหลังจากยื่นข้อเสนอ และมีการประสานงานเบื้องต้นก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ผลการสอบ และยืนยันว่าเคยได้รับการติดต่อจากนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ด้วย

นายเรืองเดช ศิริกิจ

นายเรืองเดช ศิริกิจ

มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยความไม่โปร่งใสและถูกยกเลิกสัญญา

นายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ให้ข้อมูลว่าตลอดกระบวนการจัดสอบที่มหาวิทยาลัยบูรพาจะได้รับงาน มีความพยายามติดต่อจากหลายทางเพื่อวัตถุประสงค์ในการฝากชื่อและเสนอผลประโยชน์นอกเหนือข้อตกลง (ทีโออาร์)

น.ส.ภครมน ได้สอบถามนายพีรพัฒน์ว่าในช่วงที่ ม.บูรพาจะได้รับงาน มีการประสานและถูกติดต่อมาหลายทางเพื่อจุดประสงค์ในการฝากชื่อหรือมีการเจรจานอกรอบนอกเหนือทีโออาร์บ้างหรือไม่

นายพีรพัฒน์ยืนยันว่า ได้มีความพยายามประสานมา ซึ่งการประสานนั้นคาดการณ์ตอนแรกว่าอาจจะเป็นเรื่องของสิ่งที่เป็นปัญหาทางการทุจริตต่อ จึงไม่ไปพบ โดยส่วนตัวเชื่อว่ามีกระบวนการที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยที่มีสเปคสูงอย่าง ม.บูรพา กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยอื่นดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ตนถูกติดต่อมาถึง 13 ครั้ง แม้เดิมทีจะไม่อยากรับงานนี้เพราะมองว่ายากและมีปัญหาเยอะ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสมัครเพราะ "หากไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่เนี่ย เดี๋ยวควรจะมีปัญหาเรื่องของของ การจัดโครงการ" จึงเสนอราคาที่สูงกว่าปกติ เพราะตั้งใจว่าไม่ได้อยากทำ

หลังจากได้รับคำชมจากผู้บริหารระดับสูงสุดที่ สถ.ว่า ที่ชมว่าฝีมือทำงานดี อย่าให้เกิดการทุจริต  แล้วเมื่อกลับจาก สถ.ไป ก็ได้รับการติดต่อว่าให้ไปพบกับผู้ใหญ่ระดับสูงที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่ง โดยคนที่จะไปพบมีทั้งบุคคลระดับสูงใน สถ.และนายกเทศมนตรีที่มีชื่อเสียง

นายพีรพัฒน์กล่าวว่าอีกฝ่ายอ้างว่า "ท่านอยากพบเดี๋ยวนี้" แต่ตนได้แจ้งไปว่า "ผมเป็นบางแสนแล้วไม่สะดวก" แล้วถามกลับไปว่าทำไมเมื่อกี้อยู่ด้วยกันตั้ง 2-3 ชั่วโมงไม่คุยในรายละเอียด ผู้ประสานงานได้แจ้งกับตนว่า "ท่านไม่ชอบคนวางแผน ท่านชอบคนที่คุยได้ง่าย" ตนจึงตอบกลับไปว่า "ผมคุยง่าย แต่ผมไม่ว่าง"

นายพีรพัฒน์เชื่อว่า “พอตนเองไม่ไปพบปุ๊บ ผลสอบก็เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เพราะผมคุมไม่ได้"

ผู้อำนวยการจาก ม.บูรพา ยังเปิดเผยว่าคนที่มาเรียกร้องและเสนอผลประโยชน์นั้นมีเจ้าหน้าที่ในกรมในระดับผู้อำนวยการอีกส่วนหนึ่ง โดยเสนอข้อเรียกร้องที่ชัดเจนว่า "เป็นไปได้ไหม ที่ ม.บูรพาจะซื้อรถให้เราซื้อรถให้ โดยที่ไม่ต้องปรากฏในในระบบพัสดุ เพื่อใช้รถในการไปตรวจสอบสนามสอบต่างๆ” แล้วก็มีการประสานนอกรอบจะขอนั่นขอนี่ คือเขาใจว่าเราต้องเปย์ทุกอย่าง

นายพีรพัฒน์ยังกล่าวย้ำถึงสไตล์การทำงานของตนว่าถ้ามาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ตนก็ไม่ได้พูดจากลับไปสุภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่พอใจ และมีการประสานงานบ่อย รวมถึงพยายาม "โยนหินถามทาง" เพื่อล้วงข้อมูลว่าตนจะทำอะไรบ้าง

*หมายเหตุ ตลอดทั้งคลิป นายพีรพัฒน์ไม่เคยกล่าวว่าบุคคลที่เรียกว่าท่านที่จะต้องไปพบคือใครกันแน่

นายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ

นายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา

ประเด็นการถูกยกเลิกสัญญา 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการ ได้สอบถามนายพีรพัฒน์ถึงการถูกยกเลิกสัญญาจ้างจัดสอบ ทั้งที่ ม.บูรพาไม่เคยมีคดีความเกี่ยวกับการจัดสอบ และทำงานตามมาตรฐานที่ ป.ป.ช. เห็นชอบมาโดยตลอด นายพีรพัฒน์เชื่อว่า ม.บูรพาถูกยกเลิกสัญญาเนื่องจากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องที่ผิดปกติ และเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการทำงานของมหาวิทยาลัย รวมถึงการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจข้อสอบโดยตรง

นายพีรพัฒน์กล่าวว่า "ผมรู้สึกแค่ว่าถูกหลอกให้มาเสนองานเพื่อเป็นผู้แพ้" เพื่อให้มหาวิทยาลัยอื่นดูน่าเชื่อถือมากขึ้นโดยหลังจากที่ ม.บูรพาถูกยกเลิกสัญญา มีความพยายามกีดกันมหาวิทยาลัยบูรพาจากการเข้าร่วมโครงการอื่น โดยอ้างเหตุผลว่าอธิบดีไม่พอใจมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็น "อธิบดีคนเดียวกันกับช่วงที่เป็นปัญหา" ทำให้ ม.บูรพาถูกตัดทิ้งจากโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นที่เกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่น

น.ส.ภครมน ได้สอบถามนายพีรพัฒน์เพิ่มเติมว่า "คนในกรม" ที่พยายามเจรจากับนายพีรพัฒน์นั้นเป็นคนที่มีตำแหน่งของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเดิม หรือเป็นข้าราชการการเมือง นายพีรพัฒน์ระบุว่า "คนคือคนที่ประสานงานครับ เป็นผู้มีตำแหน่งในกรมนะครับ เทียบเท่าได้ 8-9 (น่าจะหมายถึงระดับซี) แล้วก็มีความเกี่ยวพันกับกระบวนการสอบท้องถิ่น" นอกจากนี้ยังมีการเสนอว่า "อาจารย์จะให้ผมเท่าไหร่" ซึ่งเป็นสิ่งที่นายตนไม่คาดคิด

การถูกเชิญพบโดยผู้บริหารระดับสูงอย่างลับ ๆ 

นายรังสิมันต์ โรม ได้สอบถามนายพีรพัฒน์เกี่ยวกับความพยายามของผู้บริหารที่สูงกว่าอธิบดีในการเชิญไปพบเป็นการส่วนตัวในลักษณะที่ไม่ปกติวิสัย

นายพีรพัฒน์ยอมรับว่า "ก็มีถูกเชิญไปพบ ไปพบส่วนตัว ให้ไปพบ ไปหารือที่เซฟเฮาส์ที่บ้าน ที่สถานที่ราชการที่ยังไม่ได้แจ้งแค่ให้เราไปจอดรถแล้วถึงเวลาก็มีรถรับไป คือเขาไม่แจ้ง แค่ให้เราจอดรถข้างทางแล้วก็พาไปพาไป เราก็ไป มีโอกาสคุยกับหลายๆคน ในที่พัก ซึ่งบุคคลที่พบนั้นมีทั้งระดับสูงกว่าอธิบดี และนายกเทศมนตรีที่มีชื่อเสียงประมาณ 4 คน (ไม่ได้บอกว่าเป็นคนเดียวกับที่จะขอคุยกับนายพีรพัฒน์เดี๋ยวนี้ หรือไม่)

ปัญหาการจัดจ้าง ม.บูรพา

ปัญหาการจัดจ้าง ม.บูรพา

สถ. แจงแนวทางแก้ไขปัญหาและตรวจสอบภายใน

ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้แก่ ผู้อำนวยการคุมงานมาตรฐานวินัย และผู้อำนวยการกองคลัง (ในคลิประบุว่าคือผู้อำนวยการกองคลังคือนางชบาไพร ชุนถนอม) ได้เข้าชี้แจงถึงความคืบหน้าของการดำเนินการภายหลังพบความคลาดเคลื่อนของผลคะแนนในการประกาศครั้งที่ผ่านมา

ผู้อำนวยการคุมงานมาตรฐานวินัย ชี้แจงว่าคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา โดยนำผลคะแนนจากการตรวจกระดาษคำตอบในวันแรกมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลทั้งหมด และประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันใหม่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จำแนกกลุ่มผู้สอบออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. กลุ่มที่สอบผ่านตามผลคะแนนที่แท้จริง (คงสิทธิ์เดิม): สอบผ่านโดยสุจริต มีมติให้คงสิทธิ์เดิมทั้งหมด

  2. กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตามข้อ 18 (พ้นจากตำแหน่ง): คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (ภาค ก 60%, ภาค ข 60%, ภาค ค 50%) ต้องให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่บรรจุแต่งตั้ง ซึ่งมีประมาณ 3,411 คน

  3. กลุ่มที่สอบผ่านแต่ลำดับลดลง: หากยังอยู่ในลำดับที่เรียกบรรจุได้ ก็ยังคงให้บรรจุแต่งตั้งต่อไป แต่หากลำดับลดลงจนไม่อยู่ในข่ายเรียกบรรจุได้ ก็จะต้องถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งย้อนหลังไปตั้งแต่วันบรรจุ เพื่อรอเรียกบรรจุเมื่อถึงลำดับ

ผู้อำนวยการคุมงานมาตรฐานวินัยยังระบุว่า มีรายชื่อผู้ที่มีปัญหาคะแนนไม่ตรงกับกระดาษคำตอบประมาณ 5,925-5,926 ราย และมี 100 กว่าคนถึง 503 คน ที่สอบได้ด้วยตัวเองแต่ถูกเพิ่มคะแนน ยืนยันว่าการจำแนกแต่ละกลุ่มนี้ กสถ. และกองกลางพิจารณาจากผลคะแนนที่แท้จริง โดยไม่ได้เหมาเหมารวมทั้งหมด

การตรวจสอบข้อมูลและแหล่งที่มาของข้อผิดพลาด

ผู้อำนวยการกองคลัง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ที่ได้รับจาก มศว ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 3 ชุด ชุดแรกคือแฟลชไดรฟ์คะแนนภาค ก และภาค ข ชุดที่สองคือแฟลชไดร์ฟบรรจุไฟล์สแกนกระดาษคำตอบ จำนวน 20 อัน เมื่อนำแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมาเปิดตรวจหลังมีข่าวการทุจริต พบว่า คะแนนดิบกับคะแนนที่ตีในไฟล์กระดาษคำตอบไม่ตรงกัน แฟลชไดรฟ์ 20 อันดังกล่าวได้ส่งให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานและ ป.ป.ช. แล้ว

ผู้อำนวยการกองคลังยืนยันว่า เนื่องจากตรวจพบว่าคะแนนดิบไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ จึง ไม่ได้นำคะแนนดิบมาใช้และไม่ได้ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลอื่น แต่โฟกัสเฉพาะกระดาษคำตอบที่สแกนเป็นหลักฐานที่ถูกต้องที่สุด โดย สถ. ได้ตรวจสอบข้อมูลจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ คณะทำงานของพลตำรวจเอกสิรัตน์, ไฟล์สแกนกระดาษคำตอบ, และข้อมูลจากโรงพิมพ์จันทร์วานิชย์ ซึ่งทั้ง 3 ฐานข้อมูลนี้ตรงกันทั้งหมด

การดำเนินการคดีและการสอบสวนภายใน

ผู้อำนวยการคุมงานมาตรฐานวินัยกล่าวว่า กสถ. มีมติให้แจ้งความกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จมานำเสนอ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยหากการสอบสวนไปถึง และได้แจ้งความไปแล้ว นอกจากนี้ สถ.และกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งกรรมการสอบวินัยและสอบข้อเท็จจริง โดยมุ่งเน้นที่การแก้ไขคะแนน ส่วนบุคคลสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอยู่ระหว่างการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง สถ. ไม่ทราบรายละเอียดของบุคคลเหล่านั้น

ผู้แทน สถ. ชี้แจงว่าแนวคิดของ กสถ. ในการแก้ไขปัญหานั้น ไม่ได้มองว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริตในชั้นนี้ เนื่องจากยังคงมีหน่วยงานภายนอกตรวจสอบอยู่ แต่จะเน้นการจำแนกคนที่ "สอบตกจริง" ตามเกณฑ์ข้อ 18 ให้ออกเลย ส่วนคนที่สอบผ่านตามคะแนนที่แท้จริง หากจะกล่าวหาว่าทุจริต จะต้องมีการสอบสวนและให้โอกาสโต้แย้งก่อนตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

ประเด็นการสอบสวนภายในองค์กรและผู้เกี่ยวข้องสำคัญ 

พลโท พงศกร รอดชมภู ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามถึงการตรวจสอบภายในองค์กรว่าได้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตหรือไม่ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ชี้แจงว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและสอบข้อเท็จจริง โดยเน้นไปที่การแก้ไขคะแนน และบุคคลสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรงนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโดยตรง

เมื่อถูกถามถึงชื่อบุคคลสำคัญที่ถูกสอบสวน ผู้แทน สถ. ระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด ต้องให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ให้ข้อมูล

ความแตกต่างของข้อมูลและข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ 

น.ส.ภครมน สิทธิตานนท์ สส.พรรคประชาชน และนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามถึงความแตกต่างของข้อมูลระหว่างแฟลชไดรฟ์ที่ได้รับจาก มศว และข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ โดยเฉพาะข้อมูลคะแนนดิบและไฟล์สแกนกระดาษคำตอบที่ มศว มอบให้ สถ. พบว่าไม่ตรงกัน ผู้อำนวยการกองคลัง ยอมรับว่าคะแนนดิบในแฟลชไดรฟ์ไม่ตรงกับไฟล์สแกนกระดาษคำตอบ แต่ สถ. เลือกเชื่อไฟล์สแกนกระดาษคำตอบเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด และได้นำส่ง ป.ป.ช. ไปแล้ว

ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบ

ด้านผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ป.ป.ช. ได้รับการประสานงานและขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ (วันที่ 19 สิงหาคม 2569) และหลังจากนั้นจะสามารถดึงข้อมูลกระดาษคำตอบมาพิจารณาได้

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ได้ยืนยันว่าได้มีการสืบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศแล้ว ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เข้าสอบที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป

เมื่อถูกสอบถามถึงประเด็นการทุจริตในการสอบท้องถิ่นครั้งก่อนหน้า โดยเฉพาะปี 2564 ผู้แทนจาก ป.ป.ช.ระบุว่าผู้บริหารทราบข้อมูลตรงนี้แล้ว แต่ในปัจจุบันจะโฟกัสไปที่การสอบในครั้งนี้ก่อน หากพยานหลักฐานไปถึงและมีความเชื่อมโยง ก็คงจะต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมตามอำนาจหน้าที่

ตำรวจสอบสวนกลางกับการดำเนินคดีผู้กระทำผิด

ผู้แทนจากตำรวจสอบสวนกลางได้ชี้แจงความคืบหน้าของการดำเนินคดีในกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ตั้งแต่ได้รับแจ้งความ ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องหลายราย โดยเบื้องต้นได้จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย และดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหารวมทั้งสิ้น 16 ราย

โดยบุคคลสำคัญที่ถูกดำเนินคดีและข้อกล่าวหา ได้แก่ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) (นายธีรุตม์) และนายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157, ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 161 และ 162 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งปลอมเอกสารและรับรองเอกสารเท็จในหน้าที่ราชการ นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่อีก 11 คนที่อยู่ในบ้านพักที่ลพบุรี ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าว หลังจากได้รับแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงได้แจ้งความผิดมูลฐานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และล่าสุดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 61 ต่อไป

ผู้แทนตำรวจสอบสวนกลางยังเปิดเผยถึงวิธีการทุจริตที่ตรวจพบว่า มีการจัดทำบัญชีไฟล์ Excel ขึ้นมาใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ชื่อบุรณี โดยไฟล์นี้มีการแก้ไขข้อมูลกว่า 6,000 ครั้ง ซึ่งเป็นที่มาของการแทรกชื่อบุคคลที่ทุจริตการสอบเข้าไป ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากโรงพิมพ์จันทร์วานิชย์ ซึ่งเป็นไฟล์ต้นฉบับที่เชื่อถือได้ และไม่ตรงกับไฟล์ที่มหาวิทยาลัยครอบครอง

 

ความคืบหน้า 3 หน่วยงานตรวจสอบการทุจริต

ความคืบหน้า 3 หน่วยงานตรวจสอบการทุจริต

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขุดงบการเงิน บ.เกียรติเจริญชัยฯพ่อ‘วรศิษฎ์’รมช.มท. ไม่พบหนี้ 20 ล.
ขุดงบการเงิน บ.เกียรติเจริญชัยฯพ่อ‘วรศิษฎ์’รมช.มท. ไม่พบหนี้ 20 ล.