News Logo
หน้าแรก
DSI ลงพื้นที่ปากช่อง ยึดวัตถุอันตราย 300 ตัน เร่งเอาผิด บ.เอกอุทัย

DSI ลงพื้นที่ปากช่อง ยึดวัตถุอันตราย 300 ตัน เร่งเอาผิด บ.เอกอุทัย

24 มิ.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 2 คน

DSI ลงพื้นที่กลางดง ปากช่อง ตรวจค้น-ยึดวัตถุอันตรายกว่า 300 ตัน เร่งสอบสวนเอาผิดบริษัทเอกอุทัยฯครองวัตถุอันตรายโดยผิดกฎหมาย ผู้อำนวยการ DSI กำชับปราบปรามจริงจัง หวั่นผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ออกเอกสารข่าวกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบและนับของกลางที่เป็นวัตถุอันตรายรวม 19 รายการ ปริมาณรวมกว่า 300 ตัน โดยเป็นการขยายผลการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 149/2568 ซึ่งกล่าวหาบริษัท เอกอุทัย จำกัด สาขากลางดง ครอบครองวัตถุอันตรายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ด้วยการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมเทศบาลศรีมามงคล อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นำโดย พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการคดีคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย นายวรรณชัย พรหมรักษ์ รองผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 149/2568 โดยมีผู้แทนจากกรมป่าไม้, อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายวิโรจน์ ศรีสังข์ นายกเทศมนตรี เทศบาลศรีมามงคล พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ร่วมกำหนดแนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจของกลาง

จากการตรวจสอบหลังลงพื้นที่ พบว่ามีวัตถุอันตรายรวม 19 รายการ ปริมาณรวมประมาณ 300 ตัน และยังพบถังบรรจุสารเคมีที่เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 อีก 503 ถัง โดยการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหตุเกิดในพื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

DSI โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษที่ 149/2568 และได้มีการสอบสวนขยายผลมาระยะหนึ่งแล้ว โดยในวันนี้เป็นการลงมาตรวจนับของกลางและพิจารณาหาแนวทางการจัดการของกลางให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย เพื่อป้องกันมิให้เกิดการปนเปื้อนหรือรั่วไหลของสารพิษอันจะส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เก็บรักษาของกลางตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 28 และหารือในการจัดการของกลางให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการคดีคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวเน้นย้ำว่า "วัตถุอันตราย โดยเฉพาะสารเคมีที่เป็นของเสียจากกระบวนการภาคอุตสาหกรรม หากรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำจะเป็นอันตรายต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงแหล่งน้ำใต้ดินและแหล่งน้ำผิวดิน"

สำหรับการลงพื้นที่และเร่งรัดการสอบสวนในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการปราบปรามการกระทำความผิด ซึ่งพลตำรวจโทรธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคเร่งรัดในการสอบสวนดำเนินคดีเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการของกลางมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บช.ก.แถลงทลายเครือข่ายค้าข้อมูลคนไทย เสียหาย 2 พัน ล. รวบ 9 ผู้ต้องหา
บช.ก.แถลงทลายเครือข่ายค้าข้อมูลคนไทย เสียหาย 2 พัน ล. รวบ 9 ผู้ต้องหา