ปปง.แจงกมธ.ป้องกันการฟอกเงิน เร่งขยายผลยึดทรัพย์ 'เบน สมิธ-ยิม เลียก' - พวก ย้ำกล่าวโทษอาญาฐานฟอกเงินแล้ว เตรียมให้การกองปราบเพิ่ม 17 มิ.ย.นี้ ยันประสานข่าวกรองทางการเงินสากล ไล่เส้นเงินกองทุน CAI ต่อ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ว่า นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่งข้อมูลและเอกสารประกอบการชี้แจงแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาศึกษาสถานการณ์ และความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขบวนการสแกมเมอร์ และเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งมาตรการการติดตามเส้นทางการเงิน การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการยึด อายัด ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมาธิการฯได้สอบถามถึง ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ และเครือข่าย จากการที่สำนักงาน ปปง.ได้ดำเนินการกับทรัพย์สิน ตามที่เป็นข่าวนั้น จะมีการขยายผลเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินของนายเบน สมิธ และเครือข่ายต่อไปอีกหรือไม่ นอกจากนี้ หากมีผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินในการดำเนินการกับทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อไปอีกหรือไม่ อย่างไร และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอน รับโอน ปกปิด ปิดบัง อำพราง ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานอันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน สำนักงาน ปปง. มีแนวทางที่จะไปกล่าวโทษดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวในความผิดฐานฟอกเงินต่อไป หรือไม่ อย่างไร
สำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่ามีการดำเนินการกับทรัพย์สินของนายเบน สมิธ และเครือข่ายโดยมีการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน และมีการขยายผลเพื่อดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม รวมทั้งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดอาญาฐานฟอกเงิน โดยมีการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น จำนวน 103 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 20,000 ล้านบาท ตามคำสั่ง ดังนี้
(1) ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 300/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568
(2) ตามคำสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ ย. 301/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 (เพิ่มเติม)
(3) ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 302/2568 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2568 (เพิ่มเติม)
(4) ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 96/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 (เพิ่มเติม)
(5) ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 97/2569 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 (เพิ่มเติม)
ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. จะขยายผลเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินของนายเบน สมิธ และเครือข่าย ในกรณีที่ปรากฏพยานหลักฐานในการกระทำความผิดเพิ่มเติม เนื่องจากการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ต้องนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอในการเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณามีมติให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และต้องส่งสำนวนคดีไปยังพนักงานอัยการ และยื่นคำร้องขอไปยังศาลแพ่ง เพื่อพิจารณาว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ อย่างไร
ดังนั้น การจะดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ ภายใต้กรอบกฎหมายและพยานหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ข้อมูลพฤติการณ์การกระทำความผิดมูลฐาน ข้อมูลความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ข้อมูลความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงิน เป็นต้น สำนักงาน ปปง. ได้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของนายเบน สมิธ และเครือข่าย อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นมาตรการทางแพ่งที่ไม่มีการกำหนดอายุความ ไม่ผูกติดกับคดีอาญา และมีผลย้อนหลังได้ เป็นการดำเนินการกับทรัพย์สินโดยใช้มาตรการพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะที่รัฐกำหนดให้ใช้ในการดำเนินการทางแพ่งต่อทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดังนั้น หากพนักงานเจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานที่แน่ชัดเพียงพอว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน และพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่ก็สามารถเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือกรณีจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถเสนอเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าวได้ และรายงานคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อทราบต่อไป
สำนักงาน ปปง.ยังชี้แจงอีกว่า ในส่วนการกล่าวโทษคดีอาญาฐานฟอกเงินนั้น สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการแล้ว ดังนี้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เลขาธิการ ปปง. มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. กล่าวโทษ 1. MR. LEAK YIM หรือนายยิม เลียก หรือนายลีก ยิมจ์ หรือนายและ ยิมจ์ 2.นางวิรินยา ยิมจ์ หรือนางวิษณี เทพเจริญ 3. MR. SMITH BEN หรือนายสมิธ เบน หรือนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ Mr.Benjamin Mauerberger 4. นางสาวแคทรียา บีเวอร์ และ 5.นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1) (2) (3) มาตรา 9 วรรคสอง มาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จากกรณีมีธุรกรรมการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของ MR. LEAK YIM ไปยังบัญชีเงินฝากของ MR. SMITH BEN กับพวก ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน
แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนเห็นว่า แม้กองบังคับการปราบปรามจะพิสูจน์มาก่อนแล้วว่าบัญชีเงินฝากของ MR. LEAK YIM มีการรับโอนเงินจากการกระทำความผิดมูลฐานจริง แต่เนื่องจากธุรกรรมทางการเงินที่สำนักงาน ปปง. กล่าวโทษนั้นไม่ปรากฏในฐานข้อมูลของกองบังคับการปราบปรามในคดีฐานฟอกเงินที่กองบังคับการปราบปรามได้ดำเนินคดีกับ MR. LEAK YIM กับพวกเป็นอีกคดีหนึ่งไปก่อนแล้วนั้น และในการดำเนินคดีอาญานั้นต้องพิสูจน์ให้ชัดแจ้งถึงรายละเอียดว่าเงินในบัญชีเงินฝากของ MR. LEAK YIM ในจำนวนที่โอนให้กับ MR. SMITH BEN กับพวกนั้น มีแหล่งที่มาเชื่อมโยงจากการทุจริตฉ้อโกงอันเป็นความผิดมูลฐานรายคดีใด มีผู้เสียหายรายใด และบุคคลใดเป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงินเหล่านั้น โดยต้องพิสูจน์เป็นรายธุรกรรมมิใช่เพียงพฤติการณ์โดยรวม และจะใช้บทสันนิษฐานกฎหมายโดยการผลักภาระการพิสูจน์ให้แก่ฝ่ายผู้ถูกยึดอายัดทรัพย์สินดังเช่นมาตรการทางแพ่งไม่ได้ จึงให้สำนักงาน ปปง. ผู้กล่าวโทษดำเนินการขอธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารเพิ่มเติม สำนักงาน ปปง. ได้เรียกให้ธนาคารส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินรวมทั้งเอกสารทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารการถอนเงิน เอกสารการฝากเงิน โดยทางธนาคารได้จัดส่งให้บางรายการ และขอผัดส่งอีกบางรายการเนื่องจากเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นนานเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จึงต้องใช้เวลาในการค้นหา และในระหว่างนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. ผู้กล่าวโทษ ได้เข้าให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนแล้ว จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 และวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 และเมื่อได้รับเอกสารจากธนาคารเพิ่มเติมแล้ว จะเข้าให้การเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นี้
หนังสือจากสำนักงาน ปปง.ระบุอีกว่า สำหรับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโอน รับโอน ปกปิด ปิดบัง อำพรางทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานอันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน นั้น สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการสอบสวนผู้ถูกกล่าวโทษจำนวน 5 ราย ของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หากพบพยานหลักฐานชัดเจนและพิสูจน์เจตนาของกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ว่ารู้หรือควรรู้แหล่งที่มาของเงิน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป
สำนักงาน ปปง.ยังระบุว่า มาตรการทางอาญาฐานฟอกเงินนั้น อยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความทางอาญา ที่จะต้องพิสูจน์ความผิดในระดับปราศจากความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้ศาลเห็นโดยชัดแจ้งจนสิ้นสงสัย และไม่อาจนำบทสันนิษฐานกฎหมายโดยการผลักภาระการพิสูจน์ให้แก่เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้รับโอนทรัพย์สินดังเช่นการยึดอายัดทรัพย์สินอันเป็นมาตรการทางแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตามสามารถใช้มาตรการทางแพ่งเป็นพยานแวดล้อมประกอบการดำเนินคดีอาญาได้ ดังนั้นแม้ว่าจะมีการยึดอายัดทรัพย์สินไว้แล้วจำนวนมาก แต่การกล่าวโทษฐานฟอกเงินทางอาญานั้นจักต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรฐานการพิสูจน์ทางอาญาและต้องคำนึงถึงเรื่องเจตนา โดยสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
ส่วนประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อบุคคลที่มีลักษณะเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) หรือผู้ปกปิดอำพรางทรัพย์สิน จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏพบว่าอาจมีบุคคลสัญชาติไทยบางรายมีบทบาทในการถือครองหลักทรัพย์แทนบุคคลอื่น หรือมีพฤติการณ์ปกปิดเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง อันอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 5 (1) และมาตรา 5 (2) แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีการดำเนินการตรวจสอบหรือกล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร นั้น
สำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อขยายผลควบคู่กันไปกับการสอบสวน ของพนักงานสอบสวน เมื่อได้พยานหลักฐานชัดเจนในทางอาญาเพียงพอให้กล่าวโทษได้ สำนักงาน ปปง. จะกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวต่อไปเช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังสอบถามถึงประเด็นเกี่ยวกับการขยายผลเส้นทางการเงินของกองทุน CAI (Capital Asia Investments) ไปยังผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner) ขอทราบข้อมูลว่าได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกองทุน CAI อย่างครบถ้วนหรือไม่ ทั้งในส่วนของรายการจ่ายออก เช่น การลงทุน การซื้อหุ้น การจองซื้อหลักทรัพย์และรายการรับเงิน เช่น การขายหุ้นหรือการรับเงินปันผล ผ่านสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอทราบผลการตรวจสอบว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด กลุ่มบุคคล หรือเครือข่ายอาชญากรรมใด และได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น Monetary Authority of Singapore (MAS) หรือหน่วยงานด้านข่าวกรองทางการเงินของประเทศสิงคโปร์แล้วหรือไม่ อย่างไร
สำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่าได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกองทุน CAI และมีการดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 96/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ข้อมูลบุคคล และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีไปยังหน่วยข่าวกรองทางการเงินต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายหน่วยข่าวกรองทางการเงินสากล (Egmont Group) ผู้ประสานงานกลางฝ่ายตำรวจ และผู้ประสานงานฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งอยู่ประจำสถานเอกอัครราชทูตในประเทศไทย โดยประสานไปยังประเทศที่ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินและพบข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยกับพวกอาจมีทรัพย์สิน มีประวัติการเดินทางเข้าออก หรือมีประวัติอาชญากรรมในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองทางการเงินอยู่ภายใต้หลักการตามกรอบความร่วมมือของ Egmont Group ซึ่งห้ามเปิดเผยต่อบุคคลที่สามและห้ามใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล ซึ่งสอดคล้องกับข้อแนะนำของ FATF ข้อ 29 ในเรื่องหน่วยข่าวกรองทางการเงินซึ่งมีหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองทางการเงินโดยต้องดำเนินการภายใต้หลักในการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลข่าวกรองทางการเงิน ดังนั้น ข้อมูลข้างต้นจึงไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลที่สามและไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ หากมีการเปิดเผยข้อมูลจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงาน ปปง. จึงไม่อาจเปิดเผยข้อมูลได้




