News Logo
หน้าแรก
กสม.ชี้ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ

กสม.ชี้ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ

5 มิ.ย. 2569 14:21
ผู้ชม 4 คน

กสม.ชี้โครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จ.พัทลุง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน แนะกรมชลประทานจัดเวทีรับฟังความเห็นให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนเมษายน 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง ระบุว่า พื้นที่ลุ่มน้ำคลองท่าแนะในเขตอำเภอศรีบรรพต อำเภอควนขนุน อำเภอศรีนครินทร์ และอำเภอเมืองพัทลุง ประสบปัญหาน้ำแล้งในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนพฤศจิกายน 2567 ประชาชนได้รับทราบว่ากรมชลประทาน (ผู้ถูกร้อง) มีแผนงานโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำคลองท่าแนะ โดยจะขุดลอกคลองธรรมชาติเดิมและขุดคลองใหม่ขนาบข้างอ่างเก็บน้ำ ความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร อย่างไรก็ดีผู้ร้องเห็นว่า โครงการดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมได้จริง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และอาจส่งผลเสียหายต่อวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วรับฟังได้ว่า กรมชลประทาน ผู้ถูกร้อง มีแผนงานโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและน้ำแล้งในพื้นที่ ด้วยการก่อสร้างคลองระบายน้ำใหม่ขนาบข้างประตูระบายน้ำคลองท่าแนะทั้งด้านซ้ายและขวา และขุดลอกขยายขนาดคลองธรรมชาติเดิม โดยผู้ถูกร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่า พื้นที่ก่อสร้างไม่อยู่ในเขตป่าไม้ จึงไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และจัดเวทีประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2561 ทั้งนี้ เดือนเมษายน 2569 ผู้ถูกร้องอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ จึงยังไม่ได้ก่อสร้างใด ๆ ในพื้นที่

อย่างไรก็ดี ผู้ร้อง ประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลสอดคล้องกันโดยรับทราบว่า กรมชลประทานมีแผนดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะ แต่ไม่ทราบรายละเอียดของโครงการ ทำให้เกิดความห่วงกังวลต่อผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับการใช้ที่ดิน การใช้น้ำ การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน รวมทั้งวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมชลประทาน ผู้ถูกร้องยังไม่ได้ชี้แจงข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการก่อสร้างและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ นอกจากนี้ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพียง 2 ครั้ง ยังมุ่งเน้นเฉพาะประชาชนในพื้นที่โครงการ ไม่ครอบคลุมประชาชนที่จะได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ปลายน้ำ โดยผู้ถูกร้องให้เหตุผลว่าเนื่องจากการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมที่ผ่านมาเป็นเพียงการรับฟังความเห็นเบื้องต้นภายใต้ขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการรับฟังความเห็นตามที่กฎหมายบัญญัติ

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้กรมชลประทานจะชี้แจงว่ากระบวนการที่ผ่านมาเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น แต่ในฐานะหน่วยงานของรัฐไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ต่อสิทธิมนุษยชนได้ เนื่องจากกระบวนการมีส่วนร่วมในขั้นตอนศึกษาความเหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่การพิจารณาออกแบบสิ่งก่อสร้าง การใช้ที่ดิน การแสวงหามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ รวมทั้งการอนุมัติและอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งประชาชนควรได้รับสิทธิการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย (meaningful participation) โดยได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน โปร่งใส และเข้าใจง่าย เพื่อสะท้อนความประสงค์และข้อห่วงกังวลในบริบทชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเปิดกว้างและเสรี

นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรมชลประทานมีแผนปรับปรุงพื้นที่ปลายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำที่จะเกิดขึ้น จึงอาจส่งผลให้เป็นการย้ายปัญหาน้ำท่วมจากพื้นที่ต้นน้ำไปสร้างปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงที่การระบายน้ำลงสู่ทะเลหยุดชะงัก อีกทั้งยังไม่ได้มีการสำรวจ ศึกษา และประเมินผลกระทบด้านอื่น เช่น วิถีชีวิตชุมชน การประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน ผลกระทบต่อการใช้ที่ดิน และวิธีการเข้าถึงน้ำ โดยที่โครงการดังกล่าวเป็นการจัดทำบริการสาธารณะที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง จึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจนละเลยสิทธิเกี่ยวกับน้ำของประชาชน ด้วยเหตุนี้ จึงรับฟังได้ว่า การดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองท่าแนะของกรมชลประทานโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และอาจส่งผลเสียหายต่อวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อมเกินสมควร สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังกรมชลประทาน ผู้ถูกร้อง ให้จัดกระบวนการมีส่วนร่วมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 โดยมีมาตรการให้ประชาชนและชุมชนที่จะได้รับผลกระทบได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้านและสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึงมีหนังสือเชิญไปยังบ้านของประชาชนตามทะเบียนบ้านทั้งหมดที่จะได้รับผลกระทบ ให้สิทธิมีส่วนร่วมต่อการพิจารณาตัดสินใจในโครงการ หรือร่วมแสวงหามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบอย่างเปิดกว้างและเสรี รวมทั้งให้นำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาทบทวนความเหมาะสมและความจำเป็นของโครงการต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสม.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ตรวจการฯถก 16 หน่วยงาน เคาะ 3 แนว กู้วิกฤตมะพร้าวน้ำหอม-สกัดนอมินี
ผู้ตรวจการฯถก 16 หน่วยงาน เคาะ 3 แนว กู้วิกฤตมะพร้าวน้ำหอม-สกัดนอมินี