DSI คุมตัวส่งศาล ผู้ต้องหาทำตัวเป็นแอดมินกลุ่มลับภาพอนาจารเด็ก มีภาพ-คลิปอนาจารร่วม 2,000 ไฟล์ พฤติการณ์ใช้ไลน์หาลูกค้า ก่อนเรียกเงินค่าเข้ากลุ่มรายละ 69-200 บาท เจ้าตัวอ้างมีบิ๊ก ขรก.-ตำรวจ-ทหาร เป็นสมาชิกด้วย DSI จ่อขยายผลเอาผิดทุกรายไม่มียกเว้น
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ควบคุมตัว นายประดิษฐ์ฯ (สงวนนามสกุล) ส่งศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมยื่นคำร้องขอฝากขังและคัดค้านการประกันตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานครอบครอง หรือส่งต่อสื่อลามกที่มีเด็กเพื่อหาผลประโยชน์ทางเพศให้ตนเองหรือผู้อื่น ผลิตนำเข้า ส่งออก จำหน่าย จ่ายแจก ให้เช่าหรือเผยแพร่สื่อลามกที่มีเด็กเพื่อการค้า หรือเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็น มีส่วนเกี่ยวข้องทางการค้ากับสื่อลามกที่มีเด็กในทุกลักษณะ เช่น ช่วยขาย ช่วยโฆษณา หรือเผยแพร่ โฆษณาหรือเผยแพร่ข้อมูลว่ามีคนทำหรือขายสื่อลามกเด็ก หรือบอกช่องทางให้ผู้อื่นหาซื้อได้ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูล หรือภาพที่เป็นสื่อลามก ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่รู้ว่าเป็นสื่อลามก
เจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้สืบสวนพบว่า นายประดิษฐ์ฯ อายุ 32 ปี มีพฤติการณ์ใช้แอปพลิเคชันไลน์ในการโฆษณาหาลูกค้า ทำหน้าที่เป็นผู้จำหน่ายและดูแลระบบ โดยเรียกเก็บค่าเข้ากลุ่มลับจากผู้สนใจในราคา 69 - 200 บาท หลังจากมีการโอนเงิน ผู้เสียหายจะถูกเพิ่มเข้าสู่กลุ่มไลน์ VIP หลายกลุ่ม ภายในกลุ่มมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบภาพและคลิปกว่า 2,000 ไฟล์ ก่อนแอดมินกลุ่มจะลบสมาชิกออก
กรณีการควบคุมตัวส่งศาลดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่ปฏิบัติการของ DSI เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 ในกรุงเทพมหานคร โดยผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่ง ภายในมีสื่อลามกอนาจารมากกว่า 6,000 ไฟล์ เฉพาะของนายประดิษฐ์ฯ ยังไม่รวมถึงไฟล์ของในกลุ่มเครือข่ายย่อยในสังคมออนไลน์ เช่น บัญชีไลน์ ทวิตเตอร์ เทเลแกรม ฯลฯ ซึ่งมีมากกว่า 100 กลุ่ม สมาชิกนับพันบัญชี และมีผู้ที่ตกเป็นผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนไม่ต่ำกว่า 100 คน ครอบคลุมทั้งเยาวชนไทยและเด็กจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย
จากการให้ข้อมูลเบื้องต้น นายประดิษฐ์ฯ อ้างว่าในกลุ่มลับเหล่านี้มีสมาชิกที่เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ รวมอยู่ด้วยหลายราย ซึ่ง DSI จะประสานความร่วมมือในการระบุตัวตนผู้เสียหายทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้มีการช่วยเหลือเยียวยาเด็กผู้เสียหาย และจะขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น
ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นผลมาจากมูลนิธิ Destiny Rescue และ The Scientia Program ได้ประสานส่งข้อมูลและพฤติการณ์การกระทำความผิดของเครือข่ายดังกล่าวให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ควบคู่กับข้อสั่งการเร่งด่วนของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเชิงรุกอย่างจริงจังในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์
ทั้งนี้ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ Destiny Rescue, The Scientia Program และองค์กร OUR RESCUE พร้อมสุนัข K9 ลงพื้นที่ปฏิบัติการดังกล่าว




