News Logo
หน้าแรก
กองทุนน้ำมันติดลบพุ่ง 4.2 หมื่นล.ลุ้นรบ.ใหม่ออกพ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้

กองทุนน้ำมันติดลบพุ่ง 4.2 หมื่นล.ลุ้นรบ.ใหม่ออกพ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้

30 มี.ค. 2569 21:57
ผู้ชม 86 คน

กองทุนน้ำมันบักโกรก ติดลบทะลุ 4.2 หมื่นล้าน เกินเพดานแล้ว ต้องกู้เพิ่ม จับตารัฐบาลใหม่ออกพ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้เสริมสภาพคล่องช่วยพยุงราคาน้ำมัน

สำนักข่าว Next news รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวจากศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์พลังงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังพุ่งสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

โดยราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงขึ้นถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 72% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการสู้รบ ขณะที่น้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์สูงกว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าปกติเกินกว่า 2 เท่า

นายวีรพัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคยังถือว่าปรับขึ้นน้อยกว่า โดยน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร หรือปรับเพิ่มขึ้น 30% น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E10 อยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนวิกฤต ถือว่าปรับขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาตลาดโลกที่พุ่งไปกว่า 200% ส่วนมาเลเซีย ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 90% โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45.41 บาทต่อลิตร เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์เพิ่มขึ้นกว่า 54% ขณะที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว ราคาขายปลีกน้ำมันพุ่งสูงขึ้น มากกว่า 100%

“สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันติดลบกว่า 42,000 ล้านบาท จากการเข้าไปดูแลราคาน้ำมัน และในอนาคตมีแนวโน้มจะติดลบเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีเงินไหลออกวันละ 1,300 ล้านบาท แต่รัฐบาลพยายามใช้หลายๆ มาตรการเข้ามาดูแลราคาน้ำมันซึ่งในระยะต่อไปจะมีการพิจารณาถึงการกู้เงินสำหรับเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ รวมทั้งแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันบางส่วนด้วย เพื่อดูแลราคาพลังงานให้ประชาชนเดินทางได้อย่างราบรื่นที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์”นายวีรพัฒน์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯทยอยลดเงินอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล จากเคยอุดหนุนสูงสุดถึง 26.99 บาทต่อลิตร ลงมาเหลือ 19.12 บาทต่อลิตร แล้วไปปรับราคาขายปลีกดีเซลเพิ่มอีก 6 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา และล่าสุดอุดหนุนอยู่ที่ 16.02 บาทต่อลิตร เพื่อประคองสถานะกองทุนน้ำมันฯ เพราะหากยังคงชดเชยในระดับสูงต่อไป จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะติดลบมากขึ้น ซึ่งล่าสุดกองทุนฯติดลบแล้วกว่า 42,000 ล้านบาท ขณะที่ยังมีหนี้เงินกู้อีก 25,970 ล้านบาท หากราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกยังอยู่ระดับเกินกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และกองทุนน้ำมันฯต้องชดเชยในระดับดังกล่าว เมื่อถึงสิ้นเดือนเมษายน กองทุนน้ำมันฯอาจติดลบถึง 1 แสนล้านบาท

ข่าวแจ้งว่า กองทุนน้ำมันฯขณะนี้ติดลบ 42,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเกินกว่าที่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 กำหนดในมาตรา 26 ที่ระบุว่า “กองทุนต้องมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้ตามวรรคสองแล้วต้องไม่เกินจำนวนสี่หมื่นล้านบาท

เมื่อกองทุนมีจำนวนเงินไม่เพียงพอเพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา 5 ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการและโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้ยืมเงินเป็นจำนวนไม่เกินสองหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

การเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินตามวรรคหนึ่งและกรอบวงเงินกู้ตามวรรคสองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ให้กระทำได้โดยการตราพระราชกฤษฎีกา”

ข่าวแจ้งว่า ดังนั้น กองทุนน้ำมันฯจึงจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่หากไม่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน สถาบันการเงินคงไม่ปล่อยกู้ให้กองทุนน้ำมันฯ ดังนั้นอาจจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ เหมือนเมื่อปี 2565 ที่ออกพ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทเพื่อพยุงราคาน้ำมันจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในขณะนั้น

ข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการไม่สามารถออกพ.ร.ก.ดังกล่าวได้ ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็มหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งมีรายงานข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯนำรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ทูลเกล้าฯแล้ว

อย่างไรก็ตามหากมีการโปรดเกล้าฯรายชื่อครม.ใหม่ลงมาแล้ว ยังมีขั้นตอนที่ครม.ต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน จากนั้นประชุมครม.นัดพิเศษเพื่อพิจารณาร่างนโยบาย แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อเรียกประชุมรัฐสภา และต้องส่งร่างนโยบายรัฐบาลให้สมาชิกรัฐสภาล่วงหน้าภายใน 3 วัน ขณะที่ทางพรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาช่วงวันที่ 7-9 เมษายน

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดใหม่ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อย่างไรก็ตาม ในวรรคสองระบุว่า “ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้” ดังนั้น รัฐบาลจะอ้างมาตรา 162 วรรคสอง ออกพ.ร.ก.ให้คลังค้ำประกันเงินกู้หรือไม่ หรือรอให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อน

ข่าวแจ้งว่า อีกมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาช่วยพยุงราคาน้ำมัน คือการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่ง ครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.92 บาทต่อลิตร) แต่ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ หากจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันโดยเร็ว ไม่รอรัฐบาลอำนาจเต็ม ก็จะต้องทำเรื่องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก่อน ดังนั้นระหว่างรอให้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม อาจต้องให้กองทุนชดเชยราคาน้ำมันดีเซลต่อไปก่อน หรืออาจปรับราคาขายปลีกขึ้นบางส่วน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กองทุนน้ำมัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง
'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง