News Logo
หน้าแรก
รวบคดี กกต.ยื่นฟ้องปชช.ทั่วประเทศ ให้ตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบทั้งหมด

รวบคดี กกต.ยื่นฟ้องปชช.ทั่วประเทศ ให้ตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบทั้งหมด

30 มี.ค. 2569 18:39
ผู้ชม 48 คน

ผบช.ก.เตรียมตั้งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีที่ กกต.แจ้งความเอาผิดประชาชนทั่วประเทศมาดูแลทั้งหมด รวมทั้งคดีถ่ายบัตรเลือกตั้ง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งทุกหน่วยโอนคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความประชาชนมาให้ บช.ก.เป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีทั้งหมดทั่วประเทศ โดยตนเองตั้งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งปกติจะให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. แต่กำลังพิจารณาว่าจะมอบให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้หรือไม่ เพราะรอง ผบช.ก. อาจจะมีภารกิจอื่นมาก เมื่อแต่งตั้งแล้วจากนั้นหัวหน้าพนักงานสอบสวนจะพิจารณาเลือกว่าใครจะมาเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้

ทั้งนี้ สำหรับคดีที่ กกต.ฟ้องประชาชนเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ นายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี กรณีประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ในเขต โดยมีประชาชนถูกดำเนินคดี 3 คน ประกอบด้วย น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน กับ น.ส.มนัสนันท์ กรเกษม ฐานบุกรุก ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกล่าวหาว่าเข้าไปยังสถานที่รวมคะแนนการเลือกตั้ง และร่วมกดดันเอาใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 ไปจากครอบครอง ทำให้ผู้แจ้งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่

รวมทั้ง น.ส.เบญจพร สุขสว่าง ถูกแจ้งความในความผิดฐานบุกรุก และเปิดหีบเลือกตั้งหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 โดยทั้ง 3 คนได้ฟ้องกลับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ด้วย

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เแจ้งความกองปราบปราบ ให้ดำเนินคดีกับ 6 บุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบเขตและเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม.

ผู้ถูกฟ้อง ประกอบด้วย นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และนายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

ทั้ง 6 คน ถูกดำเนินคดีความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของ กกต. โดยใช้กําลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือ เอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่า นั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือความมั่นคงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง มีโทษหนักสูงสุดจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม การที่ กกต.ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนถูกภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการ 'ฟ้องปิดปาก' หรือ SLAPP หมายถึงการฟ้องร้องเพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะด้วยการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือข่มขู่ กลั่นแกล้ง หรือปิดกั้นเสียงประชาชนที่ตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กกต.
คดีถ่ายบัตรเลือกตั้ง
ตำรวจสอบสวนกลาง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดทรัพย์สิน 2 กกต. 'สันทัด' 60 ล.-'อนันต์' 29 ล.-เงินฝากทะลุ 10 ล.
เปิดทรัพย์สิน 2 กกต. 'สันทัด' 60 ล.-'อนันต์' 29 ล.-เงินฝากทะลุ 10 ล.