News Logo
หน้าแรก
สตง.ชำแหละ2.4 พันล.ปั้นทีมชาติ ผลงานยังไม่ถึงเป้า แห่สร้างตึก-ซื้อของ

สตง.ชำแหละ2.4 พันล.ปั้นทีมชาติ ผลงานยังไม่ถึงเป้า แห่สร้างตึก-ซื้อของ

17 ก.ย. 2569 15:28
ผู้ชม 220 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"...สตง. ระบุว่า การใช้จ่ายงบประมาณของโครงการยังไม่เหมาะสม โดย มุ่งเน้นการใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารและจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ขณะที่การใช้เงินในส่วนที่ส่งผลต่อการพัฒนานักกีฬาโดยตรง กลับไม่ได้รับความสำคัญในระดับที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะทางกีฬา การสนับสนุนให้นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน และการจัดหาผู้เชี่ยวชาญกีฬา ทั้งที่ องค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญโดยตรงต่อการยกระดับนักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศ..."

สืบเนื่องจาก สำนักข่าว Next News รายงานผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกการจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาของโรงเรียนกีฬา 6 แห่ง และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 6 วิทยาเขต ใน 7 จังหวัด ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบปัญหาครุภัณฑ์การศึกษาไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่ได้รับการส่งมอบ คิดเป็นงบประมาณไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าและเสียโอกาสในการนำเงินงบประมาณไปใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ ของโครงการ

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการเปิดเผยข้อมูลรายงานฉบับเต็มผลการตรวจสอบ ของ สตง. เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ โรงเรียนกีฬา พบว่านอกจากปัญหาครุภัณฑ์การศึกษาไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่ได้รับการส่งมอบ ตามที่เสนอไปแล้ว

การพัฒนานักเรียนและนักศึกษาให้มีศักยภาพทางกีฬาสูงสุด และต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาระดับนานาชาติ ในช่วงปี 2563–2567 มีการใช้จ่ายงบประมาณรวมถึง 2,434.35 ล้านบาท ก็ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่โครงการมุ่งหวังเช่นกัน

ในรายงาน สคง.ระบุว่า การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561–2580 โดยประเทศไทยวางเป้าหมายพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการสร้างนักกีฬาที่สามารถก้าวขึ้นไปแข่งขันในระดับนานาชาติ

หนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ได้รับภารกิจนี้ คือ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจัดการศึกษาด้านกีฬาแล้ว ยังดูแลโรงเรียนกีฬา 13 แห่ง และวิทยาเขตระดับอุดมศึกษาอีก 17 แห่ง มีภารกิจสำคัญในการพัฒนานักเรียนและนักศึกษาให้มีศักยภาพทางกีฬาสูงสุด และต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาระดับนานาชาติ

แต่ผลการตรวจสอบล่าสุดของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่อ โครงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ กลับพบประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เพราะตลอดช่วงปีงบประมาณ 2563–2567 มีการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการนี้รวมถึง 2,434.35 ล้านบาท แต่ สตง. ระบุว่า การดำเนินงานยัง “ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่โครงการมุ่งหวัง”

เป้าหมายคือ “เวทีโลก” แต่หลายปียังส่งนักกีฬาไปไม่ถึงเป้า

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติกำหนดตัวชี้วัดโครงการออกเป็น 2 ระดับ คือ “ผลผลิต” และ “ผลลัพธ์”

ระดับผลผลิต ในปีงบประมาณ 2563–2564 กำหนดเป้าหมายให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ร้อยละ 10 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในช่วงปีงบประมาณ 2565–2567

ส่วนระดับผลลัพธ์ กำหนดเป้าหมายให้นักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติได้รับรางวัล ร้อยละ 20 ในช่วงปี 2563–2564 และเพิ่มเป็นร้อยละ 40 ในช่วงปี 2565–2567

ผลตรวจสอบพบว่า ปีงบประมาณ 2563–2566 ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังไม่บรรลุเป้าหมายระดับผลผลิต หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยังไม่สามารถส่งนักเรียนและนักศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติได้ตามจำนวนที่กำหนด

จับตาวิธีคำนวณ “ผลงานถึงเป้า”

จุดที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ วิธีการคำนวณตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์

รายงานผลของมหาวิทยาลัยระบุว่า แม้ช่วงปี 2563–2566 ผลงานระดับผลผลิตส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเป้า แต่กลับสามารถบรรลุเป้าหมายระดับผลลัพธ์ได้

สาเหตุสำคัญอยู่ที่ ฐานที่นำมาใช้คำนวณ

เนื่องจากการคำนวณผลลัพธ์ว่า มีนักเรียนและนักศึกษาได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติมากน้อยเพียงใด ใช้ฐานเฉพาะ นักเรียนและนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติในแต่ละปีเท่านั้น

ทีมตรวจสอบของ สตง. เห็นว่า วิธีดังกล่าว ยังไม่สามารถสะท้อนการบรรลุผลลัพธ์ของโครงการได้อย่างแท้จริง เพราะการวัดผลควรพิจารณาความสำเร็จของผลผลิตที่เชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ด้วย

เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักเรียนและนักศึกษาที่ถูกกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายตามตัวชี้วัดระดับผลผลิต กลับพบว่า ผลการดำเนินงานไม่สามารถบรรลุค่าเป้าหมายระดับผลลัพธ์ได้ในบางปีงบประมาณ เนื่องจากจำนวนผู้ได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด

2,434 ล้าน แต่ สตง.ชี้ “งบยังลงไม่ตรงจุด”

อีกประเด็นสำคัญที่ สตง. ตรวจพบ คือ รูปแบบการใช้จ่ายงบประมาณ

ตลอด 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563–2567 โครงการนี้ใช้จ่ายเงินรวม 2,434.35 ล้านบาท

แต่ สตง. ระบุว่า การใช้จ่ายงบประมาณของโครงการยังไม่เหมาะสม โดย มุ่งเน้นการใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารและจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา

ขณะที่การใช้เงินในส่วนที่ส่งผลต่อการพัฒนานักกีฬาโดยตรง กลับไม่ได้รับความสำคัญในระดับที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น

การเพิ่มทักษะทางกีฬา การสนับสนุนให้นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน และการจัดหาผู้เชี่ยวชาญกีฬา

ทั้งที่ องค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญโดยตรงต่อการยกระดับนักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศ

สตง.จึงเสนอให้มหาวิทยาลัยวิเคราะห์ความต้องการของโรงเรียนกีฬาและแต่ละวิทยาเขตใหม่ พร้อมจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ โดยอาจ ปรับลดงบลงทุนประเภทค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงบูรณาการการใช้สนามฝึกซ้อมเดิมในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แล้วนำเงินไปสนับสนุนส่วนที่จำเป็นต่อการพัฒนานักกีฬาโดยตรงมากขึ้น

ฝึกกับสมาคมกีฬา แต่หลุดทีมชาติ เพราะอะไร?

รายงานตรวจสอบของ สตง. ยังชี้ให้เห็น “ช่องว่าง” สำคัญในกระบวนการปั้นนักกีฬา

มีนักเรียนและนักศึกษาบางส่วนได้รับคัดเลือกให้เข้าเก็บตัวและฝึกซ้อมร่วมกับสมาคมกีฬาแล้ว แต่ท้ายที่สุด ไม่ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติ เพื่อไปแข่งขันระดับนานาชาติ

ปัญหาคือ โครงการยังไม่มีการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบว่า เหตุใดนักกีฬาเหล่านี้จึงไม่ผ่านการคัดเลือก

เมื่อไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง การนำข้อมูลกลับมาปรับแผนฝึกซ้อม พัฒนาจุดอ่อนรายบุคคล หรือกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์คัดเลือกนักกีฬาของแต่ละสมาคม จึงทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

สตง.จึงเสนอให้โรงเรียนกีฬาและวิทยาเขตเก็บข้อมูลนักกีฬากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละรายขาดอะไร และนำข้อมูลกลับไปปรับปรุงระบบพัฒนานักกีฬา

ผู้เชี่ยวชาญกีฬาไม่พอ-ชนิดกีฬาซ้ำซ้อน

อีกหนึ่งปัญหาคือ การกำหนดกรอบอัตรากำลังผู้เชี่ยวชาญกีฬา

สตง.พบว่า การจ้างผู้เชี่ยวชาญยังไม่เหมาะสมกับจำนวนชนิดกีฬาและจำนวนนักกีฬา ขณะที่บางโรงเรียนกีฬาหรือวิทยาเขตที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ยังมีการกำหนดชนิดกีฬาที่ซ้ำซ้อนกัน

ข้อเสนอของ สตง. คือ ควรพัฒนาแต่ละโรงเรียนหรือวิทยาเขตให้มีความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างเฉพาะเจาะจง ลดความซ้ำซ้อน และหารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญกีฬาให้อยู่ในระดับที่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงได้

“อาหารนักกีฬา” ก็ถูกตรวจพบปัญหา

นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ในรายงาน สตง. ยังระบุว่า อาหารของนักกีฬา ก็กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการตรวจสอบครั้งนี้

สตง.พบว่า การจัดการด้านโภชนาการอาหารยังไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนและเหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละชนิด ทั้งที่นักกีฬาแต่ละประเภทมีความต้องการพลังงานและสารอาหารแตกต่างกัน

จึงเสนอให้มหาวิทยาลัยกำหนดแนวทางจัดทำ TOR การจ้างเหมาประกอบอาหารของโรงเรียนกีฬา โดยระบุปริมาณสารอาหารที่จำเป็นสำหรับนักกีฬาแต่ละชนิดอย่างชัดเจน ก่อนนำไปประกวดราคาแบบ e-bidding

หลังได้ผู้รับจ้างแล้ว ผู้ตรวจรับยังต้องตรวจสอบคุณภาพและปริมาณสารอาหารอย่างเข้มงวด เพื่อให้อาหารที่นักกีฬาได้รับเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างแท้จริง

จาก “สร้างของ” สู่ “สร้างคน”

ทั้งนี้ จากรายงานผลตรวจสอบของ สตง. ทั้งหมด สะท้อนว่า แม้โครงการสามารถพัฒนาศักยภาพและเพิ่มจำนวนนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผลการดำเนินงานในช่วงที่ตรวจสอบยังไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่มุ่งหวังทั้งหมด

โดยเฉพาะเมื่อเงินส่วนหนึ่งถูกมุ่งไปยัง อาคาร สิ่งก่อสร้าง และอุปกรณ์กีฬา ขณะที่องค์ประกอบที่สัมพันธ์กับ “ตัวนักกีฬา” โดยตรง ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ การฝึกซ้อม ประสบการณ์แข่งขัน ไปจนถึงอาหารและโภชนาการ ยังมีข้อจำกัดที่ต้องแก้ไข

โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยจะจัดสรรเงินให้กับการพัฒนากีฬามากเพียงใด

แต่คือ เงินทุกบาทที่ใส่ลงไป จะเปลี่ยนจาก “งบสร้างสนามและอาคาร” ไปสู่ “งบสร้างนักกีฬา” และพานักกีฬาไทยไปถึงเวทีนานาชาติได้จริงเพียงใดมากกว่า

************

อนึ่งก่อนหน้านี้ ทางมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) ออกคำชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ TNSU ระบุว่า การเข้าตรวจสอบข้อมูลของสตง. ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2567 มิใช่การตรวจสอบการบริหารงานของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติชุดปัจจุบันเข้ารับตำแหน่งในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 และเมื่อได้รับทราบข้อสังเกตจาก สตง. คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางของ สตง. โดยทันที มหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ แล้ว

หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
งบพัฒนานักกีฬาไทย
ปั้นทีมชาติ
สตง.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว. อ.สตึก บุรีรัมย์ ทุจริตกรอกประวัติเก๊
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว. อ.สตึก บุรีรัมย์ ทุจริตกรอกประวัติเก๊