News Logo
หน้าแรก
เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว. อ.สตึก บุรีรัมย์ ทุจริตกรอกประวัติเก๊

เพิกถอนสิทธิฯ 10 ปี ผู้สมัคร สว. อ.สตึก บุรีรัมย์ ทุจริตกรอกประวัติเก๊

17 ก.ย. 2569 18:53
ผู้ชม 94 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ศาลฎีกาพิพากษาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ‘นิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล’ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สว. กลุ่ม  13  อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  อ้างจบปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ กรอกประวัติเคยรับราชการ ข้อเท็จจริง สำเร็จประกาศนียบัตรฯชั้นสูง ครูอัตราจ้าง ถือกระทำไม่สุจริต

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569  ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้คัดค้าน   เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2567 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 13  อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว. 2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ

แต่ผู้ร้องไต่สวนแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า  ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง  วิชาเอก วิทยาศาสตร์สังคมทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบรีรัมย์ และเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา และเคยเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนสตึก สอบรายวิชาวิทยาศาสตร์ ปฏิบัติงานตั้งแต่ปี 2523-2524 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยใช้วุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ในการสมัครเข้าทำงานที่โรงเรียนสตึก 

ผู้คัดค้านจึงไม่ได้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้คัดค้าน ไม่ได้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ และไม่เคยรับราชการ เพียงแต่เคยประกอบวิชาชีพเป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนสตึก  อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ การที่ผู้คัดค้านระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว. 2) ข้อ 11 วุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขา เอกวิทยาศาสตร์ สถานศึกษาวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงอันเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62  (คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 70/2569)

ก่อนหน้ามีคดีคล้ายกันอย่างน้อย 2 คดี

1. กรณีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568  ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสุชิน คล้ายระย้า ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 15  ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี  ยื่นใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา อายุ 55 ปี  แต่ระบุในใบสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.2) และข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ว่ามีอายุ 60 ปี และมีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยศรีปทุม  ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นผู้สูงอายุทั้งมิได้เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรืออยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ผู้คัดค้านจึงขาดคุณสมบัติในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 15     กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านกระทำการหลอกลวงด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติของผู้คัดค้าน เพื่อให้ผู้คัดค้านสามารถสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 15 เป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอเขตหลักสี่ อันทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม จึงเห็นควรให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน

2.เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569  ศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายวิเชียร ชัยสถาพร  ผู้คัดค้าน   เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา  สืบเนื่องจากผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม  ดนตรี การแสดง และบันเทิง  นักกีฬา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน  โดยผู้คัดค้านระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม” โดยข้อเท็จจริงผู้คัดค้านไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของหน่วยงานใดในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม   การกระทำดังกล่าวของผู้คัดค้านจึงเป็นการหลอกลวง ด้วยข้อมูลเท็จ  หรือจูงใจให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้คัดค้าน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนน ให้ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก  การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62  จึง พิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 10 ปี

เอกสารประกอบ

เอกสารประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เพิกถอนสิทธิ 10 ปี
ผู้สมัคร สว. อ.สตึก บุรีรัมย์
ทุจริตกรอกประวัติเก๊
นิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท้องถิ่นตรังเร่งล้อมคอก นิติกรเก๊ปลอมลายเซ็นทหาร สวมสิทธิรับราชการ
ท้องถิ่นตรังเร่งล้อมคอก นิติกรเก๊ปลอมลายเซ็นทหาร สวมสิทธิรับราชการ