News Logo
หน้าแรก
'ซีพี'แจ้งขอเลิกสัญญาโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน

'ซีพี'แจ้งขอเลิกสัญญาโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน

9 ก.ค. 2569 21:25
ผู้ชม 81 คน

'ซีพี'แจ้งขอเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 2.2 แสนล้าน ร.ฟ.ท.ยังลุ้นแก้สัญญาแล้วเดินหน้าต่อ ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าร.ฟ.ท. แจ้งให้บอร์ด ร.ฟ.ท. รับทราบว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ผู้รับสัมปทาน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงิน 224,544 ล้านบาท ได้ทำหนังสือถึง ร.ฟ.ท.แจ้งขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้นายอนันต์ ยังรายงานแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟควานเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินให้บอร์ดการรถไฟฯ รับทราบ โดยมี 4 แนวทาง ได้แก่

แนวทางที่ 1 แก้ไขสัญญาฯ ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) หรือ บอร์ดอีอีซี 4/67 และ 1/68 ซึ่ง ร.ฟ.ท.และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) สรุปเหตุผลความจำเป็นพร้อมร่างสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาให้ความเห็นแล้วนั้น ก่อนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

แนวทางที่ 2 ภาครัฐสนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และเปิดโอกาสให้เอกชนดำเนินการเพิ่มทุน โดยรัฐสนับสนุนให้เอกชนสามารถระดมทุนจากกองทุนร่วมลงทุนภาคเอกชน หรือกองทุนร่วมลงทุนในกิจการใหม่เป็นทางเลือกเพิ่มเติม

แนวทางที่ 3 ปรับลดขอบเขตงานโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน (กพอ. พิจารณาเสนอ ครม. อนุมัติ) โดยเปลี่ยนแปลงงานด้วยการตัดงานโยธาช่วงพญาไท - ดอนเมือง ให้ ร.ฟ.ท. เป็นผู้ดำเนินการ และแบ่งช่วงการก่อสร้าง (phasing) ช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา

แนวทางที่ 4 คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงกันไม่ได้ ดำเนินการให้สัญญาร่วมลงทุนมีผลสิ้นสุดลง โดยอาศัย (1) ข้อกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนฯ ข้อ 6.2 หรือ 30.2 หรือ (2) ข้อกฎหมาย เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางที่เป็นไปได้คือแนวทางที่ 1 คือแก้สัญญาแล้วดำเนินการต่อกับแนวทางที่ 4 ยุติสัญญา แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ติดค้างอยู่ แต่ทั้ง 2 แนวทางต้องมีการหารือกับอัยการสูงสุด เพื่อหาข้อยุติก่อน จากนั้นให้ กพอ. นำเรื่องเสนอ ครม. ซึ่งเรื่องนี้การรถไฟฯเป็นเพียงคู่สัญญากับเอกชน ซึ่งดำเนินการตามมติบอร์ดอีอีซี

ไม่ว่าโครงการนี้จะไปต่อ หรือยกเลิกสัญญา ต้องเสนอให้ครม.มีมติออกมา ไม่เช่นนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ และหากมีการยกเลิกสัญญาคาดว่าคงมีการฟ้องร้องตามมา เพราะเกิดความเสียหายตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเวนคืนที่ดิน ที่ใช้เงินไปกว่า 10,000 ล้านบาท และค่าเสียโอกาสในเรื่องต่างๆ อีกมากมาย

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่า รฟท.กล่าวว่า แจ้งต่อที่ประชุม บอร์ด รฟท. รับทราบว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ทำหนังสือถึง ร.ฟ.ท.แจ้งขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขข้อ 6.2 โดยบอร์ดร.ฟ.ท.ให้ฝ่ายกฎหมาย.ทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน และนำรายงานบอร์ดร.ฟ.ท.อีกครั้ง

นายอนันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้รายงานบอร์ดร.ฟ.ท. รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นผลการหารือระหว่าง ร.ฟ.ท. สำนักงานอีอีซี และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด จากการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยมี 2 แนวทาง คือ 1.แก้ไขสัญญาตามมติบอร์ดอีอีซี ครั้งที่ 4/2567 และครั้งที่ 1/ 2568 ซึ่งร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการเจรจาและจัดทำร่างสัญญา และสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบแล้ว อยู่ในขั้นตอนเสนอ กพอ.และครม. อนุมัติ

นายอนันต์กล่าวว่า 2.กรณีไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางข้อ 1 ได้ ให้ดำเนินการแนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยเอกชนแจ้งประสงค์เจรจาสิ้นสุดสัญญา สำหรับเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา ตามข้อ 6.2 มี 3 ประเด็น คือ 1. การส่งมอบพื้นที่ของโครงการไม่ได้ 2.ส่งมอบพื้นที่สนับสนุนบริการของโครงการ หรือ TOD ไม่ได้ ซึ่งโครงการนี้ทางเอกชนได้สิทธิพัฒนาพื้นที่TOD 2 แห่งที่สถานีมักกะสันและศรีราชา 3.การไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนของเอกชน หรือ บัตรบีโอไอ

นายอนันต์กล่าว กรณีส่งมอบพื้นที่โครงการและพื้นที่ TOD ทาง ร.ฟ.ท.ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือ เรื่องบัตรบีโอไอ ซึ่งที่ผ่านมามีการเจรจา และเอกชนตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบีโอไอ โดยขอแก้ไขสัญญาเป็นการสร้างไปจ่ายไปแทน แต่เมื่อแก้สัญญาไม่ได้ เอกชนจึงขอสิ้นสุดสัญญาในประเด็นออกบัตรบีโอไอไม่ได้

"แนวทางแรก ร.ฟ.ท.ให้ความสำคัญมากที่สุด คือการแก้ไขสัญญาตามหลักการเดิม ซึ่งเป็นไปตามมติ กพอ. และมติ ครม.ที่ผ่านมา ขณะนี้ร่างสัญญาฉบับแก้ไขได้รับการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว และเอกชนคู่สัญญาได้ยอมรับข้อสังเกตของอัยการทั้ง 18 ประเด็นครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนที่เหลือ คือ นำเสนอเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของ กพอ. และ ครม. เพื่อทบทวนมติเดิมและอนุมัติร่างสัญญาฉบับแก้ไข ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม. หากได้รับความเห็นชอบ โครงการจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด"นายอนันต์กล่าว

นายอนันต์กล่าวอีกว่า ส่วนโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 (บางซื่อ-ดอนเมือง) ทางซี.พี.ยืนยันมาแล้วว่า ไม่สามารถก่อสร้างให้ได้ ดังนั้น ร.ฟ.ท.จะนำงานก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 มาก่อสร้างเอง ซึ่งรายงานบอร์ดร.ฟ.ท.รับทราบแล้ว โดยจะสรุปรายละเอียดเสนอกพอ.ด้วย จากนั้นเสนอ ครม.ต่อไป

นายอนันต์กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเอ็มโอยู ระหว่างร.ฟ.ท.กับบริษัทเอเชีย เอราวัน เรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 นั้น ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหาแนวทาง โดยจะต้องเร่งหาข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อต่อคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะกรรมการกำกับสัญญาต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
จัดซื้อจัดจ้าง
ซีพี
ไฮสปีดเชื่อม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่แค่เรือยอชต์ 2 ลำ! รวบรวม 5 เรื่อง‘อนุทิน’ไม่ตอบ-ปัดชี้แจง
ไม่ใช่แค่เรือยอชต์ 2 ลำ! รวบรวม 5 เรื่อง‘อนุทิน’ไม่ตอบ-ปัดชี้แจง