News Logo
หน้าแรก
ฟ้อง ‘กสทช.’ ยกเลิกสัญญาสร้างสนง.ใหม่ เรียกค่าเสียหาย 1.8 พันล้าน

ฟ้อง ‘กสทช.’ ยกเลิกสัญญาสร้างสนง.ใหม่ เรียกค่าเสียหาย 1.8 พันล้าน

13 พ.ค. 2569 13:53
ผู้ชม 350 คน

เปิดคำฟ้องผู้รับเหมายื่นศาลปกครอง คดี ‘กสทช.’ บอกเลิกสัญญาก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรียกค่าเสียหาย 1.8 พันล้าน

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ถึงกรณีปัญหาการก่อสร้างอาคารและตกแต่งภายใน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แห่งใหม่ ที่บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ล่าช้า ผ่านมาแล้ว 7 ปียังไม่แล้วเสร็จ

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัญหาที่ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง เนื่องมีการฟ้องร้องกัน โดยบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการดังกล่าวได้ยื่นฟ้อง สำนักงาน กสทช.ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 โดยกล่าวหาว่า สำนักงาน กสทช. บอกเลิกสัญญาการก่อสร้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนวนฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 สำนักงาน สทช.ได้เซ็นสัญญาจ้างบริษัท PLE เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคาร สำนักงาน กสทช.แห่งใหม่ มูลค่า 2,643 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 8 อาคาร ได้แก่ 1.อาคารสำนักงานใหญ่ (A) 2.อาคารพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด (B) 3.อาคารศูนย์บริการและศูนย์ประชุม (C) 4.อาคารจอดรถ (D) 5.อาคารแถลงข่าว (E) 6.อาคารสโมสร(F) 7.อาคารคลังเอกสารและห้องปฏิบัติการ (G) และ8.อาคารจอดรถบุคคลภายนอก (H) นอกจากนี้ยังรวมถึงการก่อสร้างในส่วนอื่นๆ อาทิ สนามฟุตซอล, ป้อมยาม และทางเชื่อมระหว่างอาคาร รวมถึงงานครุภัณฑ์และงานระบบอื่นๆ อีกด้วย โดยเริ่มงานวันที่ 23 มกราคม 2562 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 มกราคม 2565

สำนวนคำฟ้องระบุว่า แต่การก่อสร้างมีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด เนื่องจากทางสำนักงาน กสทช.ส่งมอบพื้นที่ล่าช้า มีการให้ปรับแก้แบบในอาคารต่างๆ หลายครั้ง จึงมีการขอขยายเวลาก่อสร้าง เป็นระยะๆ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ทำให้การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานไปมาก กระทั่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงาน กสทช. มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง กับบริษัท PLE โดยระบุเหตุผลว่า มีผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อครบกำหนดส่งมอบงาน และไม่สามารถทำงานให้เสร็จตามกำหนดผิดเงื่อนไขในสัญญาจ้าง

คำฟ้องระบุว่า บริษัท PLE คัดค้านการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว และยื่นศาลปกครองกลางว่า สำนักงาน กสทช.บอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่สุจริต เนื่องจากความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากอุปสรรคที่สำนักงาน กสทช. ไม่สามารถจัดการได้ เช่น การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าและการแก้ไขแบบที่ยืดเยื้อ

สำนวนฟ้องยังระบุว่า สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 11 เมษายน 2567 เพื่อแจ้งหยุดการดำเนินการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2567 เป็นต้นไป โดยระบุว่า จากการตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัทแล้วปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดส่งมอบงานแล้วผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา

คำฟ้องระบุว่า บริษัทขอโต้แย้งว่า เหตุที่บริษัทส่งมอบงานแล้วเสร็จที่มีผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา เมื่อครบกำหนดส่งมอบงาน อันเป็นการทำงานล่าช้ากว่ากำหนดนั้น มิใช่ความผิดของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด แต่เป็นกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของสำนักงาน กสทช. อันเนื่องมาจากการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า และมีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงเรื่องการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างหลายรายการ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบบรูปรายละเอียดการก่อสร้าง ดังนั้น เพื่อให้การใช้งานอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ ประกอบกับไม่ให้เกิดความเสียหายกับทั้งสองฝ่าย สำนักงาน กสทช.จึงเห็นควรยุติการดำเนินการก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2567 เป็นต้นไป บริษัทจึงต้องหยุดดำเนินการก่อสร้างงานดังกล่าวตามคำสั่งของ สำนักงาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2567

“แต่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงาน กสทช. กลับมีหนังสือเรื่อง แจ้งบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและตกแต่งภายในอาคารสำนักงาน กสทช. แห่งใหม่ มายังบริษัท โดยอ้างว่าเมื่อครบกำหนดส่งมอบงานแล้ว ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อย 85 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา อันเป็นการทำงานล่าช้ากว่ากำหนดซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัท ทางสำนักงาน กสทช.ไม่อาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยอ้างเหตุเมื่อครบกำหนดส่งมอบงานแล้ว ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85” สำนวนฟ้องระบุ

สำนวนฟ้องยังระบุว่า อีกทั้งสำนักงาน กสทช.ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 387 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการบอกเลิกสัญญาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยไม่สุจริต ทำให้เกิดความเสียหายกับคู่สัญญาฝ่ายเอกชนแล้ว คู่สัญญาฝ่ายปกครองจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นได้จากการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตของตนให้แก่ผู้เสียหาย

คำฟ้องระบุว่า ดังนั้น การบอกเลิกสัญญาของสำนักงาน กสทช.จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่ชอบ ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยไม่สุจริตตามนัยมาตรา 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำนักงาน กสทช.จะต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยไม่สุจริตนั้น บริษัทจึงยื่นฟ้องคดีต่อศาล โดยมีคำขอให้สำนักงาน กสทช. ชำระเงินค่างานที่ค้างชำระ และชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาให้แก่บริษัท จำนวน 1,879,843,664.90 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสทช



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 10 ล้าน 'ภคมน หนุนอนันต์' สส.ปชน.-เงินฝาก 1.4 แสนบาท
ทรัพย์สิน 10 ล้าน 'ภคมน หนุนอนันต์' สส.ปชน.-เงินฝาก 1.4 แสนบาท