News Logo
หน้าแรก
'พิรงรอง' เผย รษก.เลขาฯ อ้างนัดหมอสรณ ไม่ร่วมมือจัดประชุม ส่อแฝงนัยยะ

'พิรงรอง' เผย รษก.เลขาฯ อ้างนัดหมอสรณ ไม่ร่วมมือจัดประชุม ส่อแฝงนัยยะ

2 ต.ค. 2569 11:42
ผู้ชม 46 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘พิรงรอง’ ยืนยัน 6 กสทช.เดินหน้าประชุมนัดพิเศษ แม้สำนักฯ ไม่สนับสนุน ปม รษก.เลขาฯ ชั่วคราวอ้างทำหน้าที่เลขานุการประชุมไม่ได้ เพราะติดนัดหมาย ‘หมอสรณ’ ยืนยันไม่ทับซ้อนเพราะนัดกันคนละเวลา ย้ำคนเรียกประชุมต้องตอบคำถาม ทำไมให้ประชุมโดยไร้ประธานที่ถูกต้องตามกฎหมาย-ยอมรับอาจยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสถานการณ์บางอย่าง

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสืบเนื่อง จากนัดหมายว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นัดพิเศษ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ล่าสุด โดยจะมีกรรมการ กสทช.จำนวน 6 คน (ยกเว้น นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.) เข้าร่วมการประชุม ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 2 ตุลาคม ได้ปรากฏเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ซึ่งสื่อให้เห็นว่ามีกรณีการประชุมซ้อนเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนการดำเนินงานของคณะกรรมการ

เอกสารฉบับแรกที่ถูกเปิดเผยคือ คำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ 1902/2569 ลงนามโดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการฯ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ซึ่งมีคำสั่งมอบหมายให้ นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ ทำหน้าที่ "ผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช." โดยมีผลเฉพาะในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดเผยเอกสารฉบับที่สอง คือ บันทึกข้อความด่วนที่สุด ที่ สทช 2001/4359 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 จัดทำโดย นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด เรียนถึง กสทช. เพื่อแจ้งชี้แจงกรณีไม่สามารถเข้าร่วม "การประชุม กสทช. นัดพิเศษ" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเดียวกัน เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม 1021

ในบันทึกข้อความดังกล่าวได้ระบุเหตุผลว่า สำนักงาน กสทช. ได้จัด "การประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (ต่อเนื่อง โดยเป็นนัดหมายของ นพ.สรณ) ไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่เวลา 09.30 – 16.30 น. ในวันเดียวกัน ณ ห้องประชุม 1021 และยังไม่มีการแจ้งยกเลิกการประชุมดังกล่าว ทำให้ นายฉันทพัทธ์ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการและเลขานุการในที่ประชุม เกิดภาวะภารกิจทับซ้อนและไม่สามารถเข้าร่วมประชุมนัดพิเศษได้

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. นางพิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย 2 กรรมการ กสทช. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรรมการ 6 คนที่พร้อมเข้าร่วมประชุม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยมีการยืนยันความตั้งใจที่จะเข้าประชุมตามกำหนดการ แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและมีข้อถกเถียงอย่างต่อเนื่อง

กสทช. ยืนยันเดินหน้าประชุมนัดพิเศษ ชี้การกระทำของสำนักงานบ่งชี้การไม่สนับสนุน

นางพิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้ให้สัมภาษณ์เน้นย้ำถึงความตั้งใจของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนในการเข้าร่วมการประชุมนัดพิเศษที่กำหนดไว้เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 12 อย่างไรก็ตาม แม้สำนักงาน กสทช. จะได้ส่งหนังสือแจ้งนัดประชุมมาเมื่อวานนี้ แต่ในช่วงเช้าวันนี้ นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการ กสทช. ได้ส่งบันทึกแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจการประชุมอีกรายการหนึ่งที่ นพ.สรณ ประธาน กสทช. ซึ่งถูกศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ได้นัดไว้ก่อนหน้านี้ในเวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ของอาคารอำนวยการ ซึ่งเป็นอาคารเดียวกัน

นางพิรงรองระบุว่า "สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทางสำนักงาน กสทช. ไม่ได้ให้การสนับสนุนการประชุมที่จัดขึ้นโดยกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่"  ซึ่งตนขอย้ำถึงข้อกฎหมายที่เคยมีการกล่าวถึงหลายครั้งว่า นพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. ได้แล้ว ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ากรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ซึ่งกรรมการทั้ง 6 ท่านก็ได้พยายามที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยได้มีหนังสือไปยังสำนักงาน กสทช. ให้จัดประชุมให้ และเมื่อวานนี้ก็ได้รับหนังสือแจ้งนัดประชุมสำหรับวันนี้เวลา 10.30 น.

แต่กลับกลายเป็นว่าเช้านี้ นายฉันทพัทธ์ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาของที่ประชุม ซึ่งตามกฎหมายต้องเป็นเลขาธิการ กสทช. (ในกรณีนี้คือรักษาการเลขาฯ) ได้แจ้งว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากต้องไปทำหน้าที่ในการประชุมที่ นพ.สรณะ ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว ได้นัดไว้ก่อนหน้า สถานการณ์เช่นนี้จึงเท่ากับเป็นการขัดขวางไม่ให้การประชุมของกรรมการ 6 คนเกิดขึ้น

โต้แย้งประเด็นการประชุมซ้อนและข้ออ้างด้านเวลา

นางพิรงรองยังได้โต้แย้งประเด็นการประชุมซ้อนอย่างมีเหตุผล โดยชี้แจงว่าการประชุมที่ นพ.สรณะ นัดไว้ในเวลา 09.30 น. นั้น ตามระเบียบแล้ว หากองค์ประชุมไม่ครบภายใน 30 นาที การประชุมนั้นก็จะต้องยุติลง ซึ่งหมายความว่าการประชุมดังกล่าวควรจะสิ้นสุดลงภายในเวลา 10.00 น. เป็นอย่างช้า ดังนั้น การประชุมของกรรมการ กสทช. นัดพิเศษที่กำหนดไว้ในเวลา 10.30 น. จึงไม่มีการซ้อนทับทางเวลาแต่อย่างใด

"สิ่งที่ทางผู้ที่ได้รับมอบหมายโดยรักษาการเลขาฯ แจ้งมาล่วงหน้าว่าไม่สามารถมาทำหน้าที่ได้นั้น จึงไม่น่าจะสมเหตุสมผลในแง่ของช่วงเวลา" นางพิรงรองกล่าว พร้อมยืนยันว่ากรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนมีองค์ประชุมครบและพร้อมที่จะขึ้นไปประชุมตามกำหนด

นางพิรงรองกล่าวเสริมย้ำว่า เราก็จะขึ้นไปประชุมช ตรงนี้ตามกฎหมายได้ถ้าสำนักงานจัดประชุมให้ เพราะว่าเขามีหนังสือแจ้งประชุม เพียงแต่ว่าผู้ที่เป็นเลขาธิการประชุมที่ควรจะเป็นเลขาการประชุมเนี่ย นำหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจหนึ่ง

เมื่อถูกถามถึงการรับรองการประชุมที่ปราศจากเลขาฯ ที่ถูกมอบหมาย นางพิรงรองกล่าวว่า "ถ้าการประชุมของบอร์ด กสทช. ก็เป็นของบอร์ด กสทช. ถ้ามีองค์ประชุมครบ ก็น่าจะเป็นไปตามสถานการณ์ โดยการประชุมต้องมาจากองค์คณะเพื่อสถานะทางกฎหมายที่สมบูรณ์

กรรมการ กสทช. เตรียมจัดการบริหารและตั้งประธานชั่วคราว

ด้านนายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. อีกคนหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมในวันนี้ว่าหมายถึงการหารือเรื่องการบริหารจัดการการประชุมในครั้งต่อ ๆ ไป เช่น การแต่งตั้งประธานชั่วคราว และการพิจารณาวาระการประชุมต่าง ๆ ที่ค้างคา

 โดยนายศุภัชยืนยันว่าได้เตรียมเลขาในที่ประชุมไว้เรียบร้อยแล้ว

 "วันนี้เป็นวันของการเริ่มต้น ในการแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังเพื่อให้ กสทช. สามารถเดินหน้าประชุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”นายศุภชัยกล่าว

ปลดล็อกปัญหาทีวีดิจิทัลที่รอการพิจารณา

นางพิรงรองยังได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงในปี 2570 และเป็นวาระสำคัญที่ต้องได้รับการพิจารณาและเป็นส่วนหนึ่งของการปลดล็อกปัญหาในภาพรวม

 "วาระเนี่ย เราไม่ได้เอาเข้า... มันก็จะเป็นส่วนนึงการบรรจุวาระ หรือแนวทางในการประชุมอะไรต่างๆ  ก็จะเป็นวาระที่จะพิจารณาในวันนี้แหละ เพราะเราคิดว่าวันนี้ เพราะฉะนั้น เราบรรจุวาระเข้ามาล่วงหน้าไม่ได้" นางพิรงรองกล่าว

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล นางพิรงรองระบุว่า "พอเคลียร์ปัญหานี้ เราพูดกับทางอุตสาหกรรมแล้วว่า AS SOON AS POSSIBLE เราเข้าใจความเร่งด่วนของปัญหาแต่ขอให้ปลดล็อกตรงนี้ได้ก่อน ตรงนี้ต้องปลดล็อกให้ได้ก่อน เป็นการตอกย้ำว่าการที่บอร์ดไม่สามารถประชุมได้นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหาอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลยังไม่มีข้อยุติ การที่บอร์ด กสทช. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งต้องการความชัดเจนและการดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นางพิรงรองกล่าวเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ที่พนักงานสำนักงาน กสทช. ถูกเรียกมาสแตนด์บายเพื่อชี้แจงในการประชุมที่ไม่มีประธานตามกฎหมายนั้น ผู้ที่เรียกประชุมและสั่งการพนักงานจะต้องเป็นผู้ตอบคำถาม ไม่ใช่กรรมการที่พยายามจะทำหน้าที่

นางพิรงรองกล่าวทิ้งท้ายว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้ รวมถึงการที่มีพนักงานมาสแตนด์บายโดยไม่มีการเปิด/ปิดประชุมอย่างเป็นทางการ อาจเป็นยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสถานการณ์บางอย่าง ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความพยายามทำให้เกิดปัญหาหรือทำให้การประชุมไม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 29.7 ล้าน 'ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล' อดีตอธิบดีกรมสถ.
ทรัพย์สิน 29.7 ล้าน 'ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล' อดีตอธิบดีกรมสถ.