News Logo
หน้าแรก
ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต

ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต

26 ส.ค. 2569 20:26
ผู้ชม 50 คน

รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอสแจงวุฒิสภา กรณีผลสอบบัตรสนเท่ห์ร้องผู้บริหารใช้รถส่วนกลางซ้อนค่าเหมาจ่าย ชี้ไม่พบการทุจริต-เป็นไปตามภารกิจ ส่วนกรณีจ้างผลิตเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตสื่ออิสระที่ไร้ทุน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. กล่าวอภิปรายและตั้งคำถามต่อการใช้งบประมาณขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวของไทยพีบีเอสที่มีบัตรสนเท่ห์จากคนในไทยพีบีเอสร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. กล่าวหาว่าพนักงานระดับบริหารสองคนรับประโยชน์ 2 ทาง คือ ได้เงินค่ารถเหมาจ่ายเป็นรายเดือน ซึ่งเข้าข่ายทุจริต คนหนึ่งได้ค่ารถเหมาจ่ายเดือนละ 27,000 บาท อีกคนหนึ่งเป็นผู้ช่วยได้ค่ารถเหมาจ่าย 15,000 บาท แต่สองคนนี้ยังมาใช้รถหลวงหรือรถส่วนกลาง ทำเช่นนี้ได้หรือ ค่าพาหนะเหมาจ่ายรายเดือนที่รับไปก็หมายถึงการปฏิเสธไม่ขอรับรถประจำตำแหน่ง แต่สองคนนั้นได้เงินแล้วยังมาใช้รถส่วนกลาง พอไปถามก็ตอบว่าใช้รถส่วนกลางเพื่อไปทำงานส่วนรวม ซึ่งเรื่องนี้ตนเองก็ติดตามจากสื่อมวลชน จึงขอถามว่าเป็นไปได้หรือกรณีเช่นนี้ แล้วที่นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส เคยบอกว่าไทยพีบีเอสไม่มีระเบียบห้ามคนรับค่ารถแล้วมาใช้รถส่วนกลางก็เลยใช้กัน พฤติการณ์อย่างนี้ทำได้ไม่ผิด ตนเองจึงขอถามว่าท่านแน่ใจหรือว่าไม่ผิด ถ้าเกิดผิดใครจะรับผิดชอบ แล้วจะรับผิดชอบอย่างไร

"อยากจะถามว่าในไทยพีบีเอสมีกี่คนที่ได้ค่ารถเหมาจ่าย แล้วเดือนหนึ่งเป็นเงินเท่าไหร่ บุคคลเหล่านั้นสมควรได้รับเงินค่ารถเหมาจ่ายหรือไม่ เพราะเงินเหล่านั้นเป็นภาษีประชาชนเอามาจากภาษีเหล่าบุหรี่ปีละ 2,000 ล้านบาท ไทยพีบีเอสเป็นองค์กรสื่อ ไม่ใช่หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม อย่างเช่น ท่านประธานเป็นแม่ทัพ มีสิทธิ์ไปตรวจราชการ ดูแลประชาชน ซึ่งเป็นการเสี่ยงภัยด้วย แต่ไทยพีบีเอสระดับผู้บริหารท่านนั่งรถไปหาใคร แล้วท่านไปทำอะไร จึงเปลี่ยนเอาเงินเหมาจ่าย แล้วก็ใช้รถส่วนกลางได้อีกด้วย จึงขอถามว่าอย่างนี้สมควรหรือไม่" นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้นพ.เปรมศักดิ์ ยังถามถึงความเหมาะสมในการจ้างผลิตงาน ทั้งที่ไทยพีบีเอสสามารถผลิตเองได้ แต่กลับไปจ้างเอกชนผลิตด้วยงบประมาณ 2-3 ล้านบาท จึงขอถามและขอให้ไทยพีบีเอสตอบในประเด็นนี้ด้วย และถามถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวชี้แจงว่า กรณีพนักงานไทยพีบีเอสที่มีประเด็นกับนักการเมืองบางคน พนักงงานคนนั้นก็ได้ออกไปแล้ว ส่วนกรณีเรื่องไทยพีบีเอสมีผู้ผลิตอิสระจากข้างนอก มาผลิตรายการมีอยู่ในพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ที่กำหนดไว้ว่า ภารกิจของไทยพีบีเอสจะต้องมีบทบาทสนับสนุนผู้ผลิตอิสระ ซี่งผู้ผลิตอิสระ คือ ผู้ผลิตที่ไม่มีเงินทองแต่อยากสร้างคอนเทนต์ดี ๆ ทุกปีเราต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตอิสระที่มีทั้งในเมืองและในชนบท เพื่อสนับสนุนคนเหล่านี้ให้สร้างคอนเทนต์ดี ๆ เพราะความคิดสร้างสรรค์มีอยู่ในทุกกลุ่มเพียงแต่โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสในการมีพื้นที่เป็นภารกิจของไทยพีบีเอส

ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวเมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ผ่านมาไทยพีบีเอสไม่มีระเบียบในการใช้รถส่วนกลาง เพิ่งมีในสมัยของตนเอง พนักงานที่ใช้รถไม่ได้ใช้ส่วนตัวแต่ใช้ปฏิบัติภารกิจงานของไทยพีบีเอส ขอยกตัวอย่างบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ราชการไม่สามารถใช้รถส่วนตัวได้ ต้องใช้รถที่มีสัญลักษณ์ของไทยพีบีเอสติดอยู่

"ที่ผ่านมาเราอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ในเรื่องระเบียบวินัย แต่วันนี้เราค่อย ๆ ทำให้ดีขึ้น" นายวันชัย กล่าว

นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวว่า ฝ่ายบริหารชุดนี้เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเพียง 1 ปี จึงมีหลายเรื่องที่ต้องบริหารจัดการและเคลียร์สิ่งเหล่านี้ไป เราอยากเดินหน้าต่อไปในเรื่องการทำให้สื่อสารสาธารณะที่ไม่มีลักษณะเหมือนกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นหน่วยงานราชการ แต่เราเป็นอิสระมากกว่า ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง สามารถเป้นปากเสียงให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง เมื่อเราเข้ามาก็มีสิ่งที่ยังไม่สมบูรณื ต้องมีการพัฒนาเราก็พยายามดำเนินการในส่วนนี้ ในเรื่องความโปร่งใสเป็นเรื่องที่เรายึดมั่นในหลักการ กรณีเรื่องของบัตรสนเท่ห์ โดยหลักการหน้าที่ของการตรวจสอบ คือ ต้องรับ ตรวจสอบ แก้ไข และแจ้งผล

กรณีของบัตรสนเท่ห์ไม่มีความจำเป็นต้องแจ้งผล เพราะไม่รู้จะแจ้งผลจากใคร ฉะนั้นการที่เรารับเข้ามาแสดงให้เห็นว่าเรามีเจตนาที่จะตรวจสอบกระบวนการว่ามีความเหมาะสม ชอบธรรมหรือไม่ แต่หลักการตรวจสอบนั้นมีหลัก คือ 1.เรื่องนั้นมีระเบียบหรือไม่ 2.มีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ 3.เป็นไปตามภารกิจของหน่วยงานและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานหรือไม่ ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ผ่านกระบวนการพิจารณาโดยผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีการทุจริต ไม่ได้เกิดความเสียหายเพราะเป็นไปตามภารกิจของหน่วยงานตามที่นายวันชัยชี้แจงไปแล้ว แต่สิ่งที่บกพร่อง คือ ไม่ได้มีระเบียบในเรื่องนี้ เนื่องจากเราเป็นหน่วยราชการที่ไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางสำนักนายกฯมีระเบียบว่าด้วยการใช้รถอยู่ เราก็ได้สอบถามไปว่าทางไทยพีบีเอสมีความจำเป็นต้องใช้ระเบียบการใช้รถของสำนักนายกฯหรือไม่ ทางสำนักนายกฯ ตอบกลับมาว่าไทยพีบีเอสเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ และเป็นหน่วยงานอิสระ สามารถออกระเบียบของตัวเองใช้ได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ระเบียบของสำนักนายกฯในเรื่องนี้

"สิ่งที่จะมีความบกพร่อง คือ ยังไม่มีระเบียบว่าด้วยการใช้รถ แต่จะเห็นว่าการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้น เป็นไปตามภารกิจของ ส.ส.ท. เป็นในการปฏิบัติงานข่าว การปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหาร ฉะนั้นสิ่งที่เราทำในยุคนี้คือเรากำลังยกร่างระเบียบ ซึ่งยกร่างเสร็จแล้ว ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการแล้ว และมีการเซ็นลงนามในคำสั่งและจะบังคับใช้ สิ่งที่ผ่านมาได้จัดการแก้ไข" นายพิเศษ กล่าว

นายพิเศษ กล่าวว่า ส่วนเรื่องจัดซื้อจัดจ้างเจาะจงนั้น เรื่องนี้เป็นปกติในส่วนของคอนเทนต์ เพราะต้องมีความต่อเนื่อง ดังนั้นจำเป็นต้องเลือกผู้กำกับ ดารา พิธีกร อย่างเฉพาะเจาะจง ในการดำเนินการสร้างรายการใด ๆ ก็ตามที่อยู่ในสื่อจำเป็นต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างเฉพาะเจาะจง เพื่อดาราท่านนั้น เพื่อผู้กำกับท่านนั้นที่เราอยากได้เพื่อทำงานให้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และในระเบียบจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ได้ห้ามจัดซื้อจัดจ้างเฉพาะเจาะจง เพียงแต่ต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้วิธีเฉพาะเจาะจง และอีกประการ คือ เมื่อลองเทียบกับหน่วยงานอื่นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ หรือ อสมท. ก็มีข้อมูลการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงในกรณีเป็นคอนเทนต์ก็มีอัตราส่วนที่พอ ๆ กัน คือ ประมาณ 60% และระเบียบพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างก็เปิดช่องไว้ว่าถ้าซื้อวัสดุต่ำกว่า 500,000 บาท ก็จัดซื้อแบบเจาะจงได้ สิ่งเหล่านี้เราก็สอบถามกับกรมบัญชีกลางแล้ว รวมถึงเชิญกรมบัญชีกลางมาให้ข้อมูลด้วย

ก่อนจบการอภิปรายนพ.เปรมศักดิ์ กล่าวขอให้ทางไทยพีบีเอสส่งคำชี้แจงประเด็นต่าง ๆ เป็นเอกสารให้ตนเองหรือส่งมาที่วุฒิสภาก็ได้

นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส กล่าวว่า จะส่งเอกสารให้ตามคำขอของนพ.เปรมศักดิ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไทยพีบีเอส
รถหลวงไทยพีบีเอส
คดีรถหลวงไทยพีบีเอส
สว.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกาฯชั้นอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สมหญิง' 3 ปี 4 เดือน โกงสร้างสนามฟุตซอล
ศาลฎีกาฯชั้นอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สมหญิง' 3 ปี 4 เดือน โกงสร้างสนามฟุตซอล