News Logo
หน้าแรก
สตง.ชำแหละ 'ชุมชนโดรนใจ' 225 ล้าน พบ 93.40% ใช้ไม่ถึงเป้า

สตง.ชำแหละ 'ชุมชนโดรนใจ' 225 ล้าน พบ 93.40% ใช้ไม่ถึงเป้า

26 ส.ค. 2569 18:20
ผู้ชม 42 คน

สตง.เผยผลตรวจสอบโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ)” งบ 225.38 ล้านบาท พบแม้คัดเลือกชุมชนครบ 500 กลุ่ม แต่ 467 กลุ่ม หรือ 93.40% ใช้งานโดรนไม่ถึงเป้าหมายตามสัญญา มีเพียง 33 กลุ่ม หรือ 6.60% ที่ทำได้ตามเป้า ขณะที่บางกลุ่มเลิกใช้และเตรียมส่งคืน ชี้การออกแบบโครงการยังไม่สอดคล้องกับพื้นที่ ชนิดพืช และความพร้อมของชุมชน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เผยแพร่ราชการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมให้ชุมชนและเกษตรกรนำเทคโนโลยีโดรนมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดการขาดแคลนแรงงาน และสร้างรายได้ รวมถึงพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงโดรนในชุมชน

โครงการใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 225.38 ล้านบาท โดยกำหนดเป้าหมายสนับสนุนโดรนให้กลุ่มชุมชน 500 กลุ่ม ผ่านระบบร่วมลงทุนระหว่าง สศด. กับกลุ่มชุมชนในสัดส่วน 60:40 พร้อมกำหนดให้แต่ละกลุ่มใช้โดรนทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 2,500 ไร่ ภายในระยะเวลา 1 ปี

อย่างไรก็ตาม สตง.ระบุว่า แม้ สศด. จะดำเนินการได้ตามเป้าหมายเชิงผลผลิตในการคัดเลือกและสนับสนุนโดรนครบ 500 กลุ่ม แต่ผลการดำเนินงานยังไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ได้ครบถ้วน

@467 กลุ่มใช้โดรนไม่ถึงเป้า

ผลตรวจสอบพบว่า จากกลุ่มชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนทั้งหมด 500 กลุ่ม มีถึง 467 กลุ่ม หรือ 93.40% ที่มีผลการใช้โดรนในพื้นที่การเกษตรไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในสัญญา

ในจำนวนนี้ 246 กลุ่ม หรือ 49.20% มีผลการบินไม่เกิน 100 ไร่ ขณะที่มีเพียง 33 กลุ่ม หรือ 6.60% ที่มีผลการใช้งานเป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ สตง.สุ่มตรวจสอบกลุ่มชุมชน 40 กลุ่ม พบว่า 35 กลุ่ม หรือ 87.50% ยังไม่บรรลุเป้าหมาย และมีเพียง 5 กลุ่ม หรือ 12.50% ที่ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย สอดคล้องกับข้อมูลภาพรวมของทั้ง 500 กลุ่ม

@10 กลุ่มเลิกใช้โดรน

การสุ่มตรวจสอบยังพบว่า จาก 40 กลุ่ม มี 10 กลุ่มที่ไม่มีการใช้งานหรือไม่ประสงค์ใช้โดรนที่ได้รับการสนับสนุนแล้ว

ในจำนวนนี้ 4 กลุ่มได้ส่งคืนโดรนแล้ว อีก 5 กลุ่มมีความประสงค์จะส่งคืน และอีก 1 กลุ่มเปลี่ยนขนาดโดรนโดยสมทบเงินทุนส่วนตัวเพิ่มเติม แต่ยังเป็นเพียงการทดลองใช้งาน ไม่ได้ใช้ทำการเกษตรจริงและยังไม่เคยให้บริการรับจ้างบินโดรน

ส่วน 30 กลุ่มที่ยังใช้งานโดรน มีเพียง 5 กลุ่ม ที่สามารถใช้งานได้ตามเป้าหมาย 2,500 ไร่

@โดรนไม่เหมาะกับพื้นที่-ชนิดพืช

สตง.ยังพบปัญหาด้านศักยภาพของโดรนไม่สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่และชนิดพืช โดยจาก 40 กลุ่มที่สุ่มตรวจ มีถึง 30 กลุ่ม ประสบข้อจำกัดด้านอุปกรณ์

ปัญหาที่พบ ได้แก่ ความจุแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ 30 กลุ่ม ถังบรรจุสารไม่เหมาะสม 25 กลุ่ม เซ็นเซอร์ 14 กลุ่ม หัวฉีด 9 กลุ่ม และมอเตอร์ 4 กลุ่ม ส่งผลให้โดรนบางรุ่นไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานในพื้นที่และพืชบางประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

@นักบินไม่พร้อมให้บริการ

ปัญหาอีกด้านคือความพร้อมของตัวแทนนักบิน โดยจาก 40 กลุ่มที่สุ่มตรวจ มี 35 กลุ่มที่ยังใช้งานหรือประสงค์ใช้งานโดรน แต่มีเพียง 4 กลุ่มที่มีตัวแทนนักบินพร้อมให้บริการตามจำนวนที่ผ่านการอบรม

ขณะที่ 8 กลุ่มไม่มีตัวแทนนักบินที่พร้อมให้บริการ และอีก 23 กลุ่มมีนักบินพร้อมเพียง 1 ราย

สาเหตุมีทั้งการขาดทักษะและความชำนาญ นักบินมีภาระจากอาชีพหลัก ไม่สามารถจัดสรรเวลาให้บริการได้ รายได้จากการรับจ้างบินไม่ต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพ

@ผลประหยัด-รายได้ยังพิสูจน์ไม่ได้

สตง.พบว่า แม้การใช้โดรนสามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานได้ แต่ยังมีข้อจำกัดจากประสิทธิภาพของตัวโดรนและความพร้อมของนักบิน

จาก 40 กลุ่มที่สุ่มตรวจ มีเพียง 7 กลุ่มที่ใช้โดรนมากกว่า 2,000 ไร่ ขณะที่ 18 กลุ่ม หรือ 45% ใช้งานน้อยกว่า 100 ไร่

ด้านต้นทุน พบว่า 18 กลุ่ม หรือ 45% มีต้นทุนคงที่เฉลี่ยในการใช้โดรนมากกว่า 900 บาทต่อไร่ เนื่องจากมีการใช้งานโดรนในระดับต่ำ

ที่สำคัญ สตง.ระบุว่า สศด. ยังไม่มีข้อมูลสำหรับประเมินการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ ทำให้ไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าการใช้โดรนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน หรือสร้างรายได้ให้ชุมชนได้มากน้อยเพียงใด

@สตง.ชี้ปัญหาที่การออกแบบโครงการ

ผลตรวจสอบสะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการใช้งานของชุมชนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและบริหารโครงการ โดย สตง.ระบุว่า การคัดเลือกกลุ่มชุมชนและรูปแบบการสนับสนุนยังไม่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการจริง

โดยยังนำข้อมูลสำคัญ เช่น ลักษณะพื้นที่ ชนิดพืช รอบการเพาะปลูก และคุณสมบัติของโดรนมาใช้ประกอบการพิจารณาไม่เพียงพอ ทำให้หลายกลุ่มได้รับโดรนที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน

ขณะเดียวกัน การฝึกอบรมนักบินยังเน้นการใช้งานเบื้องต้น ขาดการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องและการติดตามหลังอบรม ส่วนระบบติดตามประเมินผลยังเน้น “ผลผลิต” มากกว่า “ผลลัพธ์” โดยไม่มีระบบติดตามต้นทุน ผลตอบแทน และความคุ้มค่าจากการใช้โดรนอย่างเป็นระบบ

@ สตง.แนะทบทวน 500 กลุ่ม

สตง.เสนอให้ สศด.ทบทวนข้อมูลผลการใช้งานโดรนของทั้ง 500 กลุ่ม เพื่อจำแนกกลุ่มที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ กลุ่มที่มีข้อจำกัด และกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ ให้ติดตามผลการใช้โดรนในด้าน ผลผลิต ต้นทุน และรายได้ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงการสนับสนุน รวมถึงใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกและชนิดพืช

สำหรับโครงการลักษณะเดียวกันในอนาคต สตง.เสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายโดยพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ ชนิดพืช รอบการผลิต ความต้องการใช้เทคโนโลยี และศักยภาพของโดรน รวมถึงประสานหน่วยงานด้านการเกษตรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภาครัฐเกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
จัดซื้อจัดจ้าง
ชุมชนโดรนใจ
สตง.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต
ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต