News Logo
หน้าแรก
ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ ‘Travel Rule’คุมเข้มสินทรัพย์ดิจิทัล ป้องฟอกเงิน

ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ ‘Travel Rule’คุมเข้มสินทรัพย์ดิจิทัล ป้องฟอกเงิน

2 ก.ย. 2569 11:16
ผู้ชม 8 คน

‘ก.ล.ต.’ออกหลักเกณฑ์ ‘Travel Rule’ ให้มีการบริหารความเสี่ยงการโอนและรับสินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับป้องกันการฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล เริ่มบังคับใช้ 27 ก.พ.70

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่าตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

 นางพรอนงค์กล่าวว่า  ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับ ปปง. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ เมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 และร่างประกาศ เมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศที่เสนอ จึงได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล* โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 (1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล

 (2) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม (counterparty VASP) และตัวกลางของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Intermediary Digital Asset Operator) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดให้มีตัวกลางอยู่ในเส้นทางการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) กรณีโอน/รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ self-hosted wallet

 (3) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน ประกอบกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ counterparty VASP ที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator)

 (4) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี  ต้องจัดเก็บไว้ในลักษณะที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที

 นางพรอนงค์กล่าวว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีเวลาในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบงานสำหรับการรับส่งข้อมูลและการตรวจสอบธุรกรรมตามหลักเกณฑ์ใหม่

 “ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ให้ถูกใช้เป็นทางผ่านในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า การออกหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับความสามารถในการสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยมีบทบาทหน้าที่ในการดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่กำหนด รวมทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล FATF (คณะทำงานเฉพาะกิจด้านการดำเนินการทางการเงิน หรือ Financial Action Task Force): FATF) เพิ่มความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในระยะยาว”นางพรอนงค์กล่าว

เกณฑ์ก.ล.ต.1

เกณฑ์ก.ล.ต.1

รายงานข่าวแจ้งว่า หลักเกณฑ์ Travel Rule กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งส่ง ต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนไปพร้อมๆ กับการส่งสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำธุรกรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งรับ เพื่อให้รู้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมาจากไหน และจะไปหาใคร เพื่อติดตามเส้นทางธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รูปแบบเดียวกับการทำธุรกรรมผ่านธนาคาร โดยธนาคารต้นทางต้องรู้ว่า ผู้โอนเป็นใคร และโอนไปให้ใครที่ธนาคารปลายทาง ขณะเดียวกันธนาคารปลายทาง ต้องรู้ว่าเงินที่ส่งมามีต้นทางมาจากไหน ทั้งนี้ กรณีที่คู่ธุรกรรมของลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องติดตามข้อมูลของคู่ธุรกรรมลูกค้าและตรวจสอบกระเป๋าดังกล่าวเพิ่มเติม

 รายงานข่าวแจ้งว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน เนื่องจากธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว ข้ามแพลตฟอร์มและข้ามประเทศได้ง่าย หากไม่มีข้อมูลประกอบธุรกรรมเพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจติดตามเส้นทางเงินได้ยาก ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องว่างตรงนี้หลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ และยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เมื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนขึ้น ภาพรวมของตลาดจะโปร่งใสมากขึ้น จะทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

 รายงานข่าวแจ้งว่า หลักเกณฑ์นี้ เป็นไปตามมาตรฐาน FATF ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเข้ารับการประเมินตามมาตรฐานดังกล่าวในปี 2571 จึงต้องเตรียมระบบให้มีความพร้อมล่วงหน้า

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้บ้างที่ต้องปฏิบัติหลักเกณฑ์ Travel Rule คือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยผู้ประกอบธุรกิจฯ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น ต้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจฯ หรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม (counterparty VASP) และตัวกลางของผู้ประกอบธุรกิจฯ (Intermediary Digital Asset Operator) โดยต้องดำเนินการสำหรับทุกธุรกรรม

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ทำธุรกรรมการโอน ต้องให้ข้อมูลกับผู้ประกอบธุรกิจฯ เพิ่มขึ้นในกรณีต่างๆ โดยกรณีทั่วไป ถ้าต้องการโอนเหรียญออกจากกระเป๋าที่เปิดกับผู้ประกอบธุรกิจ จากเดิมจะกรอกที่อยู่กระเป๋าปลายทาง แต่หลังจากหลักเกณฑ์ Travel Rule ใช้บังคับ จะต้องให้ข้อมูลผู้รับปลายทางเพิ่มขึ้น สำหรับมูลค่าธุรกรรมไม่เกิน 30,000 บาท ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถามข้อมูลเพิ่มว่า “โอนไปหาใคร” สำหรับมูลค่าธุรกรรมเกิน 30,000 บาท ต้องให้ข้อมูลเพิ่ม นอกจาก “โอนไปหาใคร” แล้วจะต้องระบุด้วยว่า บุคคลผู้รับปลายทางอยู่จังหวัดหรือเมืองใด และอยู่ประเทศใด และหากผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล จะต้องระบุเลขที่นิติบุคคลด้วย กรณีเป็นผู้ได้รับโอนเหรียญเข้ากระเป๋า ผู้ประกอบธุรกิจฯ ฝั่งผู้รับโอน จะต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบธุรกิจฝั่งผู้โอนก่อนที่จะให้ผู้รับนำเหรียญออกจากกระเป๋าได้

 รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่ใช้ self-hosted walletโอนเข้ากระเป๋าที่เปิดกับผู้ประกอบธุรกิจฯ ผู้ประกอบธุรกิจฯ ก็จะต้องเก็บข้อมูลจากผู้โอนเช่นเดียวกับกรณีทั่วไป และหากมูลค่าธุรกรรมเกิน 30,000 บาท ผู้ประกอบธุรกิจฯ จะขอให้เข้ากระบวนการตรวจสอบเจ้าของหรือการควบคุมกระเป๋า (ownership verification) ด้วย เพื่อยืนยันว่า ผู้ใช้งานสามารถควบคุมหรือเข้าถึงกระเป๋าดังกล่าวได้จริง

/////////////////////////

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โรม' เผยโกงสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองบิ๊กเนม ทำงานคล้ายองค์กรอาชญากรรม
'โรม' เผยโกงสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองบิ๊กเนม ทำงานคล้ายองค์กรอาชญากรรม