News Logo
หน้าแรก
ตร.ลุยปราบนอมินีเฟส 5 เชียงใหม่ ตรวจ 3 หมื่น บ. พบ 1,591 รายเข้าข่าย

ตร.ลุยปราบนอมินีเฟส 5 เชียงใหม่ ตรวจ 3 หมื่น บ. พบ 1,591 รายเข้าข่าย

20 ก.ค. 2569 15:05
ผู้ชม 36 คน

ตร.เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5 ลุยเชียงใหม่ ตรวจสอบกว่า 3 หมื่นบริษัท พบ 1,591 ราย เข้าข่ายนอมินี

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยแพร่เอกสารข่าวแจก กรณีเปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5" ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุในเนื้อหาข่าวแจกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการวิเคราะห์ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 33,144 บริษัท พบว่าในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าว 4,741 บริษัท และจากการตรวจสอบเชิงลึกของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่ามีนิติบุคคลที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายการถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า “นอมินี” จำนวนสูงถึง 1,591 ราย

จากการคัดกรองและวิเคราะห์ข้อมูล เจ้าหน้าที่พบกลุ่มเป้าหมายที่มีรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้นซ้ำ เข้าข่ายเป็นนิติบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยเป็นนอมินี จำนวน 31 บริษัท แบ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทน 16 บริษัท และกลุ่มบริษัทที่ครอบครองที่ดินซึ่งมีคนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 จำนวน 15 บริษัท กลุ่มบริษัทเป้าหมายเหล่านี้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 29 แปลง เนื้อที่รวม 20 ไร่ 1 งาน 65.5 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 633 ล้านบาท

ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดี 31 คดี มีผู้ต้องหา 74 คน โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอออกหมายจับจำนวน 22 หมาย และหมายค้นจำนวน 18 หมาย ผู้กระทำความผิดที่ถูกดำเนินคดีมีหลากหลายสัญชาติ ประกอบด้วยสัญชาติไทย 2 คน, เมียนมา 7 คน, อินเดีย 3 คน, อังกฤษ 1 คน และจีน 9 คน ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 8 คน ประกอบด้วยสัญชาติไทย 1 คน, จีน 2 คน, อินเดีย 2 คน และเมียนมา 3 คน

หนึ่งในคดีสำคัญที่ดำเนินการในครั้งนี้คือกรณีหมู่บ้าน ก.12 ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนิติบุคคลใช้คนไทยถือหุ้นแทน ต้องสงสัยเป็นนอมินี ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 4 บริษัท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันจะขยายผลการสืบสวนไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดตั้ง ผู้สนับสนุน หรือผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจที่ผิดกฎหมายและสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างถึงที่สุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้คือการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, ชลบุรี และเชียงใหม่ ให้มีการลงทุนและการท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม

โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าของประเทศจากกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งดำเนินการสืบสวนเชิงลึกแนวทาง “เกาะพะงันโมเดล”

สำหรับปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5" ครั้งนี้ นำทีมโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ตลอดจนนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
นอมินี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 5 ปี! รอลงอาญา อดีตนายก อบต.หน่อม  ร้อยเอ็ด ทุจริตโครงการทัศนศึกษา
คุก 5 ปี! รอลงอาญา อดีตนายก อบต.หน่อม ร้อยเอ็ด ทุจริตโครงการทัศนศึกษา