"...สำหรับข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น บทเรียนสำคัญจากคดีนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการพนัน แต่เป็นเรื่องการรักษาความประพฤติและการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง เพราะบางครั้ง ความผิดที่คิดว่าจบไปแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน อาจย้อนกลับมาเป็นจุดจบของเส้นทางการเมืองในวันนี้ได้.."
การกระทำผิดกฎหมายเพียงครั้งเดียว แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 20 ปี อาจย้อนกลับมาส่งผลต่ออนาคตของบุคคลนั้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความตั้งใจจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
เรื่องนี้มีตัวอย่างสำคัญจากคดีของนาย ส. อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไร่มะขาม อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเป็นเจ้ามือพนันฟุตบอลเมื่อปี 2547 ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ถึง 3 สมัย
แต่เมื่อมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบคุณสมบัติ กลับพบว่าคดีพนันฟุตบอลในอดีตเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับปี 2562 ทำให้นายอำเภอบ้านลาดมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง
นาย ส.ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าว จึงนำเรื่องฟ้องศาลปกครอง โดยศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนประกาศให้พ้นจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม นายอำเภอบ้านลาดไม่เห็นพ้องด้วย จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
ท้ายที่สุด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าคำสั่งของนายอำเภอบ้านลาดชอบด้วยกฎหมายแล้ว
เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการฝ่ายปกครองที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง
ย้อนคดีปี 2547 เป็นเจ้ามือพนันบอล โดนคุก 3 เดือน รอลงอาญา
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2547 เมื่อศาลจังหวัดเพชรบุรีมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 753/2547 หมายเลขแดงที่ 734/2547 ว่า นาย ส.กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันทายผลฟุตบอล หรือเป็นเจ้ามือรับพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 500 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ ให้รายงานตัวทุก 4 เดือน และทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง
คำพิพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว
ต่อมา นาย ส.เข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ไร่มะขาม ในปี 2551 และปี 2555 รวม 2 สมัย
กระทั่งปี 2564 นาย ส.ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ไร่มะขามอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 11–15 ตุลาคม 2564 ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เป็นสมัยที่ 3
แต่ระหว่างดำรงตำแหน่ง มีผู้ร้องเรียนพร้อมชี้เบาะแสต่อนายอำเภอบ้านลาดว่า นาย ส.เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเป็นเจ้ามือการพนัน ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมายใหม่
นายอำเภอตรวจสอบพบคดีเก่า สั่งพ้นตำแหน่งย้อนหลังถึงวันเลือกตั้ง
ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน นายอำเภอบ้านลาดได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนาย ส.
ผลการตรวจสอบพบว่า นาย ส.เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเป็นเจ้ามือการพนันจริง
ขณะที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (10) กำหนดให้บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
นายอำเภอบ้านลาดจึงออกประกาศลงวันที่ 26 มกราคม 2567 วินิจฉัยให้นาย ส.พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.ไร่มะขาม โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง
เท่ากับว่า คดีพนันฟุตบอลที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ได้ย้อนกลับมาส่งผลต่อเก้าอี้นายก อบต.ในอีก 20 ปีต่อมา
เจ้าตัวสู้คดี! อ้างทำผิดก่อนกฎหมายใหม่ใช้บังคับ
นาย ส.ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยเห็นว่าการกระทำความผิดของตนเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ก่อนที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จะมีผลใช้บังคับถึง 15 ปี
ขณะเกิดเหตุ กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับเดิมไม่ได้กำหนดให้ผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาคดีเป็นเจ้ามือการพนันเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้ง
อีกทั้งคดีดังกล่าวเป็นการพนันรายย่อย มีวงเงินพนันไม่มาก ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกเพียง 3 เดือน ปรับ 500 บาท และให้รอการลงโทษจำคุก โดยไม่ได้ถูกจำคุกจริง
นาย ส.จึงเห็นว่า การนำกฎหมายที่ออกมาภายหลังมาใช้ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของตนตลอดชีวิต เป็นการกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานเกินสมควร และไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่าคำวินิจฉัยของนายอำเภอบ้านลาดเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ตนได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและต้องพ้นจากตำแหน่ง
จึงนำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครอง
ศาลปกครองชั้นต้นเห็นใจ ชี้ตัดสิทธิตลอดชีวิตต้องดูความหนักเบาของความผิด
ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้การกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนักจะเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นก็ตาม
แต่การนำความผิดที่เกิดขึ้นก่อนมีกฎหมายใหม่มาใช้ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ย่อมกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลอย่างรุนแรง
การพิจารณาจึงควรคำนึงถึงความหนักเบาของความผิด พฤติการณ์แห่งคดี และผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลเป็นรายกรณี
โดยเฉพาะกรณีของนาย ส. ซึ่งกระทำผิดตั้งแต่ปี 2547 ก่อนมีกฎหมายกำหนดลักษณะต้องห้ามดังกล่าวถึง 15 ปี
อีกทั้งไม่ปรากฏว่าเป็นผู้เปิดบ่อนการพนันหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับการพนันเป็นเครือข่ายรายใหญ่ และเคยดำรงตำแหน่งนายก อบต.ตามกฎหมายเดิมมาแล้ว 2 สมัย
ศาลปกครองชั้นต้นจึงเห็นว่า การนำกฎหมายใหม่มาใช้จำกัดสิทธิของนาย ส.ในกรณีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพิพากษาเพิกถอนประกาศของนายอำเภอบ้านลาด ลงวันที่ 26 มกราคม 2567 โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ส่วนคำขออื่นให้ยก
อย่างไรก็ตาม คดีไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้
นายอำเภอไม่ยอมแพ้ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
นายอำเภอบ้านลาดไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
ประเด็นสำคัญที่ศาลปกครองสูงสุดต้องวินิจฉัย คือ นาย ส.ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเป็นเจ้ามือการพนันเมื่อปี 2547 ก่อนกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับปี 2562 ใช้บังคับ จะถือเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งในปี 2564 หรือไม่
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า นาย ส.เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเป็นเจ้ามือการพนันจริง
ขณะที่การสมัครรับเลือกตั้งนายก อบต.ไร่มะขาม มีขึ้นระหว่างวันที่ 11–15 ตุลาคม 2564
ในช่วงเวลาดังกล่าว พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562
ดังนั้น การพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งในปี 2564 จึงต้องใช้กฎหมายฉบับปี 2562 ไม่ใช่กฎหมายเดิมที่ใช้บังคับในขณะนาย ส.กระทำความผิดเมื่อปี 2547
ศาลสูงสุดฟันธง! ทำผิดก่อนกฎหมายใหม่ ก็เป็นลักษณะต้องห้ามได้
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มาตรา 50 (10) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดชัดเจนว่า ผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
เมื่อปรากฏว่านาย ส.เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 จึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายที่ใช้บังคับในวันสมัครรับเลือกตั้งปี 2564
ส่วนข้ออ้างว่ากฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับปี 2545 ไม่ได้กำหนดให้ความผิดฐานเป็นเจ้ามือการพนันเป็นลักษณะต้องห้ามนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าไม่สามารถนำมาใช้พิจารณาได้
เนื่องจากกฎหมายฉบับเดิมถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562
พูดให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ คือ แม้จะทำผิดก่อนมีกฎหมายใหม่ แต่เมื่อจะสมัครรับเลือกตั้งในวันที่กฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับแล้ว ก็ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่
การเคยได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.มาแล้ว 2 สมัยตามกฎหมายเดิม ไม่ได้ทำให้ได้รับการยกเว้นจากลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายใหม่
ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษา ยืนยันนายอำเภอทำถูกกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดยังพิจารณาว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคดีอาญาของนาย ส.เพิ่งปรากฏต่อนายอำเภอบ้านลาดภายหลังนาย ส.ได้รับเลือกตั้งและระหว่างดำรงตำแหน่ง
เมื่อมีผู้ร้องเรียนพร้อมชี้เบาะแส และตรวจสอบพบว่ามีลักษณะต้องห้ามจริง จึงเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 64 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ดังนั้น คำวินิจฉัยของนายอำเภอบ้านลาดที่ให้นาย ส.พ้นจากตำแหน่งนายก อบต.ไร่มะขาม จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น และพิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้อง
ส่งผลให้คำวินิจฉัยของนายอำเภอบ้านลาดที่ให้นาย ส.พ้นจากตำแหน่งยังคงมีผลตามกฎหมาย
บทสรุป : คดีเก่า 20 ปี อาจทำให้หมดสิทธิในวันนี้
เรื่องราวของนายก อบต.ไร่มะขาม เป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า การกระทำผิดในอดีต แม้จะผ่านไปนานหลายสิบปี และแม้จะเคยได้รับเลือกตั้งจากประชาชนมาแล้วหลายสมัย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลต่อสิทธิในการดำรงตำแหน่งในอนาคต
เพราะการได้รับเลือกตั้งจากประชาชน ไม่ได้ลบล้างลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน การที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตีความและบังคับใช้กฎหมายให้ตรงกับช่วงเวลาที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ
สำหรับข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น บทเรียนสำคัญจากคดีนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการพนัน แต่เป็นเรื่องการรักษาความประพฤติและการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
เพราะบางครั้ง ความผิดที่คิดว่าจบไปแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน อาจย้อนกลับมาเป็นจุดจบของเส้นทางการเมืองในวันนี้ได้
“คดีเก่าอาจผ่านพ้นไปตามกาลเวลา แต่ผลทางกฎหมายของคดีนั้น อาจไม่หมดไปพร้อมกับเวลา”
เรื่องโดย...ข้าราชการผลัดถิ่น
อ่านเรื่องก่อนหน้านี้
@ บทเรียนข้าราชการไทย : แค่เซ็น 'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้
เปิดคดีทุจริต อบต.วังศาล (ข้ออ้าง) แค่เซ็น'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้
ชะตากรรม 'ข้าราชการ' บทเรียน 'เซ็นทราบ' โดนคุกไปแล้ว 3 ปี 4 เดือน
@ บทเรียนข้าราชการไทย (2) 'นายสั่งให้ทำ' / เราต้องทำอย่างไรไม่ให้ติดคุก
@ บทเรียนขรก.ไทย (3) หนทางรอดคุก 'ลูกน้อง' โต้แย้งคำสั่งนายได้จริงหรือ?
เปิดคดีล็อกชื่อเข้าเภสัชฯ บูรพา บทเรียน นายสั่ง/ลูกน้อง ท้วงติง รอดคุก
ไขคดีล็อกชื่อเข้าเภสัชฯ ม.บูรพา คณบดีเสียชีวิตก่อน ไม่ต้องรับโทษ
@ บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?
@ บทเรียน ขรก.ไทย (5) เกิดปัญหา จนท.รับผิดก่อนเสมอ ยุติธรรมแล้วหรือ?
@บทเรียนข้าราชการไทย(6)ระวัง!! รอดอาญาแต่วินัยไม่รอด โดนไล่ออกราชการได้
@ บทเรียนขรก.ไทย (7) ขยันมาก! ใช้รถหลวงขนงานไปทำที่บ้าน สุดท้ายโดนไล่ออก
@ บทเรียนข้าราชการไทย(8) คนทำงานพลาด กับ คน(ร่วม)ทุจริต ต่างกันอย่างไร?
@ บทเรียนขรก.ไทย (9) ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หัวหน้าต้องชดใช้ด้วย
@ บทเรียนข้าราชการไทย (10) หนทางรอดคุก/ไล่ออกราชการ ของ จนท.การเงิน
@ บทเรียน ขรก. ไทย (11) เชื่อผู้บังคับบัญชา เซ็นตามคำสั่ง ทำลายอนาคตได้
@ บทเรียนขรก.ไทย (12) ตัวอย่างโกงสอบเข้า ตร. แค่ร่วมวง ก็หมดอนาคตด้วย
@ บทเรียนข้าราชการไทย (13) กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ โดนโทษวินัยได้หรือไม่?
@ บทเรียนข้าราชการไทย (14) กรณีศึกษาโกงสอบท้องถิ่นสารคาม ผลคะแนนปลอม
@ บทเรียน ขรก.ไทย (15) ขาดงาน 18 วัน อ้างป่วย-ทำภารกิจ สุดท้ายถูกปลดออก
@ บทเรียน ขรก.ไทย (16) ก่อสร้างไม่ตรงแบบ แต่ชาวบ้านต้องการ ไล่ออกได้ไหม?
@ บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา
@ บทเรียนขรก.ไทย (18) ทุจริตเงินงานวันรพี แม้ไม่ใช่งบประมาณก็ถูกปลดได้?
@ บทเรียนขรก.ไทย (19) เจ้าหน้าที่พัสดุมือใหม่ ทำเอกสารย้อนหลัง ระวังคุก
@บทเรียนข้าราชการไทย (20) มติ ครม. ไม่ใช่กม. แต่ใช้ลงโทษคนทุจริตได้
@บทเรียนขรก.ไทย (21) งานไม่เสร็จ สั่งจ่ายเงินก่อน ทำนายกอบต.ตกเก้าอี้
@บทเรียนข้าราชการไทย (22) 30 กันยายน 'วันมหาวิปโยค' กรรมการตรวจรับ
@บทเรียนข้าราชการไทย (23) ช่วยประชาชน งานเร่งด่วนไม่ใช่ข้ออ้างทำผิด
@บทเรียนข้าราชการไทย (24) : สิบตำรวจเอก ล่อซื้อยาเสพติดสู่คำสั่งไล่ออก
@ฉบับเต็ม! บทเรียนสิบตำรวจเอก ล่อซื้อยาเสพติด กลายเป็นชิงทรัพย์
@ บทเรียนข้าราชการไทย (25) พ.ต.ท.ไม่ไปตรวจจุดเกิดเหตุ เกือบหมดอนาคต
@ บทเรียนขรก.ไทย (26) 'ยุทธการตะนาวศรี' สั่งลูกน้องทำ หน.ต้องรับผิดชอบ
@บทเรียนข้าราชการไทย (27) หักโบนัส 10% จัดงานปีใหม่ ระวังถูกไล่ออก
@บทเรียนข้าราชการไทย(28) เซ็นเช็คตามนาย เชื่อใจลูกน้อง สุดท้ายถูกไล่ออก
@บทเรียนข้าราชการไทย (29) ไล่ออก ครูร้อยเอ็ด เรียกเงินฝากเข้าทำงานรัฐ




