‘อลงกต วรกี’ สว. อดีตนายอำเภอวารินชำราบ อุบลฯ รอดอาญาคดีเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูลพัง หลังป.ป.ช.พิจารณาหนังสือขอความเป็นธรรม ก่อนเปลี่ยนมติเดิมชี้มูลเหลือแค่วินัยไม่ร้ายแรง หลังเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอพิสูจน์ว่าการพังทลายเกิดจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล อดีตรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการควบคุมการก่อสร้าง กับพวก ซึ่งมีนายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รวมอยู่ด้วย กรณีถูกกล่าวหากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจรับงานจ้างเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล จำนวน 2 สัญญา
ล่าสุด แหล่งข่าวจาก สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาหนังสือขอความเป็นธรรมของนายอลงกต ที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลายฉบับ ก่อนจะมีมติเปลี่ยนแปลงผลการชี้มูลความผิดเฉพาะในส่วนของนายอลงกต จากเดิมที่ถูกชี้มูลทั้งความผิดอาญาและความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เหลือเพียงความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
"เหตุผลสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เปลี่ยนแปลงผลการชี้มูลความผิด เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า การพังทลายของเขื่อนป้องกันตลิ่งดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของนายอลงกตหรือไม่" แหล่งข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายสมชาย กับพวก ซึ่งมีนายอลงกต วรกี รวมอยู่ด้วย พฤติการณ์สำคัญเป็นการกระทำความผิดต่อหน้าที่ตรวจรับงานจ้างเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล จำนวน 2 สัญญา โดยผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการและข้อกำหนดของสัญญาจ้างหลายประการทำให้ราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นกรณีสืบเนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภาคที่ 5 จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจสอบการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล ที่บ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชานี ที่เกิดพังทลาย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีและส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ต่อไป
โดยคดีนี้ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. นอกจาก นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล และ นายอลงกต วรกี แล้ว ยังมีผู้ถูกกล่าวหารายอีกกว่า 16 ราย มีทั้งข้าราชการเจ้าหน้าที่ ในฐานะคณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงาน รวมถึงเอกชนผู้รับจ้างงานด้วย
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
ข่าวแนะนำ
เปิดตัว ‘โซลาร์ประชาชน’ สนับสนุน 50,000 บาท/ครัวเรือน ติดโซลาร์เซลล์
เจาะบ.พีอาร์พืชสวนโลก! 4 ปี รายได้แค่ 2 บาท-พัน ก่อนได้งาน 338.8 ล้าน




