‘การดี’ ยื่น สตง. สอบโครงการ TH-AI Passport เปิด 2 ปมใหญ่ สัญญาเบิกจ่ายไม่ชัดเจน - สดช. ฝืนดัน TOR ทั้งที่หลุด ‘ข้อตกลงคุณธรรม’
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตนได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้เงินในโครงการดังกล่าว สาระสำคัญหลักมี 2 ประเด็น ได้แก่ 1. การขอให้ สตง.เข้ามาตรวจสอบคำนิยาม ‘ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่’ ซึ่งเป็นเกณฑ์ในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของโครงการ และ 2. การดำเนินโครงการต่อทั้งที่ไม่ผ่านข้อตกลงคุณธรรม
นางการดี ระบุว่า ประเด็นที่ 1 แม้ในสัญญาฉบับแก้ไขจะกำหนดนิยาม ‘ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่’ ว่าคือผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม Generative AI ที่เข้าเรียนและมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยจ่ายในอัตรา 24.70 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งถือว่าดีกว่าระบบเหมาจ่ายแบบเดิม แต่ประเด็นสำคัญคือ ตัวสัญญากลับไม่ได้ระบุเกณฑ์การนับคะแนนไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น สิ่งที่ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง และขอให้ สตง. เร่งตรวจสอบ คือ กฎเกณฑ์การนับคะแนนดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร เพราะหากกรรมการตรวจรับงาน ตรวจอิงตามสัญญาที่ไร้ความชัดเจน ก็อาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินได้
ประเด็นที่ 2 คือเรื่อง การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ TOR กำหนดไว้ กล่าวคือ การเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม โดยปกติแล้วต้องเข้าร่วมตั้งแต่ตอนที่ร่าง TOR แต่หากไล่เรียงไทม์ไลน์จะพบว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับเงินอนุมัติโครงการดังกล่าว จากนั้นจึงได้ยื่นเข้าข้อตกลงคุณธรรมในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ได้ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คณะกรรมการจะประชุมตัดสินใจ จนในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตมีมติไม่คัดเลือก TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม เนื่องจากมีการกระบวนการจัดทำร่าง TOR เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางการดี ระบุว่า แม้โครงการจะไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม แต่ สดช. กลับยังคงเดินหน้าประกาศเชิญชวนและเผยแพร่ TOR ต่อไป ทั้งที่ใน TOR เดิม ข้อ 3.16 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม สิ่งนี้นำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า เมื่อทราบผลและถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมแล้ว เหตุใด สดช. ถึงยังคงเดินหน้าเผยแพร่ TOR โดยไม่มีการแก้ไขข้อ 3.16
นางการดี ระบุด้วยว่า การเข้าขอตกลงคุณธรรมทำขึ้นมาเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น สาระสำคัญคือ ควรจะมีผู้สังเกตการณ์จากภายนอก โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้าน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่การจัดทำสัญญา การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการตรวจรับงาน และการบรรลุผลโครงการ ดังนั้นโครงการนี้ทำผิดในกฎเกณฑ์ตัวเองที่เขียนเอาไว้เองแล้ว วันนี้จึงต้องตั้งคำถามว่าโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อ
“กรรมการที่จัดซื้อจัดจ้างปล่อยผ่านไปได้อย่างไร มีความผิดหรือไม่ ทำให้โครงการนี้ทำได้โดยชอบอยู่อีกหรือเปล่า เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งคำถามและเร่งให้ สตง.เข้าตรวจสอบ” นางการดีกล่าว




