News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตรองผู้ว่าฯเลย ซื้อสารปราบวัชพืชแพง สมัยเป็น นอภ.ผาขาว

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตรองผู้ว่าฯเลย ซื้อสารปราบวัชพืชแพง สมัยเป็น นอภ.ผาขาว

23 ก.ย. 2569 15:59
ผู้ชม 77 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตรองผู้ว่าฯเลย พร้อมพวก เอี่ยวทุจริตจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตอนเป็น นอภ.ผาขาว พฤติการณ์ จัดซื้อสารเคมีราคาสูงเกินจริงกว่า 19.9 ล้านบาท ช่วงปีงบประมาณ 2553-2554 พบมีบริษัทเจ้าของเดียวกัน 4 แห่งเกี่ยวข้อง ส่ง อสส.ดำเนิน พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาฟันวินัย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวแจกเรื่องการชี้มูลความผิดกรณีทุจริตจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของอำเภอผาขาว จังหวัดเลย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดต่อนายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอผาขาว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย เนื่องจากกระทำผิดในการจัดซื้อสารเคมีราคาสูงเกินจริงเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 19,919,720 บาท จนทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างหนัก

โดยจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการไต่สวน พบว่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 จังหวัดเลยได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านพืชในหลายอำเภอ รวมทั้งอำเภอผาขาว ถึง 10 ครั้ง โดยนายอำเภอผาขาวในขณะนั้นได้รับมอบอำนาจในการจัดหาสารเคมีและอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ในขั้นตอนการจัดหาสารเคมี นายปัญญา ได้อนุมัติให้จัดซื้อโดยวิธีตกลงราคา และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาเจรจาต่อรองราคา ซึ่งประกอบด้วยปลัดอำเภอพร้อมเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย แต่จากการตรวจสอบชัดเจนว่าคณะกรรมการดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่เจรจาต่อรองราคากับผู้ประกอบการจริง

โดยมีนายเกรียงไกร วรรณเสริมกุล และนางณุธษา พลเขต ซึ่งมีส่วนเป็นเจ้าของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดหลายแห่ง ร่วมกันสับเปลี่ยนหมุนเวียนรายชื่อบริษัทเพื่อสร้างคู่เทียบเสนอราคากับอำเภอผาขาว ได้แก่ บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง ห้างหุ้นส่วนจำกัด รับทรัพย์รุ่งเรือง และห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์

รายการจัดซื้อสารเคมีจำนวน 10 ครั้ง จากบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดเหล่านี้ ล้วนมีราคาสูงกว่าราคาตลาดจริงมาก โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 (จังหวัดอุดรธานี) ได้ตรวจสอบพบว่าการจัดซื้อสารเคมีพิริมิฟอส เมทิล, ไวท์ออย, Iprobenfos (IBP), อิมิดาคลอพริด, ฟิริมิฟอส เมทิล และเบนโนมิล ในปริมาณและมูลค่าสูง โดยราคาที่จัดซื้อสูงกว่าราคาตลาดจริงในช่วงเวลานั้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 19,919,720 บาท

โดยรายละเอียดจำนวนเงินความเสียหายในแต่ละครั้งมีดังนี้:

  • ครั้งที่ 1 จัดซื้อสารเคมี 1 ล้านบาท แต่ราคาตลาด 262,640 บาท ขาดทุน 737,360 บาท

  • ครั้งที่ 2 จำนวน 2,344,430 บาท ราคาตลาด 624,380 บาท ขาดทุน 1,720,050 บาท

  • ครั้งที่ 3 จำนวน 999,120 บาท ราคาตลาด 253,400 บาท ขาดทุน 745,720 บาท

  • ครั้งที่ 4 จำนวน 7,505,820 บาท ราคาตลาด 1,903,650 บาท ขาดทุน 5,602,170 บาท

  • ครั้งที่ 5 จำนวน 998,920 บาท ราคาตลาด 486,200 บาท ขาดทุน 512,720 บาท

  • ครั้งที่ 6 จำนวน 1,480,300 บาท ราคาตลาด 720,500 บาท ขาดทุน 759,800 บาท

  • ครั้งที่ 7 จำนวน 996,710 บาท ราคาตลาด 261,580 บาท ขาดทุน 735,130 บาท

  • ครั้งที่ 8 จำนวน 4,249,830 บาท ราคาตลาด 1,115,340 บาท ขาดทุน 3,134,490 บาท

  • ครั้งที่ 9 จำนวน 994,560 บาท ราคาตลาด 181,300 บาท ขาดทุน 813,260 บาท

  • ครั้งที่ 10 จำนวน 6,309,120 บาท ราคาตลาด 1,150,100 บาท ขาดทุน 5,159,020 บาท

หลังตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว และนายวิกรม นามดี ปลัดอำเภอผาขาว ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีมูลความผิดทางอาญาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, และข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ทั้งนี้การฟ้องร้องทางคดีอาญาสำหรับบางกรณีได้สิ้นสุดอายุความแล้ว

นอกจากนี้ นางณุธษา พลเขต และนายเกรียงไกร วรรณเสริมกุล มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง และบางรายเสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ใช้ชื่อเสนอราคา ไม่ได้มีพยานหลักฐานว่ากระทำผิดในทางอาญา จึงไม่มีมูลความผิด

คณะกรรมการได้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป และส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมิใช่ความผิดที่สิ้นสุดเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหายังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล

สำนักข่าว Next News รายงานว่าสำหรับนายปัญญานั้นเกษียณอายุราชการไปในปี 2566 โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณได้แก่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตจัดซื้อแพงเกินจริง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตปลัด ทต.จัตุรัส ซอยย่อยสัญญาถนน เอื้อวิธีพิเศษ
ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตปลัด ทต.จัตุรัส ซอยย่อยสัญญาถนน เอื้อวิธีพิเศษ