News Logo
หน้าแรก
เปิด 4 ข้อครหาเขย่าตระกูล 'เลียงประสิทธิ์' ตั้งแต่คดีโกงสอบถึงฮั้ว สว.

เปิด 4 ข้อครหาเขย่าตระกูล 'เลียงประสิทธิ์' ตั้งแต่คดีโกงสอบถึงฮั้ว สว.

16 ก.ย. 2569 18:19
ผู้ชม 33 คน

เปิด 4 ปมร้อนเขย่าตระกูล 'เลียงประสิทธิ์' ตั้งแต่คดีโกงสอบท้องถิ่น เอื้อประโยชน์สร้างศูนย์ท่องเที่ยว อบจ.สตูล จนถึงคดีฮั้วเลือก สว. ที่ 'โกเกียรติ' โดน กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาและปมปริศนาเงินกู้ 20 ล้านบาท สะเทือนถึงบทบาทรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางการจับตาของสังคมและฝ่ายค้าน

ทันทีที่ชื่อของ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ ‘โกเกียรติ’ ติดโผเป็น 1 ใน 77 รายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาในคดีฮั้ว สว. ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ลูกชายอย่าง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย “เรามีข้อเท็จจริงที่ต้องชี้แจง และมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว” นายวรศิษฎ์ให้สัมภาษณ์หลังจากกระแสข่าวแพร่สะพัดออกไปในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักข่าว Next News พบว่า นอกเหนือจากคดีฮั้ว สว. แล้ว ตระกูล ‘เลียงประสิทธิ์’ ยังมี ‘ข้อครหา’ ในอีกหลายประเด็น ตั้งแต่คดีโกงสอบท้องถิ่น ปมเงินกู้ 20 ล้าน ตลอดจนการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งชี้มูลนายสมเกียรติ และนายสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นพี่ชายของเขา ในคดีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยแต่ละประเด็นมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

ป.ป.ช.เรียก ‘สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์’ ไต่สวนปมทุจริตสอบท้องถิ่น 68

หลังจากที่ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์รับดำเนินคดีโกงสอบบรรจุพนักงานราชการและข้าราชการท้องถิ่นในปี 2568 พบผู้ถูกกล่าวหาสูงถึง 6,014 ราย แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 ราย นายหน้าโกงสอบ 33 ราย และกลุ่มผู้สอบผ่านที่ได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบในส่วนที่เหลือทั้งหมด

สำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 ราย ปรากฏชื่อของ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในฐานะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของนายวรศิษฎ์ ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้พรรคฝ่ายค้าน นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการทำงานอย่างจริงจังของนายวรศิษฎ์ ซึ่งเป็นกำลังหลักในการดูแลคดีนี้

อย่างไรก็ดี นายวรศิษฎ์ได้ออกมาตอบโต้ว่า รายชื่อที่ถูกเรียกสอบส่วนใหญ่เป็นคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่ง ป.ป.ช. จำเป็นต้องเรียกสอบตามกระบวนการ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นผู้กระทำความผิด พร้อมย้ำว่าตนทำหน้าที่เพียงผู้มอบนโยบาย ไม่มีสิทธิและไม่เคยคิดจะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการทำงานแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับคดีโกงสอบท้องถิ่นระบุว่า ขบวนการโกงสอบส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45.16% โดย 5 อันดับแรกของจังหวัดที่มีจำนวนผู้ได้รับการแก้ไขคะแนนมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง 675 ราย จังหวัดปัตตานี 323 ราย จังหวัดนราธิวาส 237 ราย จังหวัดสตูล 229 ราย และจังหวัดสงขลา 99 ราย 

ป.ป.ช.ชี้มูล ‘สัมฤทธิ์-สมเกียรติ’ ปมทำสัญญาส่อเอื้อผลประโยชน์

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีไม่ยอมบอกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ 2559 มูลค่า 29,800,000 บาท ทั้งที่ผู้รับจ้างที่ส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด 

พร้อมกันนี้ ป.ป.ช. ยังได้ชี้มูลความผิด นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับจ้างที่ปล่อยให้งานก่อสร้างยืดเยื้อล่าช้านานกว่า 6 ปี โดยผลการไต่สวนระบุชัดเจนว่า นายสมเกียรติเป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สตูล ในขณะนั้น อันสะท้อนให้เห็นถึงภาวะผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า การกระทำของนายสัมฤทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 รวมถึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77 วรรคสาม

ขณะเดียวกัน การกระทำของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายสัมฤทธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าวข้างต้นด้วยเช่นกัน

ปม ‘วรศิษฎ์’ ให้ ‘บ.เกียรติเจริญชัยการโยธา’ ยืมเงิน 20 ล้าน

ดังที่รายงานไปข้างต้นว่า นายสมเกียรติเป็นผู้ถือหุ้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา ประเด็นต่อเนื่องกันก็คือ จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายวรศิษฎ์ ที่ยื่นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ปรากฏข้อมูลว่า นายวรศิษฎ์แจ้งว่ามีเงินให้กู้ยืม 1 รายการ แก่ บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด จำนวน 20 ล้านบาท เมื่อปี 2566 

แต่ทว่าเมื่อผู้สื่อข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลงบการเงินของบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นรอบปีที่มีการกู้ยืมเงิน ระบุว่าแค่ว่ามีหนี้สิน 3.94 แสนบาท ส่วนงบการเงินปีต่อมา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 และ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามีหนี้สิน 4.30 แสนบาท และ 3.78 แสนบาทตามลำดับ โดยไม่พบรายการหนี้สินจำนวน 20 ล้านบาทแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นนายวรศิษฎ์ชี้แจงเพียงว่า ขอไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป 

‘สมเกียรติ’ ติดโผถูกส่งฟ้องและดำเนินคดีอาญา ‘ปมฮั้ว สว.’ 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงมติในคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งครอบคลุมข้อกล่าวหา 7 ข้อ โดย กกต. แถลงว่า จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย กกต. มีมติยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา 77 ราย ซึ่ง 1 ใน 77 รายนี้ ปรากฏชื่อของนายสมเกียรติรวมอยู่ด้วยในกลุ่มบุคคลอื่น โดยก่อนหน้านี้มีรายงานอ้างพยาน 4 รายที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า นายสมเกียรติเป็นผู้บรรยายในการจัดทำโพยฮั้วเลือก สว. ที่โรงแรมธาราแกรนด์ จังหวัดปทุมธานี

ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ นายวรศิษฎ์ ในฐานะลูกชาย ได้ออกมายืนยันว่า เคารพการตัดสินใจของ กกต. และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยย้ำว่ามีข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจง และมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด ส่วนกรณีที่มีการพยายามเชื่อมโยงมาถึงตนเองนั้น มองว่าแม้จะมีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน แต่ตนไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำการใดๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้คือ 4 ข้อครหาของตระกูล ‘เลียงประสิทธิ์’ หรือที่ถูกขนานนามว่าเป็นบ้านใหญ่แห่งสตูล ทั้งยังเป็นกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองและทางธุรกิจของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคใต้

อนึ่ง การชี้มูลความผิด การยื่นฟ้องต่อศาล และการเรียกสอบของ ป.ป.ช. เป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริง ซึ่งทั้งหมดคงต้องรอผลการพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขุดธุรกิจคนอิสราเอล จ.ชลบุรี ‘เมนาเชม’เครือ‘เจรูซาเลม โฮลดิ้ง’22บริษัท
ขุดธุรกิจคนอิสราเอล จ.ชลบุรี ‘เมนาเชม’เครือ‘เจรูซาเลม โฮลดิ้ง’22บริษัท